เมื่อวาน เวลา 10:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

อิหร่านเล็งรีดเงินยักษ์เทคฯสหรัฐ ‘เก็บค่าสายเคเบิลเน็ต’ ใต้ฮอร์มุซ หวังโกยรายได้หลายร้อยล้านดอลลาร์ ขู่ตัด 7 สาย หากทรัมป์ยกระดับสงคราม

นอกจากค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว อิหร่านยังเล็งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ สำหรับ “การใช้สายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้ทะเล” ที่พาดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หวังสร้างรายได้หลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี พร้อมขู่ตัดสายเคเบิลทั้ง 7 เส้น เพื่อกดดันสหรัฐ ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 8 สร้างความกังวลว่า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมโยงระบบการเงินและเศรษฐกิจโลก อาจกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของสงคราม
สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า สื่ออิหร่านที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาล ได้แก่ Tasnim และ Fars เสนอให้อิหร่านใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของช่องแคบฮอร์มุซ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากยักษ์เทคฯต่างชาติที่ใช้สายเคเบิลใต้ทะเล โดยเฉพาะบริษัทอย่าง Google, Meta, Amazon และ Microsoft
ข้อเสนอดังกล่าวประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้สายเคเบิล การกำหนดให้บริษัทเทคโนโลยีต่างชาติดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายอิหร่าน และการให้อิหร่านผูกขาดการซ่อมบำรุงสายเคเบิลใต้ทะเล เพื่อเปลี่ยนช่องแคบฮอร์มุซให้เป็น “แหล่งสร้างรายได้เชิงยุทธศาสตร์”
สื่ออิหร่านยังยกตัวอย่าง “อียิปต์” ซึ่งมีรายได้จากสายเคเบิลที่พาดผ่านดินแดนของตน โดยอ้างว่ามีมูลค่าราว 250-400 ล้านดอลลาร์ต่อปี
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว The Telegraph รายงานว่า พลเอกฮอสเซน โมเฮบบี โฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ประกาศว่า สายเคเบิลใต้ทะเลทั้ง 7 เส้นที่พาดผ่านช่องแคบฮอร์มุซถือเป็น “เป้าหมายใหม่ที่ชอบธรรม” พร้อมเตือนว่า อิหร่านเตรียมเปิดเผยเป้าหมายและอาวุธรูปแบบใหม่ หากสหรัฐยกระดับการโจมตี
หนึ่งในสายเคเบิลที่ IRGC ระบุถึงมีความยาวประมาณ 25,000 กิโลเมตร ซึ่งตรงกับลักษณะของระบบ Asia-Africa-Europe-1 (AAE-1) ที่เชื่อมต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับยุโรป ผ่านประเทศในตะวันออกกลาง
เจ้าหน้าที่อิหร่านรายหนึ่งเปิดเผยว่า รัฐบาลเตหะรานเคยหารือเรื่องการตัดสายเคเบิลหลายครั้ง แต่ยังไม่อนุมัติ เพราะเกรงว่าจะเท่ากับการ “ประกาศสงครามกับคนทั้งโลก” อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวยังคงเป็นหนึ่งในทางเลือก หากประธานาธิบดีทรัมป์ยกระดับความขัดแย้ง
ความเคลื่อนไหวนี้สร้างความกังวล เนื่องจากสายเคเบิลใต้ทะเลรองรับการรับส่งข้อมูลระหว่างประเทศ “มากกว่า 99% ทั่วโลก” โดยเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบธนาคาร ตลาดการเงิน ศูนย์ข้อมูล บริการคลาวด์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
อเลสซิโอ ปาตาลาโน ศาสตราจารย์จาก King's College London เตือนว่า การตัดสายเคเบิลใต้ทะเลเป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นได้จริง โดยเฉพาะบริเวณน้ำตื้นอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสามารถเข้าถึงสายเคเบิลได้ง่ายกว่าพื้นที่ทะเลลึก หากสายเคเบิลทั้ง 7 เส้นถูกทำลายพร้อมกัน อาจทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในภูมิภาคติดขัด ธุรกรรมทางการเงินล่าช้า และกระทบต่อศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
โฆษณา