Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
•
ติดตาม
23 ต.ค. เวลา 02:02 • นิยาย เรื่องสั้น
ตอนที่ 179: เส้นที่ยังไม่เป็นวง
เช้าวันนั้น มีรอยดินสอเพิ่มขึ้นบนโต๊ะเตี้ย
มันอยู่ข้างเส้นโค้งเดิม
จางกว่า สั้นกว่า และไม่แตะกัน
เส้นแรกเริ่มจากปลายดินสอแล้วโค้งไปทางแก้วนํ้า
เส้นใหม่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
โค้งกลับไปในทิศตรงข้าม
ถ้ามองผ่าน ๆ
มันอาจเป็นเพียงรอยดินสอบนไม้เก่า
ถ้ามองนานเกินไป
คนอาจเริ่มอยากเรียกมันว่าอะไรสักอย่าง
แต่ไม่มีใครเรียก
แก้วนํ้าครึ่งแก้วยังอยู่ในตำแหน่งใหม่
เงาวงใต้แก้วเปลี่ยนไปตามแสงเช้า
ผ้าแห้งบนชั้นล่างยังพับเรียบ
ประตูไม้เก่ายังเปิด
และเก้าอี้คดยังหันออกจากหน้าต่างเพียงนิดเดียว
อีรินนั่งข้างหน้าต่าง
ถ้วยชาอุ่นอยู่ในมือ แต่ยังไม่ถูกยกขึ้นดื่ม
เด็กในผลึกมองเส้นดินสอสองเส้น
“มันเกือบเป็นวง” เขาพูด
อีรินมองตาม
“อาจเกือบ”
“แล้วถ้าเราเอาเส้นทั้งสองมาต่อกัน มันจะเป็นวงไหม?”
“อาจเป็น”
“แล้วเราควรต่อไหม?”
อีรินส่ายหน้าเบา ๆ
“ข้าไม่คิดว่าเราควรต่อสิ่งที่เราไม่ได้วาด”
เด็กในผลึกมองรอยดินสออีกครั้ง
“แม้มันจะอยู่ใกล้กันมาก?”
“แม้อยู่ใกล้กันมาก”
“แล้วถ้ามันตั้งใจให้ต่อกันล่ะ?”
“ถ้าเจ้าของเส้นอยากต่อ” อีรินตอบ “เขาอาจต่อเอง”
เด็กในผลึกเงียบไป
“ถ้าเขายังไม่รู้ว่าอยากต่อหรือไม่ล่ะ?”
“งั้นเส้นทั้งสองก็ยังอยู่แบบนี้ได้”
ไม่มีใครพูดว่า ยังไม่เสร็จ
เพราะไม่มีใครรู้ว่ามันกำลังพยายามจะกลายเป็นอะไรหรือไม่
ในหน้ากระดาษภาพฝน ฝนยังตกบางเบา
พื้นหินเปียกสะท้อนแสงสีหม่น
เก้าอี้ไม้เล็กยังอยู่ตรงเดิม
พื้นที่แห้งข้างเก้าอี้ยังว่าง
ประตูสีซีดไกลออกไปยังปิด
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังคว่ำอยู่ข้างผนัง
เส้นด้ายสีอ่อนยังนอนอยู่บนพื้น
ปลายหนึ่งติดอยู่ในรอยแตกตื้น
อีกปลายวางอยู่ห่างจากรองเท้าของเด็กใต้ฝนเพียงเล็กน้อย
ช่องว่างระหว่างกันยังอยู่
เด็กใต้ฝนมองช่องว่างนั้นอยู่พักหนึ่ง
จากนั้น เขาไม่ได้ขยับเท้าเข้าไปหาเส้นด้าย
ไม่ได้ยื่นมือออกไป
ไม่ได้หันไปทางพื้นที่แห้ง
เขาเพียงหมุนปลายรองเท้าไปด้านข้างเล็กน้อย
ไม่ถึงกับเป็นการก้าว
ไม่ถึงกับเป็นการถอย
เพียงทำให้ปลายรองเท้าไม่ได้ชี้ตรงไปหาเส้นด้ายเหมือนก่อน
น้ำตื้นไหลผ่านขอบรองเท้า
ผ่านเส้นด้าย
แล้วหายเข้าไปตามรอยแตกเก่า
เด็กผมขาวมองภาพนั้น
“เขาหันรองเท้า” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“เขากำลังจะไปทางอื่นหรือ?”
นางมองเด็กใต้ฝนที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม
“ข้าไม่รู้”
“แต่รองเท้าไม่ชี้ไปทางด้ายแล้ว”
“ใช่”
เด็กผมขาวคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ถ้ารองเท้าหันไปทางอื่น แต่เด็กยังอยู่ที่เดิม มันนับว่าเปลี่ยนไหม?”
ผู้เฝ้าคำถามมองน้ำที่ไหลผ่านรอยแตก
“มันนับว่า รองเท้าหันไปทางอื่น” เขาตอบ
เด็กผมขาวยิ้มบาง ๆ
“แค่นั้น”
“แค่นั้น”
ในห้องเล็กข้างทางเดิน ไม่มีเสียงอยู่พักใหญ่
เรนาเติมน้ำร้อนลงในกา
อาเรียวางด้ายเงินเส้นหลวมไว้ข้างถ้วยชา
ผู้รักษาความต่อเนื่องยังปล่อยไม้บรรทัดเก่าวางพาดอยู่บนเก้าอี้ว่าง
จากนั้น เด็กหลังประตูก็พูดขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“ถ้าเส้นสองเส้นอยู่ใกล้กัน แล้วไม่ต่อกัน มันเป็นอะไรได้บ้าง?”
อีรินมองรอยดินสอบนโต๊ะเตี้ย
“มันอาจเป็นเส้นสองเส้น”
“แค่นั้น?”
“แค่นั้น”
“แล้วถ้าข้าอยากให้มันเป็นวงในวันหนึ่งล่ะ?”
“วันนั้น เจ้าค่อยวาดต่อได้”
“แล้วถ้าข้าไม่อยากให้มันเป็นวง?”
“มันก็ไม่ต้องเป็น”
เงียบไปพักหนึ่ง
“แล้วถ้าข้าไม่รู้?”
อีรินวางถ้วยชาลงเบา ๆ
“งั้นเจ้าก็ยังไม่รู้” เขาตอบ
“และเส้นทั้งสองก็ยังอยู่ได้”
คำตอบนั้นไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งของดินสอ
ไม่ได้ทำให้เส้นยาวขึ้น
ไม่ได้ทำให้รอยดินสอหายไป
แต่มันไม่ได้รีบเอาความไม่รู้ไปแทนด้วยคำตอบอื่น
จากหลังประตู เด็กคนนั้นพูดเบากว่าเดิม
“ข้าวาดเส้นใหม่เอง”
เด็กในผลึกเงยหน้าขึ้น
แต่ยังคงนั่งอยู่ในเก้าอี้ของตัวเอง
อีรินมองรอยเส้นที่สอง
แล้วตอบอย่างสงบ
“ข้าเข้าใจ”
“เจ้าไม่ถามว่าข้าวาดให้เหมือนเส้นแรกหรือเปล่า?”
“ไม่ถาม ถ้าเจ้ายังไม่อยากเล่า”
“แล้วเจ้าคิดว่ามันหมายถึงอะไร?”
อีรินนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้าคิดว่า เจ้าขีดเส้นใหม่ไว้ตรงนั้นเอง”
ความเงียบที่ตามมาอยู่ได้นาน
ไม่มีเสียงตอบรับ
ไม่มีใครพูดว่าคำตอบนั้นน้อยเกินไป
ไม่มีใครพูดว่ามันมากพอแล้ว
จากนั้น มีเสียงดินสอครูดบนไม้เบามาก
ครืด
เพียงสั้น ๆ
ไม่มีใครลุกไปดู
เด็กในผลึกมองโต๊ะเตี้ย
รอยเส้นที่สองยังอยู่ตรงเดิม
แต่มีจุดเล็ก ๆ เพิ่มขึ้นใกล้ปลายเส้น
จุดนั้นไม่ได้แตะเส้นแรก
ไม่ได้ทำให้เกิดวง
ไม่ได้เปลี่ยนเป็นเครื่องหมายใด
เด็กในผลึกกระซิบ
“เขาวาดอีกนิด”
อีรินพยักหน้า
“ใช่”
“เราจะพูดอะไรไหม?”
อีรินมองประตูที่เปิดอยู่
มองพื้นที่ว่างหน้าธรณี
ก่อนตอบว่า
“ตอนนี้ ข้าคิดว่าเราปล่อยให้จุดนั้นอยู่ตรงนั้นได้”
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยกมือขึ้นช้า ๆ
เด็กผมขาวกลั้นลมหายใจ
แต่ไม่เอนตัวเข้าใกล้
มือของเด็กใต้ฝนไม่ได้ไปหาเส้นด้าย
ไม่ได้ไปหาเก้าอี้
ไม่ได้ไปหาพื้นที่แห้ง
เขาใช้ปลายนิ้วแตะพื้นหินด้านข้างตัวเองหนึ่งครั้ง
ตึก
ไม่มีน้ำกระเซ็น
ไม่มีวงคลื่นชัดเจน
เพียงหยดฝนใกล้ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย
จากนั้น เขาวางมือกลับบนเข่า
เด็กหญิงผู้จดจำมองอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วพูดว่า
“เขาแตะพื้น”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“ครั้งเดียว”
“ใช่”
“มันเป็นสัญญาณไหม?”
เด็กหญิงผู้จดจำกอดสมุดปิดไว้บนตัก
“ข้าไม่รู้”
ผู้เฝ้าคำถามมองเด็กใต้ฝน
ก่อนตอบอย่างแผ่วเบา
“บางครั้ง มือก็แตะพื้นเพราะมืออยากแตะพื้น”
เด็กผมขาวนิ่งไป
แล้วค่อย ๆ วางมือตัวเองบนเข่าเหมือนเดิม
ในช่วงบ่าย แสงสีเงินค่อย ๆ ขยับผ่านพื้นห้องสมุด
มันผ่านใต้เก้าอี้
ผ่านถาดชาที่มีถ้วยหนึ่งเย็นและอีกถ้วยว่าง
ผ่านด้ายเงินของอาเรีย
แล้วไปหยุดตรงขอบโต๊ะเตี้ย
เส้นดินสอสองเส้นยังอยู่
จุดเล็ก ๆ ข้างปลายเส้นยังอยู่
ไม่มีใครเช็ดมัน
ไม่มีใครดึงดินสอออกไปไกลกว่าเดิม
ไม่มีใครเอากระดาษมาปิดโต๊ะ
เรนาเพียงวางถ้วยชาของตัวเองลงห่างจากเส้นเหล่านั้นพอสมควร
เด็กในผลึกมองตำแหน่งถ้วย
“เจ้าวางถ้วยไกลจากเส้น”
“ใช่”
“เพราะกลัวชาหกใส่หรือ?”
“ไม่ใช่” เรนาตอบ
“ข้าแค่อยากให้เส้นมีที่อยู่ของมัน”
“ทั้งที่มันอาจไม่ใช่อะไร?”
“ทั้งที่มันอาจไม่ใช่อะไร”
เด็กในผลึกพยักหน้าอย่างช้า ๆ
“บางอย่างมีที่อยู่ได้ โดยไม่ต้องมีชื่อ”
“ใช่” เรนาตอบ
เมื่อเย็นมาถึง ฝนในหน้ากระดาษยังตกอยู่
เด็กใต้ฝนยังนั่งหลังเก้าอี้ไม้
ประตูไกลยังปิด
ร่มยังไม่กาง
พื้นที่แห้งยังว่าง
เส้นด้ายยังอยู่บนพื้นหิน
ช่องว่างระหว่างเส้นด้ายกับรองเท้ายังอยู่
แต่ปลายรองเท้าของเด็กหันไปด้านข้างเล็กน้อย
ไม่ไปทางใด
ไม่หนีจากสิ่งใด
เพียงไม่ชี้ไปที่เดิม
ในห้องเล็ก รอยเส้นสองเส้นกับจุดเล็ก ๆ ยังอยู่บนโต๊ะเตี้ย
ไม่เป็นวง
ไม่เป็นแผนที่
ไม่เป็นประตู
ไม่เป็นคำอธิบาย
เพียงเป็นสิ่งที่เด็กคนหนึ่งวางไว้
และยังไม่ต้องบอกว่ามันจะกลายเป็นอะไร
คืนนั้น หน้ากระดาษเปล่าหลายแผ่นลอยอยู่เหนือห้องสมุด
ไม่มีหน้าใดบันทึกว่าเส้นสองเส้นเริ่มใกล้กันแค่ไหน
ไม่มีหน้าใดวัดมุมของปลายรองเท้า
ไม่มีหน้าใดตั้งชื่อให้จุดเล็ก ๆ ข้างรอยดินสอ
เพราะบางเส้น
ไม่จำเป็นต้องถูกต่อ
และบางสิ่ง
ไม่ต้องเป็นวง
เพื่อจะได้รับที่ว่างอยู่ในโลก
นิยาย
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย