22 ต.ค. เวลา 04:15 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 178: ที่ว่างข้างเส้นด้าย

เช้าวันนั้น อากาศในห้องสมุดนิ่งกว่าหลายวันก่อน
ไม่ได้เงียบสนิท
ยังมีเสียงหน้ากระดาษเปล่าลอยผ่านกันอย่างเบา
ยังมีเสียงไม้เก่าขยับตามอุณหภูมิ
ยังมีเสียงน้ำในกาที่เรนาเพิ่งอุ่นขึ้นอีกครั้ง
แต่ฝนด้านนอกหน้าต่างยังไม่กลับมา
เหลือเพียงรอยหยดน้ำบนกระจกสูง
บางรอยเป็นเส้นยาว
บางรอยหยุดอยู่ตรงกลาง
บางรอยเล็กจนดูเหมือนไม่เคยมีน้ำเกาะอยู่เลย
แสงสีเงินอ่อนทอดผ่านพื้นขาว
ไปถึงโต๊ะเตี้ยข้างทางเดิน
แก้วนํ้าครึ่งแก้วยังอยู่
ดินสอแท่งสั้นยังวางเฉียงไปทางเส้นโค้งจาง ๆ
ผ้าแห้งผืนเล็กยังพับอยู่บนชั้นล่าง
และถ้วยชาสองใบก็ยังอยู่บนโต๊ะอีกด้านหนึ่ง
ถ้วยหนึ่งมีชาเย็นอยู่ก้นถ้วย
อีกใบสะอาดและว่างเปล่า
เด็กในผลึกมองถ้วยทั้งสอง
แล้วหันไปมองเส้นด้ายเงินที่อาเรียวางหลวมอยู่ข้างมือ
“วันนี้ด้ายเส้นนี้ยังอยู่ที่เดิม” เขาพูด
“ใช่” อาเรียตอบ
“แล้วมันจะอยู่ตรงนั้นตลอดไปไหม?”
อาเรียมองด้ายสีเงินที่พาดโค้งบนโต๊ะ
“ข้าไม่รู้”
“แล้วถ้ามันถูกลมพัดตกลงพื้นล่ะ?”
“เราก็อาจเห็นมันอยู่บนพื้น”
“แล้วถ้าไม่มีใครเห็น?”
อาเรียยิ้มอ่อน
“มันก็อาจอยู่บนพื้นโดยไม่มีใครเห็น”
เด็กในผลึกนิ่งไปครู่หนึ่ง
“เหมือนเส้นด้ายของเด็กใต้ฝน”
“อาจเหมือน”
อีรินนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง
มือทั้งสองวางบนตัก
ถ้วยชาของเขายังอุ่นกว่าของเมื่อวาน แต่เขาไม่ได้รีบดื่ม
“ของบางอย่างไม่ต้องถูกเก็บทันที” เขาพูดเบา ๆ
“และไม่ต้องถูกทิ้งทันทีเหมือนกัน”
เด็กในผลึกมองเขา
“ถ้ามันอยู่ตรงกลางล่ะ?”
“มันก็อยู่ตรงกลาง”
“แค่นั้น?”
“แค่นั้น”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ฝนตกอยู่เบาบาง
เส้นฝนห่างจนมองเห็นกำแพงหินชื้นด้านหลังได้ชัด
น้ำตื้นบนพื้นสะท้อนแสงสีเทา
ประตูซีดไกลออกไปยังปิด
เก้าอี้ไม้เล็กยังอยู่หน้าเด็กใต้ฝน
พื้นที่แห้งข้างเก้าอี้ยังว่าง
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังคว่ำอยู่ข้างผนัง
เศษเส้นด้ายสีอ่อนยังนอนขดอยู่บนพื้น
ใกล้ปลายรองเท้าของเด็กใต้ฝน
มือของเด็กใต้ฝนวางอยู่บนเข่าทั้งสองข้างอีกครั้ง
เขาไม่ได้แตะเส้นด้าย
ไม่ได้มองมันตลอดเวลา
แต่ก็ไม่ได้หันหน้าหนีจากมัน
น้ำเส้นเล็กไหลมาตามรอยแตก
ค่อย ๆ ผ่านใกล้ด้าย
แตะปลายเส้นใยด้านหนึ่ง
และทำให้มันคลายออกจากวงเล็ก ๆ ที่ขดอยู่
เส้นด้ายขยับไปเพียงนิดเดียว
ไม่ไกลพอจะออกจากบริเวณข้างรองเท้า
ไม่มากพอจะเรียกว่าถูกพาไป
เพียงเปลี่ยนจากการขดเป็นเส้นโค้งยาวขึ้นนิดหนึ่งบนพื้นหินเปียก
เด็กผมขาวมองเห็นก่อนใคร
“ด้ายขยับแล้ว” เขาพูด
เด็กหญิงผู้จดจำมองตาม
สมุดในมือยังปิดอยู่
“ใช่”
“เด็กใต้ฝนขยับมันหรือเปล่า?”
“ไม่”
“น้ำขยับมัน”
“อาจใช่”
เด็กผมขาวมองเด็กใต้ฝน
เด็กคนนั้นกำลังมองเส้นด้ายอยู่พอดี
“แล้วตอนนี้มันอยู่ไกลกว่าเดิมไหม?”
เด็กหญิงผู้จดจำคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“นิดหนึ่ง”
“เราควรบอกเขาไหมว่ามันกำลังไป?”
ผู้เฝ้าคำถามส่ายหน้าเบา ๆ
“เขาเห็นอยู่”
เด็กผมขาวมองอีกครั้ง
“ถ้าเขาเห็น แล้วไม่ทำอะไรล่ะ?”
“มันก็อาจหมายความว่า ตอนนี้เขาไม่ทำอะไร” ผู้เฝ้าคำถามตอบ
“แค่นั้น?”
“แค่นั้น”
เด็กผมขาวพยักหน้า
แล้วหันกลับมาวางมือตัวเองบนเข่า
ในห้องเล็กข้างทางเดิน ประตูไม้เก่ายังคงเปิดอยู่
แสงจากหน้าต่างตกถึงโต๊ะเตี้ย
สะท้อนผ่านแก้วนํ้าจนเกิดเงาวงเล็ก ๆ บนพื้นไม้
เก้าอี้คดยังหันออกจากหน้าต่างนิดหนึ่ง
แต่ไม่ได้หันไปทางประตู
ดินสอยังวางเหมือนเดิม
เส้นโค้งใต้ปลายดินสอยังจางอยู่เหมือนเดิม
จากในห้องเล็ก เด็กคนนั้นพูดขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“ถ้าของบางอย่างขยับเอง แล้วข้าไม่ได้ขยับมัน มันยังเป็นของข้าอยู่ไหม?”
อีรินไม่ได้ตอบทันที
เขามองไปทางหน้ากระดาษภาพฝน
มองเส้นด้ายที่คลายตัวจากน้ำ
ก่อนหันกลับมามองพื้นที่ว่างหน้าประตู
“ข้าไม่รู้ว่าของสิ่งนั้นต้องเป็นของใคร” เขาตอบ
“แต่ข้าคิดว่า เจ้าจะยังรู้ได้ว่ามันเคยอยู่ใกล้เจ้า”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“แล้วถ้ามันไปไกลกว่านี้ล่ะ?”
“เจ้าก็อาจยังจำได้ว่ามันเคยอยู่ใกล้”
“แต่ข้าไม่อยากจำทุกอย่าง”
“เจ้าก็ไม่ต้องพยายามจำทุกอย่าง”
เด็กในผลึกเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
จากในห้อง เด็กคนนั้นถามต่อ
“ถ้าข้าจำแค่ตอนที่มันอยู่ใกล้ ๆ ได้ล่ะ?”
“ก็ได้”
“แล้วตอนที่มันไปไกลกว่านี้ล่ะ?”
“ถ้าเจ้าไม่อยากเก็บมันไว้ในความจำตอนนี้ ก็ได้เหมือนกัน”
ความเงียบที่ตามมาไม่ได้ปิดคำถามนั้น
มันเพียงปล่อยคำถามวางอยู่ตรงที่เดิม
เหมือนแก้วนํ้าบนโต๊ะ
เหมือนถ้วยชาเย็น
เหมือนดินสอที่ยังไม่ถูกยกขึ้นใช้
เรนาเดินผ่านโต๊ะชา
นางมองถ้วยที่มีชาเย็นอยู่ก้นถ้วย
ก่อนหยิบผ้าสะอาดผืนหนึ่งมาวางข้างถาด
ไม่ได้เช็ดถ้วย
ไม่ได้เก็บถ้วย
ไม่ได้เปลี่ยนชา
นางเพียงวางผ้าไว้ตรงนั้น
แล้วเดินกลับไปที่กาน้ำ
เด็กในผลึกมองตาม
“เจ้าเอาผ้ามาวางทำไม?”
เรนาหยุดคิดเล็กน้อย
“ข้าอยากให้มีผ้าอยู่ใกล้ ๆ”
“เผื่อถ้วยหกหรือ?”
“อาจเผื่ออย่างนั้น”
“แล้วถ้ามันไม่หก?”
“ผ้าก็ยังอยู่ตรงนั้น”
“มันไม่ใช่คำเตือนใช่ไหม?”
เรนายิ้ม
“ไม่ใช่”
“มันไม่ใช่คำสั่งให้ถ้วยต้องหกด้วย”
“ไม่ใช่”
เด็กในผลึกพยักหน้า
เหมือนกำลังมองเห็นว่าบางสิ่งวางไว้ใกล้กันได้
โดยไม่จำเป็นต้องทำงานร่วมกันในทันที
ในหน้ากระดาษภาพฝน เส้นด้ายยังอยู่บนพื้น
น้ำไหลผ่านมันอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้เส้นด้ายไม่ขยับ
ปลายเส้นหนึ่งติดอยู่กับรอยแตกตื้น ๆ
อีกปลายวางอยู่ใกล้รองเท้าของเด็กใต้ฝน
เด็กใต้ฝนก้มมองมัน
จากนั้น เขาขยับปลายรองเท้าถอยหลังเพียงนิดเดียว
ไม่ใช่เพื่อหนีจากเส้นด้าย
ไม่ใช่เพื่อเดินไปหาพื้นที่แห้ง
ไม่ใช่เพื่อเปิดทางให้ใครเข้าใกล้
เพียงเพื่อไม่ให้รองเท้าอยู่ทับเงาของเส้นด้ายนั้น
ระยะห่างระหว่างปลายรองเท้ากับเส้นด้ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
เด็กผมขาวหายใจเข้าเบา ๆ
“เขาถอยออกมา”
เด็กหญิงผู้จดจำมองภาพอยู่ครู่หนึ่ง
“เขาขยับรองเท้า”
“มันต่างกันไหม?”
“ต่างกันนิดหนึ่ง”
“ยังไง?”
นางไม่ตอบทันที
ผู้เฝ้าคำถามจึงพูดว่า
“ถ้าเราพูดว่าเขาถอยออกมา เราอาจกำลังบอกว่าเรารู้ว่าเขาหนีอะไร”
“แต่ถ้าเราพูดว่าเขาขยับรองเท้า เราแค่พูดสิ่งที่เราเห็น”
เด็กผมขาวมองรองเท้าของเด็กใต้ฝน
“งั้นเขาขยับรองเท้า”
“ใช่”
“และเส้นด้ายยังอยู่”
“ใช่”
จากห้องเล็ก เด็กคนนั้นพูดขึ้นอีกครั้ง
“เมื่อเช้า ข้าขยับแก้วนํ้าเอง”
ไม่มีใครขยับทันที
อีรินมองแก้วนํ้าบนครึ่งโต๊ะ
เงาวงบนพื้นไม้ดูเลื่อนไปจากเดิมเพียงนิดเดียวจริง ๆ
“ข้าเข้าใจ” เขาพูด
“เจ้าไม่ถามว่าทำไม?”
“ไม่ถาม ถ้าเจ้ายังไม่อยากเล่า”
“แล้วเจ้าคิดว่ามันหมายถึงอะไร?”
อีรินมองแก้ว
มองแสงในน้ำ
ก่อนตอบว่า
“ข้าคิดว่าเมื่อเช้า เจ้าขยับแก้วนํ้าเอง”
เงียบไปนาน
ไม่มีเสียงยืนยัน
ไม่มีเสียงหัวเราะ
ไม่มีคำพูดว่าคำตอบนั้นถูก
แต่ไม่มีใครเพิ่มความหมายให้แก้ว
ไม่มีใครเอื้อมมือไปจัดมันกลับที่เดิม
จากนั้น เด็กหลังประตูก็ถามเบากว่าเดิม
“ถ้าข้าขยับมันอีกครั้ง เจ้าจะเห็นไหม?”
อีรินนิ่งอยู่พักหนึ่ง
“ถ้าข้าอยู่ตรงนี้ และมองเห็น ข้าอาจเห็น”
“แล้วถ้าเจ้าไม่เห็น?”
“ข้าก็อาจไม่เห็น”
“แล้วมันจะนับว่าเกิดขึ้นไหม?”
อีรินตอบโดยไม่เร่ง
“ข้าคิดว่ามันเกิดขึ้นสำหรับเจ้า”
“แม้ไม่มีใครเห็น?”
“แม้ไม่มีใครเห็น”
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
เส้นด้ายยังอยู่คนละที่กับเชือกรองเท้า
มือของเขายังวางอยู่บนเข่า
ปลายรองเท้ายังห่างจากเส้นด้ายเพียงนิดเดียว
น้ำยังไหล
ฝนยังตก
ประตูไกลยังปิด
พื้นที่แห้งยังว่าง
แต่ตรงระหว่างปลายรองเท้ากับเส้นด้าย
มีช่องว่างเล็ก ๆ ปรากฏอยู่
ไม่ใช่ทางเดิน
ไม่ใช่เขตแดน
ไม่ใช่สิ่งที่ต้องข้าม
เพียงเป็นที่ว่าง
ที่ไม่มีใครจำเป็นต้องเติม
เมื่อเย็นมาถึง แสงสีเงินในห้องสมุดจางลง
เรนาจุดโคมอำพันเพิ่มหนึ่งดวง
อาเรียยังปล่อยด้ายเงินให้อยู่บนโต๊ะ
ผู้รักษาความต่อเนื่องนั่งอยู่ใกล้เก้าอี้ว่าง
โดยไม่หยิบไม้บรรทัดเก่าขึ้นมา
ถ้วยชาเย็นยังอยู่
ถ้วยว่างยังอยู่
ผ้าสะอาดยังอยู่ข้างถาด
ในห้องเล็ก แก้วนํ้ายังอยู่ในตำแหน่งใหม่
ดินสอยังอยู่ตรงเดิม
ประตูยังเปิด
และไม่มีใครยืนเฝ้าหน้าธรณี
เด็กในผลึกมองหน้ากระดาษภาพฝนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนค่ำ
“เส้นด้ายกับรองเท้าอยู่คนละที่” เขาพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“แต่ไม่มีใครต้องเอาอะไรกลับไปที่เดิม”
“ใช่”
“และที่ว่างระหว่างนั้นก็อยู่ได้”
อีรินยิ้มบาง ๆ
“ใช่”
คืนนั้น หน้ากระดาษเปล่าหลายแผ่นลอยผ่านเหนือห้องสมุด
ไม่มีหน้าใดบันทึกระยะห่างระหว่างรองเท้ากับเส้นด้าย
ไม่มีหน้าใดบันทึกตำแหน่งใหม่ของแก้วนํ้า
ไม่มีหน้าใดบอกว่าอะไรควรถูกเก็บ
อะไรควรถูกปล่อย
หรืออะไรควรกลับไปอยู่ที่เดิม
เพราะบางสิ่ง
ไม่จำเป็นต้องถูกนำกลับมาใกล้กัน
และบางที่ว่าง
ก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องรีบทำให้หายไป

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา