Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
•
ติดตาม
23 ต.ค. เวลา 02:47 • นิยาย เรื่องสั้น
ตอนที่ 181: เสียงของแก้วที่ยังอยู่
เช้าวันนั้น ไม่มีใครพูดถึงรอยดินสอในตอนแรก
เส้นโค้งสองเส้น
จุดเล็กหนึ่งจุด
และเส้นสั้นที่เข้าใกล้ก่อนจะหยุด
ทั้งหมดอยู่บนโต๊ะไม้เตี้ยเช่นเดิม
แสงอ่อนจากหน้าต่างสูงผ่านลงบนพื้น
ไหลผ่านขอบแก้วนํ้าครึ่งแก้ว
ทำให้เกิดเงาใส ๆ สั่นไหวอยู่ข้างรอยดินสอ
ประตูไม้เก่ายังเปิด
ในห้องเล็ก เก้าอี้คดยังหันเฉียงออกจากหน้าต่าง
กระดาษฉีกขาวยังค้ำขาเก้าอี้
ผ้าสีเทายังพับอยู่ข้างผนัง
ดินสอแท่งสั้นยังอยู่บนโต๊ะ
และไม่มีใครยืนรออยู่ตรงธรณี
อีรินนั่งข้างหน้าต่าง
วันนี้ถ้วยชาของเขาอุ่นกว่าเมื่อวานเล็กน้อย
แต่ยังไม่ได้ถูกยกขึ้นดื่ม
เด็กในผลึกมองแสงที่ผ่านแก้วนํ้าอยู่เงียบ ๆ
มือเงาถ่านและมือแสงทองวางห่างกันบนตัก
ไม่ได้เข้าใกล้กว่าเดิม
ไม่ได้ห่างกว่าเดิม
“แก้วนํ้ายังอยู่ตรงเดิมไหม?” เขาถาม
อีรินมองไปที่โต๊ะเตี้ย
“มันอยู่ตรงที่เราเห็นมันเมื่อวาน” เขาตอบ
เด็กในผลึกคิดครู่หนึ่ง
“แต่ข้าไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงนั้นทั้งคืนหรือเปล่า”
“ข้าก็ไม่รู้”
“ถ้ามันเคยถูกขยับ แล้วกลับมาที่เดิมล่ะ?”
อีรินมองเงาวงเล็กใต้ก้นแก้ว
“มันก็อาจเคยถูกขยับ” เขาตอบ
“แต่ตอนนี้ มันอยู่ตรงนี้”
เด็กในผลึกพยักหน้าเบา ๆ
“ของบางอย่างมีเมื่อคืนที่เราไม่เห็น”
“ใช่”
“แล้วตอนเช้า มันก็ยังอยู่”
“ใช่”
จากในห้องเล็ก ไม่มีเสียงตอบ
แต่ไม่มีใครคาดหวังให้มี
ในหน้ากระดาษภาพฝน ฝนยังตกละเอียด
ไม่หนักพอให้เกิดละออง
ไม่เบาพอจะเรียกว่าหยุด
หยดน้ำเล็ก ๆ ลงบนพื้นหิน
รวมกันในแอ่งตื้น
ไหลผ่านรอยแตก
แล้วแยกออกใต้ขาเก้าอี้ไม้
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่หลังเก้าอี้เช่นเดิม
ประตูสีซีดไกลออกไปยังปิด
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังคว่ำอยู่
พื้นที่แห้งเล็ก ๆ ข้างเก้าอี้ยังว่าง
เส้นด้ายสีอ่อนยังนอนอยู่ใกล้ปลายรองเท้า
ปลายรองเท้ายังคงหันเฉียงออกจากมัน
มีรอยเส้นเล็กในน้ำตื้นข้างเข่า
หลงเหลืออยู่เพียงเงาจาง ๆ
จากเส้นที่นิ้วเคยวาดเมื่อวาน
มันไม่ใช่วง
ไม่ใช่เครื่องหมาย
ไม่ใช่สิ่งที่น้ำต้องเก็บไว้
เด็กผมขาวมองรอยจางนั้น
“เส้นในน้ำเกือบหายหมดแล้ว” เขาพูด
เด็กหญิงผู้จดจำพยักหน้า
“ใช่”
“ถ้ามันหายหมด เราจะยังรู้ไหมว่าเคยมี?”
“เราอาจรู้” นางตอบ
“หรือเราอาจลืมในวันหนึ่ง”
เด็กผมขาวหันมองนาง
“ถ้าลืมแล้ว มันเคยเกิดขึ้นไหม?”
เด็กหญิงผู้จดจำกอดสมุดที่ปิดอยู่บนตัก
“ข้าคิดว่า มันยังเคยเกิดขึ้น”
“แม้ไม่มีใครจำ?”
นางเงียบไปครู่หนึ่ง
ผู้เฝ้าคำถามจึงพูดเบา ๆ
“บางสิ่งอาจเคยเกิดขึ้น แม้ไม่มีใครเก็บมันไว้เป็นเรื่องเล่า”
เด็กผมขาวมองหน้ากระดาษภาพฝนอีกครั้ง
“เหมือนเส้นในน้ำ”
“อาจเหมือน”
ตอนสาย เรนาเดินผ่านโต๊ะเตี้ยพร้อมกาน้ำอุ่น
นางหยุดอยู่ไกลจากประตูพอสมควร
ไม่ได้เดินเข้าไป
ไม่ได้ยกแก้วนํ้าขึ้น
ไม่ได้แตะดินสอ
นางเพียงมองแสงในแก้วอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วเกิดเสียงเบามากดังขึ้นจากในห้องเล็ก
กึก
เหมือนแก้วถูกเลื่อนบนไม้เพียงปลายเล็บเดียว
ทุกคนได้ยิน
แต่ไม่มีใครหันไปทันที
อีรินไม่ได้ลุก
เรนาไม่ได้ขยับเข้าใกล้
อาเรียไม่ได้ยกด้ายเงินขึ้นจากโต๊ะ
ผู้รักษาความต่อเนื่องไม่ได้เอื้อมไปหยิบไม้บรรทัดเก่า
เด็กในผลึกมองไปทางประตู
“แก้วขยับอีกแล้ว” เขาพูด
“อาจใช่” อีรินตอบ
“เราจะดูไหม?”
อีรินส่ายหน้าเบา ๆ
“ข้าไม่คิดว่าเสียงหนึ่งเสียงต้องทำให้เราวิ่งไปดู”
“แต่ถ้าแก้วตกแตก?”
“ถ้ามีเสียงแก้วตกแตก เราอาจรู้ได้” อีรินตอบ
“ตอนนี้ เราได้ยินเพียงเสียงเบา ๆ”
เด็กในผลึกฟังอยู่ครู่หนึ่ง
ไม่มีเสียงแตก
ไม่มีเสียงเรียก
ไม่มีเสียงฝีเท้า
มีเพียงลมบางจากหน้าต่าง
และเสียงน้ำในกาที่เรนาถืออยู่
“งั้นตอนนี้ เราได้ยินเสียงเบา ๆ” เด็กในผลึกพูด
“ใช่”
“แค่นั้น”
“แค่นั้น”
หลังจากนั้นอีกครู่หนึ่ง เด็กหลังประตูก็พูดขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“ถ้าข้าขยับแก้ว แล้วไม่มีใครเห็น เจ้ายังคิดว่าข้าขยับมันไหม?”
อีรินไม่รีบตอบ
“ถ้าเจ้าบอกว่าขยับ” เขาพูดในที่สุด
“ข้าก็เชื่อว่าเจ้าขยับ”
“แม้เจ้าไม่เห็น?”
“แม้ข้าไม่เห็น”
“แล้วถ้าข้าไม่บอกล่ะ?”
“งั้นข้าก็อาจไม่รู้”
เงียบไปพักหนึ่ง
“แล้วเจ้าจะเดาไหม?”
“ข้าพยายามไม่เดา”
“ทำไม?”
อีรินมองรอยดินสอบนโต๊ะ
มองเส้นโค้งที่ยังเว้นช่องว่างไว้
“เพราะบางครั้ง การเดาอาจเอาสิ่งของเราไปวางในช่องว่างของเจ้า” เขาตอบ
“และข้าไม่อยากทำอย่างนั้น”
จากในห้องเล็กเงียบไปนาน
เด็กในผลึกขยับปลายนิ้วบนตักเล็กน้อย
มือทั้งสองยังไม่แตะกัน
“ช่องว่างของเขา” เด็กในผลึกพูด “ไม่ใช่ที่ให้เราเอาคำตอบไปใส่”
“ใช่” อีรินตอบ
“แม้เราจะอยากรู้”
“แม้เราจะอยากรู้”
ในหน้ากระดาษภาพฝน น้ำตื้นข้างเด็กใต้ฝนเริ่มเปลี่ยนทาง
ไม่ใช่เพราะฝนแรงขึ้น
ไม่ใช่เพราะมีใครเดินผ่าน
เพียงเพราะใบไม้แห้งเล็กมากชิ้นหนึ่ง
ซึ่งลอยมาจากมุมกำแพง
ค่อย ๆ ติดอยู่ตรงรอยแตก
น้ำจึงไหลอ้อมมัน
เกิดเป็นทางโค้งบาง ๆ
ผ่านใกล้เส้นด้าย
แล้วไหลไปยังแอ่งน้ำอีกด้าน
เด็กใต้ฝนมองใบไม้ชิ้นนั้น
เขาไม่เอื้อมไปหยิบ
ไม่ขยับรองเท้า
ไม่เปลี่ยนท่านั่ง
เพียงมองน้ำที่อ้อมสิ่งเล็ก ๆ
ซึ่งไม่มีใครตั้งใจให้มาหยุดตรงนั้น
เด็กผมขาวมองตาม
“น้ำเปลี่ยนทาง” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“เพราะใบไม้”
“อาจใช่”
“แล้วเด็กใต้ฝนจะเอาใบไม้ออกไหม?”
“ข้าไม่รู้”
เด็กผมขาวหันไปหาผู้เฝ้าคำถาม
“ถ้าใบไม้ยังอยู่ น้ำก็จะไหลแบบนั้นต่อไปหรือ?”
ผู้เฝ้าคำถามมองทางน้ำเล็ก ๆ
“อาจสักพักหนึ่ง” เขาตอบ
“หรือฝนอาจพามันไปเอง”
“แล้วถ้าไม่มีอะไรพามันไป?”
“มันก็อาจอยู่ตรงนั้น”
เด็กผมขาวนิ่งคิด
“สิ่งเล็ก ๆ ทำให้น้ำเปลี่ยนทางได้”
“ใช่”
“แต่ไม่ได้แปลว่าน้ำจะโกรธใบไม้”
ผู้เฝ้าคำถามยิ้มเล็กน้อย
“ไม่จำเป็นต้องแปลอย่างนั้น”
ช่วงบ่าย เรนานำผ้าสะอาดอีกผืนมาวางบนโต๊ะชา
ถ้วยว่างยังอยู่บนถาดเพียงใบเดียว
ถ้วยที่เคยมีชาเย็นถูกล้างและเก็บไปแล้ว
เด็กในผลึกมองถาดที่ดูโล่งขึ้น
“ตอนนี้เหลือถ้วยเดียว” เขาพูด
“ใช่” เรนาตอบ
“มันดูเหมือนถ้วยต้องรอมากกว่าเดิมไหม?”
เรนาส่ายหน้า
“ข้าไม่คิดว่าถ้วยกำลังรอ”
“แล้วมันกำลังทำอะไร?”
“มันกำลังอยู่บนถาด”
เด็กในผลึกยิ้มบาง ๆ
“แค่นั้น”
“แค่นั้น”
อาเรียมองด้ายเงินที่วางเป็นเส้นโค้งบนโต๊ะข้าง ๆ
ปลายด้ายด้านหนึ่งอยู่ใกล้ถ้วยว่าง
แต่อีกด้านหันออกไปทางหน้าต่าง
ไม่มีใครดึงมัน
ไม่มีใครทำให้มันเป็นวง
ไม่มีใครทำให้มันกลายเป็นทางเชื่อม
เด็กในผลึกมองมันแล้วถาม
“ถ้าด้ายอยู่ใกล้ถ้วย มันเกี่ยวกันไหม?”
อาเรียตอบทันที
“ไม่จำเป็น”
“แม้เราจะเห็นมันอยู่ใกล้กัน?”
“แม้เราเห็น”
“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าอะไรเกี่ยวกัน?”
อาเรียมองด้าย
มองถ้วย
ก่อนตอบอย่างอ่อนโยน
“บางครั้ง เราไม่รู้”
“และไม่รู้ก็ไม่ได้ทำให้เรามองสิ่งเหล่านั้นน้อยลง”
ในห้องเล็ก มีเสียงดินสอขยับอีกครั้ง
ไม่ใช่เสียงครูดวาด
เพียงเสียงไม้กลิ้งช้า ๆ บนโต๊ะ
กลึก
แล้วหยุด
เด็กในผลึกไม่ได้ถามทันที
อีรินไม่ได้มองไปทางประตู
ผ่านไปครู่หนึ่ง เด็กหลังประตูก็พูดขึ้น
“ดินสอกลิ้ง”
“ข้าได้ยิน” อีรินตอบ
“มันเกือบตก”
“แต่ตอนนี้ยังไม่ตก”
“ใช่”
เด็กหลังประตูเงียบไป
อีรินยังนั่งตรงเดิม
ไม่ได้พูดต่อว่า ระวังนะ
ไม่ได้ถามว่า ต้องให้ข้าเข้าไปไหม
ไม่ได้บอกว่า วางให้ดีสิ
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง เด็กคนนั้นจึงถาม
“ถ้ามันตก เจ้าจะเก็บให้ไหม?”
อีรินมองประตูที่เปิด
มองพื้นที่ว่างตรงธรณี
แล้วตอบช้า ๆ
“ถ้าเจ้าขอให้ข้าเก็บ ข้าจะลองช่วย” เขาตอบ
“ถ้าเจ้ายังไม่ขอ ข้าจะปล่อยให้ดินสออยู่ในเรื่องของเจ้า”
“แม้มันตกอยู่บนพื้น?”
“แม้มันตกอยู่บนพื้น”
“แล้วถ้าข้าไม่รู้ว่าข้าอยากให้เจ้าเก็บหรือไม่?”
อีรินพยักหน้าเล็กน้อย
“งั้นมันก็ยังอยู่ตรงนั้นได้” เขาตอบ
“จนกว่าเจ้าจะรู้มากขึ้น หรือจนกว่าเจ้าจะไม่อยากรู้ก็ได้”
จากในห้องเล็ก เงียบไปนาน
ไม่มีเสียงดินสอตก
ไม่มีเสียงแก้วขยับ
ไม่มีเสียงเก้าอี้ครูด
แต่ความเงียบนั้นไม่เหมือนก่อน
ไม่ใช่ความเงียบที่ต้องรีบทำให้เต็ม
เป็นความเงียบที่มีแก้ว
มีดินสอ
มีเส้นดินสอที่ยังไม่ปิด
และมีเด็กคนหนึ่งอยู่หลังประตูเปิด
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
ใบไม้แห้งยังติดอยู่ในรอยแตก
น้ำยังไหลอ้อมมัน
เส้นด้ายยังอยู่ใกล้รองเท้า
ช่องว่างยังอยู่
แต่ปลายนิ้วของเด็กใต้ฝนยกขึ้นจากเข่า
เขาไม่ได้วาดในน้ำ
ไม่ได้แตะเส้นด้าย
ไม่ได้แตะเก้าอี้
เขาเพียงยกมือขึ้นใกล้ระดับอก
คว่ำฝ่ามือลง
มองหยดฝนที่ตกผ่านช่องระหว่างนิ้ว
จากนั้น เขาวางมือกลับลงบนเข่า
เด็กผมขาวมองตาม
“เขายกมือ” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แล้วเขาวางกลับ”
“ใช่”
“เรารู้ไหมว่าเขาทำไม?”
“ไม่รู้”
เด็กผมขาวมองมือของเด็กใต้ฝนที่กลับมาวางนิ่งแล้ว
“แล้วเรายังเห็นว่าเขายกมือได้”
“ใช่”
ผู้เฝ้าคำถามพยักหน้า
“บางครั้ง การเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ก็พอแล้ว”
เมื่อเย็นมาถึง แสงสีเงินนอกหน้าต่างเริ่มจางลง
โคมอำพันทีละดวงสว่างขึ้น
แต่ไม่มีดวงใดส่องตรงเข้าไปในห้องเล็ก
ประตูยังเปิด
แก้วนํ้ายังอยู่
ดินสอยังไม่ตก
รอยเส้นยังมีช่องว่าง
บนถาดไม้ ถ้วยว่างยังอยู่เพียงใบเดียว
ในหน้ากระดาษภาพฝน ใบไม้แห้งยังทำให้น้ำไหลอ้อม
เด็กใต้ฝนยังอยู่หลังเก้าอี้
ประตูไกลยังปิด
พื้นที่แห้งยังว่าง
ร่มยังไม่กาง
ไม่มีใครเอาใบไม้ออก
ไม่มีใครขยับเส้นด้ายกลับไปที่เชือกรองเท้า
ไม่มีใครเติมช่องว่างระหว่างรอยดินสอ
แต่ทุกสิ่งยังอยู่ในที่ของมัน
หรือในที่ที่มันเพิ่งไปอยู่
และบางครั้ง
เพียงได้ยินว่าแก้วยังไม่ตก
ก็เพียงพอแล้วสำหรับวันหนึ่งวัน
นิยาย
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย