24 ต.ค. เวลา 06:41 • ศิลปะ & ออกแบบ

The Calumny of Apelles (การใส่ร้ายของอะเพลลีส)

รูปนี้ไม่ค่อยจะดังสักเท่าไร แต่สะดุดตาตรงที่เป็นกลุ่มฝูงชนกำลังจะทำอะไรบางอย่างชนิดเหมือนการดึงทึ้งผมผู้หญิง เสื้อผ้า ด้วยความอิจฉา ในขณะที่มีบุคคลบนบัลลังก์คอยชี้สั่งการ และมีจุดเด่นตรงชายคนหนึ่งใส่กางเกงในกำลังทำท่าไหว้โดยไม่แยแสโลกที่วุ่นวายอยู่ และมีนางชีชุดดำแลดูเหมือนเป็นแม่มดตัวร้ายที่ใส่ร้ายผู้คนและสร้างปรากฎการณ์ดึงทึ้งผมนั้น หันไปมองรูปประติมากรรมเทพีวีนัสอยู่
เห็นแล้วเดาเอาว่า เป็นการตบตีของบรรดาเมียหลายคนของตาผู้ชายด้านล่าง โดยเหล่าเมียผู้โชคร้ายคนหนึ่งคงจะทำอะไรผิด หรือได้ดิบได้ดีจนโดนรุมอิจฉา ส่วนหญิงชุดดำอาจจะเป็นแม่ผัวของแม่สาวชุดฟ้าผู้ น่าสงสาร เบือนหน้าหนีไม่หันไปช่วยแม่นางเคราะห์ร้าย เช่นเดียวกับสามีที่ดูเป็นคนขลาด ไม่กล้ามาห้ามการถูกรังแก แม้ว่าเมียคนที่ถูกรังแกต้องเอื้อมมือมาขอความช่วยเหลือ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้จนต้องไหว้วอนขอความปราณีต่อเมียน้อยทั้งหลายว่าหยุดเถอะนะ
และที่สำคัญคือด้านขวามือ มีใครนั่งบัลลังก์อยู่ ซึ่งคงเป็นพ่อตาหรือพ่อผัวที่คอยสั่งให้บรรดาเมียน้อยหลาย ๆ คน มาลงโทษผู้เคราะห์ร้ายนางนั้น โดยมีสมุนคนใช้คอยสนับสนุน ยุแยงตะแคงรั่ว
หลังจากไปดูแล้วกลับมาค้นข้อมูลก็พบว่า เรื่องนี้มีธีม (Theme) เดียวกัน คือ การอิจฉาริษยารุมทำร้าย แต่เรื่องราว (Story) เป็นคนละเรื่องกัน พลิกกลับตาลปัตรกับที่เราคิด
ภาพนี้มีชื่อว่า The Calumny of Apelles แปลว่า การใส่ร้ายของอะเพลลีส เป็นวรรณกรรมกรีก กล่าวถึงชายที่ถูกใส่ร้ายและบาทหลวงที่ตัดสินโดยไร้ความยุติธรรมอันเนื่องมาจาก การหลงเชื่อผู้ที่กล่าวเท็จใส่ร้าย
ภาพนี้เป็นการวาดเชิงสัญลักษณ์ อุปมาอุปไมโดยสมมติว่าใครเป็นอะไรอีกต่อหนึ่ง โดยคนที่นั่งบนบัลลังก์เปรียบเสมือนผู้พิพากษา โดยคนที่อยู่สองข้างแทนตัวตนของความไม่รู้ และความหวาดระแวง คอยกระซิบข้างหู
ภาพขยายให้เห็นผู้พิพากษาถูกยุแยงตะแคงรั่ว
ส่วนชายใส่ชุดสีน้ำตาล ยื่นคบเพลิงให้ผู้พิพากษา คือตัวตนของการใส่ร้าย
ชายถือคบเพลิง คอยใส่ไฟ ให้เรื่องใหญ่โตขึ้น
หญิงชุดสีฟ้า ดูให้ดี ๆ อีกทีจะพบว่า เธอนั่นแหละคือตัวมารร้ายอันแท้ทรู กำลังจิกหัวผู้ชายผอมแห้งน่าสงสารมาเป็นเหยื่อของการพิพากษา โดยมีตัวร้ายคือ แม่นางอิจจา แม่นางคิดโกง และแม่นางกลลวงคอยแต่งผม แม่นางใส่ร้ายให้แลดูงดงามต่างหากล่ะ
ดูดีๆจะเห็นว่าการทึ้งผมนั้น ที่แท้คือการจัดแต่งทรงผมต่างหากล่ะ
กลายเป็นว่ามันกลับตาลปัตรกับเรื่องที่ผมคิดในตอนแรกคนละเรื่องกัน (แต่ก็ยังเป็นเรื่องเดียวกันน่ะแหละ คือการรุมทำร้ายอย่างไม่ยุติธรรมนั่นเอง)
ส่วนชายที่เปลือยท่อนบน เป็นบุคคลที่สำคัญที่สุด ซึ่งก็คือ เหยื่อ ของการถูกใส่ร้าย จนต้องพนมมืออ้อนวอน
เหยื่อ ที่ถูกจิกอย่างน่าสงสาร
ส่วนผู้หญิงชุดดำด้านซ้าย (ซึ่งตอนแรกเรานึกว่าเป็นแม่ของสามี) เป็นตัวแทนของความสำนึกผิด กำลังเหลียวมองหญิงสาวเปลือยกายซ้ายสุด ซึ่งเป็นตัวแทนของความจริง (Truth) ที่ชี้มือขึ้นฟ้าแสดงสัญลักษณ์ว่าสวรรค์จงเป็นพยาน (ซึ่งเธอก็ได้แต่โพสต์ท่าเป็นนางงาม แต่ไม่ได้มาช่วยอะไร ใจดำแท้ ๆ)
นางฟ้ากับนางเฒ่า ผู้ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรเลย
สรุปแล้วภาพนี้มีเสน่ห์ตรงที่เป็นเหตุการณ์อะไรที่คนดูแล้วน่าสนใจ แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ก็เลยทำให้มันน่าสนใจยิ่งไปอีก ซึ่งหลายคนก็คงทราบอีกว่ามันคงเป็นเรื่องราวในวรรณกรรม หรือไม่งั้นก็เป็นการนำสัญลักษณ์มาแสดงเป็นตัวบุคคล ตามสไตล์วรรณกรรมกรีกที่เคยมีอยู่ แต่ถ้าอยากจะรู้ก็ต้องมาค้นคว้าจริงจังกันหน่อย
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมสนใจก็คือสไตล์ ซึ่งดูแล้วเรารู้ว่าเป็นเรเนซองส์ตอนต้น และมีความงามของความเคลื่อนไหวทั้งจากตัวบุคคลและผ้าที่พริ้วไหวเหมือนโดนลมเป่า เห็นแบบนี้แล้วเลยคิดถึงศิลปินคนดังที่เราคุ้นเคยคนหนึ่ง ยิ่งเมื่อดูนางงามเปลือยด้านซ้ายผมปลิวไสวก็รู้เลยว่านี่มันแม่นางวีนัสของบอตติเชลลีเป็นแน่ ซึ่งศิลปินคงจะเลียนแบบงาน กำเนิดวีนัส ของบอตติเชลลี มา
ขอเฉลยละกัน ว่างานนี้เป็นของบอตติเชลลีเองแหละ แต่วาดหลังจากกำเนิดของวีนัสประมาณสิบกว่าปี ก็คงขี้เกียจคิดสไตล์ใหม่ เลยก๊อปวีนัสมาแปะลงเป็นตัวละครใหม่ แต่ใช้ดาราคนเดิม
หมายเหตุอีกนิดว่า ภาพนี้มีชื่อว่า การใส่ร้ายของอะเพลลีส (Apelles) ซึ่งอะเพลลิสไม่ใช่คนที่มาใส่ร้าย แต่เป็นชื่อของจิตรกรเอกยุคพระเจ้าอเลกซานเอร์มหาราช ที่วาดภาพทำนองนี้ขึ้นเป็นการประท้วงการที่ตนถูกใส่ร้ายจนเกือบโดนประหาร แต่ภาพนี้ได้สูญหายไปนานแล้ว บอตติเชลลีเลยวาดจินตนาการของตัวเองขึ้นมาใหม่ เป็นงานสไตล์ของบอตติเชลลีที่ดูวุ่นวายและเคลือบแคลงชวนให้ครุ่นคิดและค้นคว้าต่ออย่างนี้แหละ
โฆษณา