วันนี้ เวลา 05:33 • ความคิดเห็น

“คิดบวกกับงานยาก ไม่ได้แปลว่าต้องอดทนกับทุกปัญหา”

เวลาเจองานยาก เรามักได้ยินคำแนะนำว่า “คิดบวกเข้าไว้” ใช่ไหมครับ?
ผมก็เห็นด้วยครับ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมเรียนรู้ว่า
“การคิดบวกไม่ใช่การฝืนบอกตัวเองว่าทุกอย่างดี ทั้งที่ความจริงไม่ใช่”
การคิดบวกคือการมองปัญหาอย่างมีสติ แล้วถามตัวเองว่า
“เราจะรับมือกับมันอย่างไร?”
ไม่ใช่การยอมรับทุกอย่างโดยไม่ตั้งคำถาม และไม่ใช่การอดทนกับสิ่งที่กำลังทำร้ายเรา เพียงเพราะกลัวถูกมองว่าเป็นคนคิดลบ
ในการทำงาน ต่อให้วางแผนรอบคอบแค่ไหน ก็ยังมีเรื่องที่ไม่เป็นไปตามแผนเกิดขึ้นได้เสมอ ปัญหาอาจมาจากตัวงาน จากคน หรือจากระบบและวิธีการทำงานขององค์กร
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การบังคับตัวเองให้รู้สึกดีกับทุกปัญหา แต่คือการมองให้ออกว่า
“อะไรแก้ได้?”
“อะไรต้องยอมรับ?”
“และอะไรไม่ควรถูกปล่อยให้เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป?”
1. “บ่นให้น้อยลง” แล้วถามตัวเองว่าเราทำอะไรได้บ้าง?
เวลาทำงานแล้วเจอปัญหา การบ่นบ้างเป็นเรื่องธรรมดาครับ โดยเฉพาะปัญหาที่เราไม่ได้ก่อ แต่กลับต้องรับผิดชอบแก้ 😅
แต่ถ้าเราหยุดอยู่กับการบ่น ปัญหาก็ยังอยู่ที่เดิม บางเรื่องเราอาจแก้ไม่ได้ทั้งหมด แต่ยังทำให้ดีขึ้นได้ทีละเล็กทีละน้อย
คนที่รับมือกับปัญหาได้ดีจึงไม่จำเป็นต้องมีคำตอบครบทุกเรื่อง แต่อาจเป็นคนที่ยังมองหาทางไปต่อ แม้จะยังไม่เห็นปลายทางทั้งหมด
ถ้าปัญหาเกินกำลังหรือเกินอำนาจของเรา การขอความช่วยเหลือหรือสะท้อนปัญหาให้คนที่เกี่ยวข้องรับรู้ ก็ไม่ใช่ความอ่อนแอ
แต่คือการยอมรับความจริงอย่างรับผิดชอบ เพราะบางปัญหา ต่อให้พยายามแค่ไหนก็แก้ไม่ได้ หากระบบยังไม่เปลี่ยน
2. อย่าแบกทุกอารมณ์ของคนอื่นมาเป็นภาระของตัวเอง
เมื่อเกิดปัญหา แต่ละคนรับมือกับความกดดันไม่เหมือนกัน
* บางคนเงียบ
* บางคนหงุดหงิด
* บางคนอาจเผลอพูดจาไม่ดีกับคนรอบข้าง
สิ่งที่เราควรฝึกคือ อย่ารีบตีความว่าทุกคำพูดหรืออารมณ์ของคนอื่นเป็นการโจมตีเราเสมอไป
บางทีเขาอาจกำลังเผชิญเรื่องที่เราไม่รู้ หากเราตอบโต้ด้วยอารมณ์เดียวกัน ปัญหาจากเรื่องงานก็อาจลุกลามเป็นปัญหาความสัมพันธ์
การใจเย็นและพยายามเข้าใจอีกฝ่ายจึงช่วยได้มาก แต่การเข้าใจก็ไม่ได้แปลว่าเราต้องยอมให้ใครปฏิบัติต่อเราอย่างไม่เหมาะสม
“เราเข้าใจความกดดันของคนอื่นได้ โดยไม่จำเป็นต้องยอมรับพฤติกรรมที่ทำร้ายเรา”
3. งานยากอาจทำให้เราเก่งขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกความยากจะคุ้มค่ากับการอดทน
“การทำงานก็เหมือนมีคนจ่ายเงินให้เราเรียนรู้”
บทเรียนจากการทำงานจริง โดยเฉพาะในวันที่ต้องเจองานยาก เป็นสิ่งที่หาไม่ได้จากตำราเพียงอย่างเดียว
การได้แก้ปัญหา ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยทำ หรือทำผิดพลาดแล้วนำมาปรับปรุง ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้เราเติบโตและติดตัวไปได้ทุกที่
การเห็นคุณค่าของงานที่เรามีก็สำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน เพราะงานหนึ่งงานอาจเป็นโอกาสที่ใครอีกหลายคนกำลังตามหา
แต่ก็มีความจริงอีกด้านที่ไม่ควรมองข้ามครับ
“ไม่ใช่ทุกความเหนื่อยจะทำให้เราเก่งขึ้น”
งานที่ยากแต่เปิดโอกาสให้เรียนรู้ มีคนคอยแนะนำ และทำให้เราได้พัฒนาตัวเอง ความเหนื่อยนั้นอาจคุ้มค่า
แต่ถ้าเราต้องแก้ปัญหาเดิมซ้ำๆ เพราะระบบไม่ดี งานล้นจนไม่มีเวลาคิด หรือพยายามเท่าไรก็ไม่เห็นทางดีขึ้น ความเหนื่อยนั้นอาจไม่ได้พาเราเติบโต แต่อาจค่อยๆ พาเราไปสู่ความหมดไฟ
เรื่องนี้จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน คนทำงานควรพัฒนาตัวเอง แต่อองค์กรก็ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนทำงานได้ดีขึ้น ไม่ใช่โยนทุกปัญหาให้คนอดทนไปเรื่อยๆ
สุดท้ายแล้ว “การคิดบวกที่แท้จริงไม่ใช่การยอมรับทุกอย่าง แต่คือการกล้ายอมรับความจริง”
เราไม่จำเป็นต้องชอบทุกปัญหา ไม่จำเป็นต้องขอบคุณทุกความยากลำบาก และไม่จำเป็นต้องอดทนกับทุกสถานการณ์
* บางครั้งเราต้องลงมือแก้ไข
* บางครั้งต้องขอความช่วยเหลือ
* และบางครั้งต้องกล้ายอมรับว่าสิ่งที่เป็นอยู่ไม่ควรดำเนินต่อไปแบบเดิม
“เพราะการคิดบวกไม่ใช่การหลอกตัวเองว่าทุกอย่างดี” และไม่ใช่การอดทนจนตัวเองพัง
แต่คือการมองเห็นปัญหาอย่างตรงไปตรงมา แยกให้ออกว่าอะไรควรแก้ อะไรควรปล่อย และอะไรไม่ควรยอมรับอีกต่อไป
“การคิดบวกที่แท้จริง จึงไม่ใช่การทำใจให้ทน”
แต่คือการมีสติพอที่จะเลือกลงมือเปลี่ยนสิ่งที่เปลี่ยนได้ และกล้าปกป้องตัวเองจากสิ่งที่ไม่ควรต้องทน
#วันละเรื่องสองเรื่อง
โฆษณา