Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
•
ติดตาม
26 ต.ค. เวลา 01:21 • นิยาย เรื่องสั้น
ตอนที่ 191: สิ่งที่ไม่ต้องเก็บไว้
เช้าวันนั้น ฝนหยุดไปพักหนึ่ง
ไม่ใช่การหยุดอย่างเด็ดขาด
ยังมีหยดน้ำค้างอยู่บนกระจกหน้าต่างสูง
ยังมีเส้นน้ำบาง ๆ ไหลลงมาตามรอยเดิม
แต่ด้านนอกไม่มีเสียงฝนใหม่ตกลงมา
พื้นห้องสมุดยังสะท้อนแสงสีเงิน
โคมอำพันยังไม่ถูกจุด
และในความเงียบก่อนเช้า หน้ากระดาษเปล่าหลายแผ่นลอยอยู่เหนือพื้นอย่างช้า ๆ
อีรินนั่งอยู่ข้างหน้าต่างในเก้าอี้ตัวเดิม
มันยังอยู่ห่างจากประตูห้องเล็ก
ยังอยู่ในตำแหน่งที่เขาขยับไว้เอง
แก้วน้ำอุ่นบนโต๊ะข้างมือเย็นลงเล็กน้อยแล้ว
เขาไม่ได้ลุกไปเปลี่ยน
ไม่ได้เรียกเรนา
ไม่ได้มองไปที่ประตู
เพียงยกแก้วขึ้น
ดื่มน้ำที่ยังอุ่นพอ
แล้ววางลงอย่างระวัง
เสียงแก้วแตะโต๊ะเบากว่าเมื่อวาน
กึก
เด็กในผลึกมองแก้วนั้น
“วันนี้เสียงเบากว่า” เขาพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“เจ้าตั้งใจหรือ?”
อีรินมองมือของตนเอง
“ข้าแค่วางแก้วลง” เขาตอบ
“ข้าไม่ได้พยายามให้มันเป็นบทเรียน”
เด็กในผลึกพยักหน้าอย่างช้า ๆ
“เมื่อวาน เจ้าบอกว่าเสียงเกิดขึ้นแล้ว”
“ใช่”
“วันนี้ เสียงก็เกิดขึ้นอีก”
“ใช่”
“แต่มันไม่ใช่เสียงเดิม”
“ไม่ใช่”
เด็กในผลึกนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“เราจำได้ว่าเคยมีเสียง” เขาพูด
“แต่เราไม่ต้องเก็บทุกเสียงไว้”
“ใช่” อีรินตอบ
“บางเสียงผ่านไปแล้ว ก็ผ่านไป”
ประตูไม้เก่ายังเปิดอยู่
ภายในห้องเล็ก แสงเช้าสีซีดทอดเข้าไปเพียงถึงพื้นใกล้ธรณี
ไม่ไกลกว่านั้น
ไม่มีใครยืนตรงช่องประตู
ไม่มีใครเดินผ่านแสงนั้น
อีรินไม่ได้มองเข้าไป
เขาไม่รู้ว่าดินสออยู่ตรงไหน
ไม่รู้ว่าเก้าอี้คดอยู่ตำแหน่งเดิมหรือไม่
ไม่รู้ว่าผ้าสีเทาถูกพับอยู่หรือคลายออก
และไม่มีสิ่งใดในตอนเช้านั้นเรียกร้องให้เขารู้
ในหน้ากระดาษภาพฝน ฝนหยุดเหมือนกัน
หยดน้ำยังตกจากขอบกำแพง
ตกจากปลายไม้
ตกจากขาเก้าอี้
แต่ท้องทางเดินหินไม่มีเส้นฝนใหม่พาดผ่านแล้ว
ประตูไม้ซีดไกลออกไปยังปิด
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังคว่ำอยู่ข้างผนัง
พื้นที่แห้งเล็ก ๆ ข้างเก้าอี้ยังว่าง
และเส้นด้ายสีอ่อนยังอยู่ใกล้รองเท้า
ปลายด้ายยังเกี่ยวอยู่ในรอยแตกตื้น
รองเท้ายังหันเฉียงออก
ช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างรองเท้ากับด้ายยังมีอยู่
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
มือข้างหนึ่งยังวางบนเข่า
มืออีกข้างยังมีชายเสื้อคลุมทับอยู่บางส่วน
ปลายนิ้วสองนิ้วที่เคยโผล่ยังมองเห็นอยู่
เขาไม่ได้ดึงผ้ากลับขึ้น
ไม่ได้เปิดมือออกมากกว่าเดิม
ไม่ได้ขยับไปหาเก้าอี้
ไม่ได้หันไปทางประตูไกล
เพียงนั่งอยู่ในทางเดินที่เพิ่งไม่มีฝนใหม่ตกลงมา
เด็กผมขาวมองภาพนั้นอยู่นาน
“ฝนหยุดแล้ว” เขาพูด
“ตอนนี้ ไม่มีฝนใหม่ตกลงมา” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แต่พื้นยังเปียก”
“ใช่”
“แล้วน้ำยังหยดจากเก้าอี้”
ผู้เฝ้าคำถามพยักหน้า
“ใช่”
เด็กผมขาวมองหยดหนึ่งที่ตกลงในแอ่งตื้น
ติ๋ง
วงน้ำเล็ก ๆ ขยายออกบนผิวน้ำ
แต่คราวนี้ วงนั้นไม่ซ้อนกับวงใหม่ทันที
มันขยาย
ค่อย ๆ บางลง
แล้วหายไปเอง
“น้ำยังจำฝนได้ไหม?” เด็กผมขาวถาม
เด็กหญิงผู้จดจำเงียบไปครู่หนึ่ง
“ข้าไม่รู้ว่าน้ำจำอย่างไร” นางตอบ
“แต่พื้นยังเปียก”
ผู้เฝ้าคำถามพูดเบา ๆ
“เราเห็นผลที่ยังอยู่ โดยไม่ต้องบอกว่ามันกำลังจำอะไร”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“พื้นยังเปียก” เขาพูด
“แค่นั้น”
“แค่นั้น”
ช่วงสาย เรนานำผ้าแห้งผืนเล็กไปตากใกล้หน้าต่าง
นางไม่ได้ใช้ผ้าผืนนั้นเช็ดอะไร
ไม่ได้วางมันใกล้ประตู
ไม่ได้ถามว่าใครอยากได้ผ้าหรือไม่
นางเพียงแขวนมันไว้บนราวไม้เตี้ย
ในที่ที่ลมอ่อนจากหน้าต่างผ่านได้
อาเรียมองผ้าผืนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นจึงมองด้ายเงินที่ยังพักอยู่บนโต๊ะด้านข้าง
ปลายด้ายไม่ได้แตะขอบโต๊ะแล้ว
มันเลื่อนกลับเข้ามาเองเมื่อคืน
และวันนี้วางเป็นเส้นโค้งหลวม ๆ เหมือนเดิม
“ลมเปลี่ยนตำแหน่งของด้าย” เด็กในผลึกพูด
“ใช่” อาเรียตอบ
“แล้วลมก็ผ่านไป”
“ใช่”
“เจ้าจำได้ไหมว่าด้ายเคยอยู่ตรงขอบโต๊ะ?”
“จำได้”
“แล้วเจ้าต้องวางมันกลับไปตรงนั้นไหม?”
อาเรียส่ายหน้า
“ไม่ต้อง”
“เพราะมันเคยอยู่ตรงนั้น”
“ใช่”
เด็กในผลึกมองเส้นด้ายที่ไม่เชื่อมกับสิ่งใด
“สิ่งที่เคยอยู่ที่หนึ่ง” เขาพูด “ไม่ต้องกลับไปอยู่ที่เดิมเสมอ”
“ใช่” อาเรียตอบ
ในห้องเล็กยังไม่มีเสียง
ความเงียบครั้งนี้ไม่ได้ยาวกว่าทุกวัน
และไม่ได้สั้นกว่า
มันเพียงอยู่ตรงนั้น
พร้อมกับประตูที่เปิด
พร้อมกับแสงที่หยุดอยู่ที่ธรณี
พร้อมกับสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่มีใครบอกว่าต้องอธิบาย
อีรินไม่ได้ฟังเพื่อรอคำเรียก
เขามองออกไปนอกหน้าต่าง
เห็นหยดน้ำบนกระจกเคลื่อนลงช้า ๆ
เห็นท้องฟ้าสีฟ้าเงินเริ่มสว่างกว่าตอนเช้าเล็กน้อย
เขายกมือขึ้นแตะไหล่ตัวเอง
ขยับผ้าคลุมให้เข้าที่
แล้ววางมือกลับลงบนตัก
เด็กในผลึกสังเกตเห็น
“เจ้าจัดผ้าของเจ้า” เขาพูด
“ใช่”
“เพราะมันเลื่อนหรือ?”
“ใช่”
“แล้วเจ้าบอกเด็กหลังประตูไหม?”
“ไม่บอก”
“ทำไม?”
อีรินยิ้มบาง ๆ
“เพราะผ้าของข้าเลื่อนอยู่ตรงตัวข้า” เขาตอบ
“และข้าไม่ได้คิดว่าเสียงหรือการขยับนั้นไปถึงเขา”
เด็กในผลึกพิจารณาคำตอบนั้น
“เราไม่ต้องรายงานทุกอย่างที่ทำกับตัวเอง”
“ไม่ต้อง”
“แต่ถ้ามันไปถึงคนอื่น เราอาจบอกได้”
“ใช่”
“แล้วถ้าเราไม่รู้ว่ามันไปถึงหรือไม่?”
“เราก็ดูตามสิ่งที่พอรู้ได้” อีรินตอบ
“โดยไม่ต้องเปลี่ยนทุกการขยับให้กลายเป็นความกลัว”
เด็กในผลึกมองมือของตัวเอง
มือเงาถ่านหันออกไปทางหน้าต่าง
มือแสงทองยังพักบนตัก
ทั้งสองมืออยู่คนละทิศอยู่พักหนึ่ง
จากนั้น มือแสงทองขยับเพียงเล็กน้อย
ไม่เข้าไปหา
ไม่หันหนี
เพียงวางปลายนิ้วให้สบายขึ้น
“มือข้าขยับ” เด็กในผลึกพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“แต่มันไม่ใช่ข้อความ”
“ไม่จำเป็นต้องเป็น”
ตอนบ่าย แสงด้านนอกหน้าต่างเริ่มอ่อนลง
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยังอยู่หลังเก้าอี้ไม้
ฝนยังไม่เริ่มตกใหม่
แต่ทางเดินหินยังชื้นเย็น
หยดน้ำบนขอบเก้าอี้เหลือน้อยลง
มีหยดหนึ่งค้างอยู่ใต้ขาเก้าอี้
สั่นเบา ๆ
แต่ไม่ตก
เด็กผมขาวมองมันอย่างตั้งใจ
“มันจะตกไหม?” เขาถาม
“เราไม่รู้” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“เราต้องรอดูไหม?”
ผู้เฝ้าคำถามตอบว่า
“เราอาจมองอยู่ หรือมองสิ่งอื่นก็ได้”
เด็กผมขาวหันไปดูเด็กใต้ฝนแทน
เด็กใต้ฝนยังมองพื้นด้านหน้า
ไม่ใช่เส้นด้าย
ไม่ใช่ประตู
ไม่ใช่เก้าอี้
เขามองเงาของแสงที่เปลี่ยนไปบนหินเปียก
แล้วมือข้างที่มีชายผ้าทับอยู่ก็เลื่อนออกมานิดหนึ่ง
ไม่มากพอให้เห็นทั้งมือ
เพียงพอให้เห็นปลายนิ้วเพิ่มอีกหนึ่งนิ้ว
มือยังอยู่บนเข่า
เด็กผมขาวหายใจเบา ๆ
“ผ้าเลื่อนอีกแล้ว” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“คราวนี้ เห็นนิ้วเพิ่ม”
“ใช่”
“เด็กใต้ฝนตั้งใจไหม?”
ผู้เฝ้าคำถามมองภาพนิ่ง ๆ
“เราไม่รู้”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“เราเห็นนิ้วเพิ่ม” เขาพูด
“แค่นั้น”
“แค่นั้น”
จากหลังประตู เสียงเด็กคนนั้นดังขึ้นในที่สุด
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“วันนี้ ฝนข้างนอกยังตกไหม?”
อีรินหันมองหน้าต่าง
เขาไม่ได้มองเข้าไปในห้องเล็ก
“ตอนนี้ ฝนหยุดแล้ว” เขาตอบ
“แต่กระจกยังมีหยดน้ำอยู่”
“พื้นด้านนอกเปียกไหม?”
“ยังเปียกบ้าง”
“แล้วโคมอำพันถูกจุดหรือยัง?”
“ยังไม่จุด”
เงียบไปพักหนึ่ง
“เจ้าเห็นอะไรจากตรงนั้นอีก?”
อีรินไม่รีบตอบ
“ข้าเห็นท้องฟ้าสีฟ้าเงิน” เขาพูด
“เห็นกระดาษเปล่าลอยอยู่สองแผ่น”
“เห็นผ้าแห้งผืนหนึ่งตากอยู่ใกล้หน้าต่าง”
“และเห็นว่าแก้วน้ำของข้าเย็นลงแล้ว”
“เจ้าเห็นในห้องของข้าไหม?”
“ไม่เห็น”
“เจ้าพยายามดูไหม?”
“ไม่พยายาม”
จากด้านในห้องเล็กมีความเงียบอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ ความเงียบเหมือนการฟังสิ่งที่เพิ่งถูกพูด
ไม่ใช่การหายไปของคำตอบ
“เจ้าจำได้ไหมว่าเมื่อวานข้าถามเรื่องเสียงแก้ว?”
“จำได้”
“แล้ววันนี้ เจ้าจะเก็บมันไว้ไหม?”
อีรินมองแก้วน้ำเย็นบนโต๊ะ
“ข้าจำได้ว่าเคยมีเสียงแก้ว” เขาตอบ
“แต่ข้าไม่จำเป็นต้องเก็บมันไว้เพื่ออธิบายเจ้า หรืออธิบายตัวข้า”
“แล้วถ้าข้าอยากพูดถึงมันอีก?”
“ข้าจะฟัง”
“แล้วถ้าข้าไม่อยากพูดถึงมันอีก?”
“ข้าก็จะไม่หยิบมันขึ้นมาเอง”
เด็กในผลึกหลับตาลงชั่วครู่
“บางสิ่งเกิดขึ้น” เขาพูด
“แล้วไม่ต้องถูกเก็บเป็นหลักฐาน”
“ใช่” อีรินตอบ
“ไม่ต้องเก็บไว้ เพื่อพิสูจน์ว่าใครอดทน”
“ใช่”
“หรือเพื่อพิสูจน์ว่าใครทำถูก”
“ใช่”
เมื่อเย็นมาถึง โคมอำพันถูกจุดขึ้นทีละดวง
แสงอุ่นกระจายเป็นวงเล็ก ๆ บนพื้นห้องสมุด
หยุดอยู่ด้านนอกธรณีเหมือนทุกวัน
ไม่ข้ามเส้นเข้าไปในห้องเล็ก
ไม่เคลื่อนไปแทนคำอนุญาตของใคร
เรนาเก็บผ้าแห้งจากราว
มันยังไม่แห้งสนิท
นางจึงพับอย่างหลวม ๆ แล้ววางไว้บนเก้าอี้ว่างใกล้หน้าต่าง
อาเรียปล่อยด้ายเงินอยู่ที่เดิม
ผู้รักษาความต่อเนื่องปล่อยไม้บรรทัดร้าวไว้บนเก้าอี้อีกตัว
ไม่มีใครจัดสิ่งใดให้เป็นสัญลักษณ์
ในหน้ากระดาษภาพฝน หยดน้ำที่ค้างอยู่ใต้ขาเก้าอี้ยังไม่ตก
มันสั่นเพียงนิดเดียวในลม
อยู่ตรงนั้น
ไม่ต้องรีบกลายเป็นเสียง
ไม่ต้องรีบกลายเป็นวงน้ำใหม่
เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
ปลายนิ้วสามนิ้วมองเห็นใต้ชายผ้าคลุม
อีกมือวางอยู่บนเข่า
เส้นด้ายยังไม่ถูกแตะ
ประตูไกลยังปิด
ร่มยังไม่กาง
พื้นที่แห้งยังว่าง
แต่ฝนยังไม่กลับมา
คืนนั้น หน้ากระดาษเปล่าหลายแผ่นลอยอยู่เหนือห้องสมุด
ไม่มีหน้าใดเขียนบันทึกว่าฝนหยุดนานเท่าไร
ไม่มีหน้าใดเก็บเสียงแก้วหรือเสียงหยดน้ำไว้เป็นหลักฐาน
ไม่มีหน้าใดบอกว่าการจำทุกอย่างคือการดูแล
เพราะบางสิ่ง
ไม่จำเป็นต้องถูกลืมอย่างเจ็บปวด
มันอาจเพียงไม่ต้องถูกเก็บไว้
เพื่อให้ใครสักคนเป็นหนี้ต่อมัน
นิยาย
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย