Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
•
ติดตาม
26 ต.ค. เวลา 01:14 • นิยาย เรื่องสั้น
ตอนที่ 190: เสียงที่จบลงเอง
เช้าวันนั้น เก้าอี้ของอีรินอยู่ใกล้หน้าต่างขึ้นเล็กน้อย
มันไม่ได้อยู่ตรงตำแหน่งเดิม
แต่ก็ไม่ได้อยู่ใกล้ประตูห้องเล็กขึ้น
แสงจากหน้าต่างทอดผ่านขาเก้าอี้
ตกลงบนพื้นขาวเป็นแถบสีเงิน
ส่วนแก้วน้ำอุ่นใบเล็กยังอยู่บนโต๊ะข้างมือเขา
อีรินนั่งอยู่ในท่าเดิม
หลังพิงพนักได้สบายกว่าเมื่อวาน
มือทั้งสองพักอยู่บนตัก
ประตูไม้เก่ายังเปิด
ไม่มีใครยืนอยู่ตรงธรณี
ไม่มีใครมองเข้าไป
และไม่มีใครถามว่าดินสอที่ซ่อนอยู่ด้านในยังอยู่ตรงไหน
เด็กในผลึกนั่งหันออกไปทางหน้าต่าง
มือเงาถ่านและมือแสงทองยังแยกกันอยู่
แต่วันนี้ ปลายนิ้วของทั้งสองข้างหันไปทางแสงเดียวกัน
เขามองเก้าอี้ของอีรินอยู่พักหนึ่ง
“เมื่อวาน เสียงเก้าอี้จบเร็ว” เขาพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“แล้วหลังจากนั้น ไม่มีอะไรตามมา”
“ไม่มี”
“เด็กคนนั้นไม่ได้ต้องพูดต่อ”
“ใช่”
เด็กในผลึกคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“บางเสียงจบลงเองได้”
“ได้”
“โดยไม่ต้องมีใครอธิบายต่อว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ฝนยังตกบางเบา
ระหว่างหยดฝน มีช่วงเงียบเล็ก ๆ
ยาวพอให้เห็นเงาของกำแพงบนพื้นหินเปียก
แต่ไม่ยาวพอให้พื้นแห้ง
ประตูไม้ซีดที่อยู่ไกลยังปิด
เก้าอี้ไม้เล็กยังหันไปทางกำแพงฝน
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังอยู่ข้างผนัง
พื้นที่แห้งข้างเก้าอี้ยังว่าง
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่หลังเก้าอี้
ชายเสื้อคลุมสีเทายังทับมือข้างหนึ่งของเขาอยู่หลวม ๆ
อีกมือวางบนเข่า
เส้นด้ายสีอ่อนยังอยู่ใกล้รองเท้า
มีช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างมันกับปลายรองเท้าที่หันเฉียงออกไป
น้ำไหลอ้อมใบไม้แห้ง เม็ดทราย และก้อนกรวดสีเทา
ไม่มีสิ่งใดถูกน้ำพาไป
วันนี้ มีหยดน้ำตกจากขอบเก้าอี้
ติ๋ง
มันตกลงในแอ่งตื้นใกล้ขาเก้าอี้
เกิดวงกลมเล็ก ๆ หนึ่งวง
ขยายออก
แตะเงาของขาเก้าอี้
แล้วค่อย ๆ จางไป
เด็กผมขาวมองวงน้ำนั้น
“มีเสียง” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“มันดังนิดเดียว”
“ใช่”
“แล้วมันจบแล้ว”
ผู้เฝ้าคำถามพยักหน้า
“มันจบแล้ว”
เด็กผมขาวเงียบไปชั่วครู่
“เราไม่ต้องถามว่าใครทำให้หยดน้ำตกใช่ไหม?”
“ไม่จำเป็น” ผู้เฝ้าคำถามตอบ
“เราเห็นเพียงว่าหยดน้ำตกจากขอบเก้าอี้”
“แล้วน้ำก็เป็นวง”
“ใช่”
“แค่นั้น”
“แค่นั้น”
ช่วงสาย เรนานั่งอยู่ที่โต๊ะชาอีกด้านหนึ่งของห้องสมุด
นางไม่ได้ย้ายแก้วน้ำของอีริน
ไม่ได้รินอะไรเพิ่ม
เพียงใช้ผ้าแห้งผืนเล็กเช็ดหยดน้ำที่ขอบกาน้ำของตนเอง
ผ้าผืนนั้นไม่ได้เกี่ยวกับห้องเล็ก
ไม่ได้เกี่ยวกับดินสอ
ไม่ได้เกี่ยวกับเด็กหลังประตู
มันเป็นเพียงผ้าที่อยู่ตรงนั้น
และมีหยดน้ำบนกาน้ำอยู่พอดี
เด็กในผลึกมอง
“เจ้าเช็ดน้ำ” เขาพูด
“ใช่” เรนาตอบ
“เพราะมันหยดลงบนโต๊ะหรือ?”
“ใช่”
“แล้วมันไม่ได้เป็นข้อความถึงใคร”
“ไม่ได้เป็น”
เด็กในผลึกพยักหน้า
“บางอย่างทำได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ต้องทำตรงนั้น”
“ใช่”
อาเรียนั่งอยู่ไม่ไกลนัก
ด้ายเงินของนางยังวางเป็นเส้นโค้งหลวมบนโต๊ะข้างตัว
ปลายด้ายแตะขอบโต๊ะตามเดิม
ลมอ่อนจากหน้าต่างพัดผ่านอีกครั้ง
ปลายด้ายขยับนิดหนึ่ง
เลื่อนกลับเข้ามาบนผิวโต๊ะเอง
อาเรียไม่ได้จับมัน
ผู้รักษาความต่อเนื่องมองเห็นการขยับนั้น
แต่ไม้บรรทัดร้าวของเขายังวางอยู่บนเก้าอี้ว่าง
ไม่มีใครวัดระยะใหม่ของด้าย
จากหลังประตู มีเสียงเด็กคนนั้นพูดขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“วันนี้ เก้าอี้ของเจ้ายังอยู่ตรงที่ย้ายไปเมื่อวานหรือ?”
อีรินมองเก้าอี้ของตนเอง
“ยังอยู่”
“เจ้าอยากย้ายอีกไหม?”
“ตอนนี้ยังไม่อยาก”
“เพราะอะไร?”
อีรินเงียบไปเล็กน้อย
“เพราะตอนนี้ข้านั่งสบาย” เขาตอบ
“แค่นั้น”
จากในห้องเล็กเงียบไปครู่หนึ่ง
“เจ้าไม่พูดว่ามันเกี่ยวกับข้า”
“เพราะมันไม่เกี่ยวกับเจ้าในตอนนี้”
“แล้วถ้าข้าถามว่า เสียงเก้าอี้เมื่อวานทำให้เจ้าลำบากไหม?”
“ไม่ทำให้ข้าลำบาก” อีรินตอบ
“ข้าแค่คิดว่าควรบอกก่อน เพราะเสียงนั้นอาจไปถึงเจ้า”
“ถ้าเสียงไม่ไปถึงข้าล่ะ?”
“ข้าก็ไม่จำเป็นต้องบอกทุกครั้ง”
เด็กในผลึกเงยหน้าขึ้นนิดหนึ่ง
“แล้วเรารู้ได้อย่างไรว่าเสียงไปถึงใคร?”
อีรินมองพื้นทางเดินที่ว่างอยู่
“เราอาจไม่รู้เสมอไป” เขาตอบ
“แต่เราสามารถถามได้เมื่อมันสำคัญ”
“และถ้าเราไม่รู้ เราอาจทำสิ่งนั้นอย่างพอดี แล้วไม่เอาเสียงเล็ก ๆ ไปทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่”
เด็กในผลึกฟังเงียบ ๆ
“เหมือนหยดน้ำจากเก้าอี้” เขาพูด
อีรินยิ้มบาง ๆ
“อาจเหมือน”
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนขยับไหล่เพียงเล็กน้อย
ไม่ใช่การลุก
ไม่ใช่การหันไปมองประตู
ไม่ใช่การถอยออกจากเก้าอี้
เพียงไหล่ข้างหนึ่งเคลื่อนใต้ผ้าคลุม
เหมือนกำลังหาตำแหน่งที่วางสบายกว่าเดิม
ชายเสื้อคลุมที่ทับมืออยู่เลื่อนลงมาอีกนิด
มือข้างนั้นจึงมองเห็นปลายนิ้วสองนิ้ว
เด็กใต้ฝนไม่ได้ดึงผ้ากลับขึ้น
ไม่ได้มองนิ้วของตนเอง
มือยังอยู่บนเข่า
เด็กผมขาวมองอยู่นาน
“ผ้าเลื่อน” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แล้วมือโผล่มานิดหนึ่ง”
“ใช่”
“เขาจะเอาผ้ากลับไปเหมือนเดิมไหม?”
ผู้เฝ้าคำถามตอบอย่างสงบ
“เราไม่รู้”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“ตอนนี้ ผ้าเลื่อน”
“ใช่”
“แล้วมือก็ยังอยู่บนเข่า”
“ใช่”
ช่วงบ่าย ลมฝนด้านนอกเงียบลงชั่วครู่
หน้ากระดาษเปล่าที่ลอยเหนือห้องสมุดลดระดับลงเล็กน้อย
แผ่นหนึ่งผ่านใกล้โคมอำพัน
รับแสงสีทองไว้ที่ขอบ
ก่อนลอยต่อไปยังพื้นที่ว่างด้านบน
ไม่มีใครเขียนอะไรลงบนมัน
First Page Writer วางมือไว้ข้างดินสอสีแดงเข้ม
แต่ไม่ได้หยิบมันขึ้นมา
เด็กหญิงผู้จดจำยังกอดสมุดสเก็ตช์ปิดไว้กับอก
เอลันนั่งเงียบกับหนังสือนิทานสีเทาที่ขอบซ่อมแซมเรืองแสงอ่อน ๆ
เด็กในผลึกมองหน้ากระดาษที่ลอยผ่าน
“มันผ่านไปแล้ว” เขาพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“มันไม่ต้องหยุดเพราะเราเห็นมัน”
“ไม่ต้อง”
“แล้วเราไม่ต้องหยุดเพราะมันผ่านไป”
“ไม่ต้อง”
จากหลังประตู เสียงเด็กคนนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“ถ้าวันหนึ่ง เจ้าอยากทำเสียงบางอย่าง แต่ยังไม่รู้ว่าข้าจะได้ยินไหมล่ะ?”
อีรินคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้าดูได้ก่อนว่าเสียงนั้นจำเป็นไหม” เขาตอบ
“ถ้ารอได้ ข้าอาจรอ”
“ถ้ารอไม่ได้ ข้าอาจบอกเท่าที่บอกได้”
“แล้วทำมันให้สั้นและพอดี”
“ถ้ามันดังเกินที่เจ้าคิดล่ะ?”
“ข้าก็จะยอมรับว่ามันดังเกินที่ข้าคิด” อีรินตอบ
“ไม่บอกว่าเจ้าควรไม่ตกใจ”
“และไม่ทำเหมือนว่าเสียงนั้นไม่เกิดขึ้น”
ห้องเล็กเงียบไปชั่วขณะ
“แล้วถ้าข้าไม่พูดอะไรหลังจากได้ยินล่ะ?”
“เจ้าก็ไม่ต้องพูดอะไร”
“แล้วเจ้าจะคิดว่าข้าโกรธไหม?”
อีรินส่ายหน้าเบา ๆ
“ข้าจะไม่รู้ว่าเจ้ารู้สึกอย่างไร” เขาตอบ
“และข้าจะไม่เดาแทนเจ้า”
เด็กในผลึกมองมือของตัวเอง
มือเงาถ่านและมือแสงทองยังไม่แตะกัน
แต่วันนี้ ปลายนิ้วทั้งสองข้างไม่จำเป็นต้องหันเหมือนกันตลอดเวลา
มือเงาถ่านหันออกไปทางหน้าต่าง
มือแสงทองยังพักอยู่ตรงเดิม
ไม่มีใครจัดให้เหมือนกัน
“มือของเราอยู่คนละทางได้” เขาพูด
“ได้” อีรินตอบ
“โดยไม่ต้องแปลว่า มือหนึ่งไม่อยากอยู่กับอีกมือ”
“ใช่”
เมื่อเย็นมาถึง ฝนด้านนอกกลับตกต่ออีกครั้ง
ไม่หนัก
ไม่เร่งรีบ
เพียงมีหยดมากขึ้นบนกระจกหน้าต่าง
โคมอำพันสว่างขึ้นทีละดวง
แสงอุ่นของมันยังหยุดอยู่บนพื้นด้านนอกห้องเล็ก
ไม่ส่องผ่านธรณี
ไม่พยายามแทนที่สิ่งที่เด็กหลังประตูเลือกจะไม่เล่า
อีรินยกแก้วน้ำอุ่นขึ้นดื่มหนึ่งอึก
แก้วกระทบโต๊ะเบา ๆ เมื่อเขาวางกลับลง
กึก
เสียงสั้นมาก
เขามองไปที่ประตู
แต่ไม่ได้ลุก
ไม่ได้พูดขอโทษเกินจำเป็น
ไม่ได้ถามว่าเด็กคนนั้นได้ยินหรือไม่
ผ่านไปพักหนึ่ง เด็กหลังประตูก็พูดว่า
“เมื่อกี้มีเสียงแก้ว”
“ใช่” อีรินตอบ
“เจ้าไม่ได้บอกก่อน”
“ใช่” อีรินตอบตามตรง
“ข้าไม่ได้คิดว่าเสียงมันจะดัง”
“มันดังนิดเดียว”
“ใช่”
“แล้วมันจบแล้ว”
“ใช่”
จากด้านในห้องเล็กเงียบไป
ก่อนเสียงนั้นจะพูดต่ออย่างเบามาก
“ข้าชอบที่เจ้าบอกว่าเจ้าคิดไม่ถึง”
อีรินก้มมองแก้วน้ำของตน
“ข้าดีใจที่เจ้าบอกข้า”
“เจ้าไม่พูดว่ามันไม่ควรดัง”
“เพราะมันดังไปแล้ว” อีรินตอบ
“ข้าคิดว่าเราพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ โดยไม่ต้องทำให้มันใหญ่กว่าที่มันเป็น”
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
ผ้าที่เลื่อนลงยังเปิดให้เห็นปลายนิ้วสองนิ้ว
มือยังอยู่บนเข่า
เส้นด้ายยังไม่ถูกแตะ
รองเท้ายังหันเฉียงออกไป
น้ำยังไหลอ้อมใบไม้ เม็ดทราย และก้อนกรวด
จากขอบเก้าอี้ หยดน้ำอีกหยดตกลงมา
ติ๋ง
วงน้ำเล็ก ๆ ขยายออก
จางลง
แล้วหายไปกับผิวน้ำ
ไม่มีใครขอให้มันเกิด
ไม่มีใครต้องอธิบายว่ามันหมายถึงอะไร
คืนนั้น หน้ากระดาษเปล่าหลายแผ่นยังลอยอยู่เหนือห้องสมุด
มีช่องว่างระหว่างกัน
มีแสงโคมลอดผ่าน
มีลมอ่อนพัดให้ขอบกระดาษไหวช้า ๆ
ไม่มีหน้าใดบันทึกเสียงเก้าอี้ของเมื่อวาน
ไม่มีหน้าใดบันทึกเสียงแก้วในวันนี้
ไม่มีหน้าใดบอกว่าเสียงเล็ก ๆ ทุกเสียงต้องกลายเป็นบทเรียน
เพราะบางเสียง
อาจเพียงเกิดขึ้น
และเมื่อมันจบลง
เราก็ไม่จำเป็นต้องดึงมันกลับมา
เพื่อให้มันมีความหมายมากกว่าที่มันมี
นิยาย
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย