26 ต.ค. เวลา 01:09 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 189: สิ่งที่วางไว้เอง

เช้าวันนั้น ประตูไม้เก่ายังเปิด
แสงอ่อนจากหน้าต่างสูงทอดผ่านพื้นทางเดิน
หยุดอยู่ก่อนถึงธรณี
เหมือนเมื่อคืน
อีรินนั่งข้างหน้าต่างตามเดิม
ถ้วยชาวางอยู่ใกล้มือ
แต่ชาเย็นไปแล้วครึ่งหนึ่ง
เขาไม่ได้มองเข้าไปในห้องเล็ก
ไม่ได้มองหาดินสอ
ไม่ได้มองหาผ้าสีเทา
ไม่ได้มองว่าเก้าอี้คดย้ายไปอยู่ตรงไหน
เขาเพียงอยู่ตรงนั้น
เด็กในผลึกนั่งอยู่บนเก้าอี้อีกตัว
มือเงาถ่านและมือแสงทองวางบนตัก
วันนี้ มือทั้งสองยังไม่แตะกัน
แต่ปลายนิ้วหันไปทางเดียวกัน
ไม่ใช่เพราะมีใครจัดให้
ไม่ใช่เพราะมีใครบอกว่าอย่างนั้นดีกว่า
เพียงเป็นตำแหน่งที่มือมาถึงเอง
“เมื่อวาน เขาไม่ได้ให้เจ้ามองอะไรอีก” เด็กในผลึกพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“แล้วเจ้าก็ยังอยู่”
“ใช่”
“วันนี้ ถ้าเขาไม่พูดเลย เจ้าจะอยู่แบบเดิมไหม?”
อีรินมองแสงบนพื้น
“ข้าอาจอยู่แบบเดิม” เขาตอบ
“หรืออาจขยับเก้าอี้ของข้าเอง ถ้ามันเกะกะทางเดิน”
“แต่ข้าจะไม่ขยับอะไรในห้องของเขา”
เด็กในผลึกคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“เราขยับสิ่งของของเราได้” เขาพูด
“โดยไม่ต้องขยับสิ่งของของคนอื่น”
“ใช่”
“และการขยับของเรา ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อความถึงเขา”
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ฝนตกบางกว่าวันก่อน
ไม่ได้หยุด
แต่มีช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างหยดมากขึ้น
พื้นหินยังเปียก
ประตูไม้ซีดที่อยู่ไกลยังปิด
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังคว่ำอยู่ข้างผนัง
พื้นที่แห้งเล็ก ๆ ข้างเก้าอี้ยังว่าง
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
เก้าอี้ยังหันไปทางกำแพงฝน
ขาเก้าอี้ด้านหนึ่งอยู่ใกล้น้ำตื้น
แต่น้ำไม่สูงขึ้นไปกว่านั้น
เส้นด้ายสีอ่อนยังอยู่ใกล้รองเท้า
ปลายหนึ่งค้างในรอยแตก
ใบไม้แห้งกับเม็ดทรายยังอยู่ตรงนั้น
น้ำไหลอ้อมผ่านโดยไม่ผลักสิ่งใดออกไป
มือข้างหนึ่งของเด็กใต้ฝนหงายอยู่บนเข่า
วันนี้ มีหยดฝนตกลงกลางฝ่ามือนั้น
เด็กใต้ฝนไม่ได้กำมือ
ไม่ได้สะบัดน้ำออก
ไม่ได้ยกมือขึ้นดู
หยดน้ำพักอยู่ตรงนั้นชั่วครู่
ก่อนจะไหลตามรอยเส้นฝ่ามือลงไปที่ข้อมือ
แล้วซึมเข้าไปในผ้าเสื้อคลุม
เด็กผมขาวมองภาพนั้น
“ฝนตกใส่มือเขา” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“เขาไม่ปิดมือ”
“ใช่”
“เขาอยากให้ฝนตกใส่หรือ?”
ผู้เฝ้าคำถามส่ายหน้าเบา ๆ
“เราไม่รู้”
เด็กผมขาวมองมือที่ยังวางอยู่บนเข่า
“เขาไม่ได้เอามือไปหาฝน” เขาพูด
“แต่ฝนมาถึงมือ”
“ใช่”
“แล้วเขาก็ยังวางมืออยู่”
“ใช่”
ช่วงสาย เรนายกถ้วยชาเย็นของอีรินไปเปลี่ยน
นางไม่ถามว่าเขาอยากได้ถ้วยใหม่หรือไม่
เพียงยกถ้วยเดิมไป
แล้ววางแก้วน้ำอุ่นเปล่าใบเล็กแทนที่
ไม่มีไอน้ำ
ไม่มีชารสใด
เป็นเพียงน้ำอุ่นที่ดื่มได้หากเขาต้องการ
อีรินมองแก้วนั้น
“เจ้าวางน้ำให้ข้า” เขาพูด
“ใช่” เรนาตอบ
“เพราะข้าดื่มชาน้อยลงหรือ?”
“ไม่ใช่” เรนาพูด
“เพราะตอนนี้ ข้าอยากวางน้ำไว้ตรงนี้”
เด็กในผลึกมองแก้วน้ำอุ่น
“เจ้าไม่ต้องมีเหตุผลเกี่ยวกับอีรินทุกครั้ง” เขาพูด
เรนายิ้มบาง ๆ
“ไม่ต้อง”
“บางครั้ง สิ่งที่เจ้าทำเป็นของเจ้า”
“ใช่”
จากห้องเล็กยังไม่มีเสียงใด
อาเรียนั่งอยู่ใกล้โต๊ะด้านข้าง
ด้ายเงินเส้นหลวมวางเป็นแนวโค้งอยู่ข้างมือ
วันนี้ ลมจากหน้าต่างพัดให้ปลายด้ายขยับไปหนึ่งนิ้ว
ปลายเส้นนั้นแตะขอบโต๊ะ
แล้วหยุด
อาเรียไม่ดึงมันกลับ
ผู้รักษาความต่อเนื่องมองเห็น
แต่ไม่ได้หยิบไม้บรรทัดเก่าขึ้นมาวัดว่าด้ายขยับไปเท่าไร
เด็กในผลึกมองด้าย
“ลมขยับมัน” เขาพูด
“ใช่” อาเรียตอบ
“เจ้าจะจัดมันใหม่ไหม?”
“ยังไม่จำเป็น”
“ถ้ามันอยู่ตรงนั้นแล้วไม่เหมือนเดิมล่ะ?”
อาเรียมองเส้นด้ายที่พักอยู่ข้างขอบโต๊ะ
“มันยังเป็นด้ายเส้นเดิม” นางตอบ
“แม้จะอยู่คนละตำแหน่ง”
เด็กในผลึกพยักหน้า
“เหมือนดินสอ”
อาเรียไม่ได้ตอบทันที
“อาจเหมือน” นางพูดในที่สุด
ตอนบ่าย เสียงจากหลังประตูดังขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“วันนี้ เจ้าขยับเก้าอี้ของเจ้าหรือยัง?”
อีรินมองเก้าอี้ของตน
“ยัง”
“ถ้าเจ้าขยับ มันจะดังไหม?”
“อาจดังเล็กน้อย”
“แล้วเจ้าจะบอกข้าก่อนไหม?”
อีรินเงียบไปครู่หนึ่ง
“ถ้าเจ้าต้องการ ข้าบอกได้”
“ข้าไม่รู้ว่าต้องการไหม”
“งั้นตอนนี้ ข้ายังไม่ขยับ”
เงียบไป
“แต่ถ้าเจ้าปวดหลังล่ะ?” เด็กคนนั้นถาม
อีรินยิ้มบาง ๆ
“ข้าจะดูแลหลังของข้าได้” เขาตอบ
“และถ้าข้าต้องขยับ ข้าจะหาวิธีที่ไม่ทำให้มันกลายเป็นภาระของเจ้า”
“เช่นอะไร?”
“ข้าอาจลุกไปยืนตรงหน้าต่าง” อีรินตอบ
“หรือเดินไปดื่มน้ำที่อีกด้านของห้องสมุด”
“แล้วถ้าเก้าอี้ดังอยู่ดี?”
“ถ้ามันดัง เราก็อาจได้ยินเสียงเก้าอี้ดัง”
เด็กในผลึกเงยหน้าขึ้น
“โดยไม่ต้องให้เสียงนั้นหมายถึงอะไร”
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนขยับมือที่หงายอยู่บนเข่า
เขาไม่ได้หันฝ่ามือลง
ไม่ได้กำมือ
เพียงเลื่อนมือเข้ามาใกล้ขอบเสื้อคลุมของตนเอง
ปลายนิ้วแตะผ้าสีเทาเบา ๆ
จากนั้น เด็กใต้ฝนดึงชายเสื้อคลุมมาวางทับบนฝ่ามือ
ปิดหยดน้ำที่ยังค้างอยู่ตรงข้อมือ
เขาไม่ได้ใช้ผ้าพันมือ
ไม่ได้เก็บมือซ่อนไว้
เพียงวางชายผ้าอยู่บนนั้น
เด็กผมขาวมองอยู่เงียบ ๆ
“เขาวางผ้าบนมือ” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“เพราะมือเปียกหรือ?”
“เราไม่รู้”
“แล้วมือยังอยู่ตรงนั้นไหม?”
ผู้เฝ้าคำถามมองภาพ
“ยังอยู่”
“ผ้าก็อยู่ตรงนั้น”
“ใช่”
“แค่นั้น”
“แค่นั้น”
ช่วงเย็น โคมอำพันถูกจุดขึ้นทีละดวง
แสงของมันสะท้อนบนพื้นขาว
ทำให้เงาเก้าอี้ของอีรินยาวออกไปด้านหลัง
อีรินยังไม่ได้ขยับเก้าอี้
ไม่ใช่เพราะกลัวเสียง
ไม่ใช่เพราะรออนุญาตตลอดเวลา
เพียงเพราะตอนนั้น เขายังนั่งได้สบาย
จากหลังประตู เด็กคนนั้นพูดขึ้นอีกครั้ง
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“ตอนนี้ เจ้าอยากขยับเก้าอี้ไหม?”
อีรินฟังคำถามนั้น
แล้วตอบอย่างตรงไปตรงมา
“นิดหน่อย”
“แล้วทำไมเจ้ายังไม่ขยับ?”
“เพราะข้ากำลังคิดว่า เจ้าอยากรู้ก่อนหรือไม่”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“ข้าไม่รู้” เด็กคนนั้นตอบ
“งั้นข้าจะบอกก่อน” อีรินพูด
“ข้าจะเลื่อนเก้าอี้ของข้าไปทางหน้าต่างนิดเดียว เพื่อให้หลังข้าสบายขึ้น”
“เก้าอี้จะไม่เข้าใกล้ประตู”
จากด้านในเงียบอยู่พักหนึ่ง
“ได้” เด็กคนนั้นพูด
อีรินพยักหน้า
“ขอบใจ”
เขาวางมือบนขอบเก้าอี้
เลื่อนมันไปทางหน้าต่างเพียงเล็กน้อย
ครืด
เสียงไม้เสียดพื้นดังขึ้นสั้น ๆ
แล้วก็จบ
ไม่มีใครขยับตาม
ไม่มีใครใช้โอกาสนั้นเดินไปที่ประตู
ไม่มีใครถามว่าดินสอด้านในขยับหรือไม่
อีรินนั่งลงใหม่
หลังพิงพนักเก้าอี้
มือวางบนตักตามเดิม
“เสร็จแล้ว” เขาพูด
จากหลังประตู ไม่มีคำตอบในทันที
แล้วเด็กคนนั้นก็พูดเบา ๆ
“เสียงมันสั้นกว่าที่ข้าคิด”
อีรินมองหน้าต่าง
“ข้าดีใจที่มันผ่านไปแล้ว”
เด็กในผลึกมองเก้าอี้ที่ขยับไปเพียงเล็กน้อย
“เจ้าวางมันไว้เอง” เขาพูด
“ใช่”
“และเด็กคนนั้นไม่ได้ต้องจัดให้เจ้า”
“ใช่”
“แต่เจ้าบอกก่อน เพราะเสียงของเจ้าจะไปถึงเขา”
อีรินพยักหน้า
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
มือข้างหนึ่งอยู่ใต้ชายเสื้อคลุม
อีกข้างวางบนเข่า
เส้นด้ายยังไม่ถูกแตะ
รองเท้ายังหันเฉียงออกไป
น้ำยังไหลผ่านใบไม้และเม็ดทราย
ประตูไกลยังปิด
พื้นที่แห้งยังว่าง
ร่มยังไม่กาง
แต่บนพื้นหินใกล้เข่า
มีหยดน้ำหนึ่งหยดตกจากปลายชายเสื้อคลุม
มันกระทบพื้น
เกิดวงเล็ก ๆ
แล้วหายไป
ไม่มีใครเรียกมันว่าคำตอบ
ไม่มีใครเรียกมันว่าการเปลี่ยนแปลง
มันเป็นเพียงหยดน้ำ
ที่มาจากผ้า
หลังมือของเด็กใต้ฝนถูกคลุมไว้ครู่หนึ่ง
คืนนั้น หน้ากระดาษเปล่าหลายแผ่นยังลอยอยู่เหนือห้องสมุด
เว้นระยะห่างให้แสงโคมลอดผ่านได้
ไม่มีหน้าใดเขียนว่าเก้าอี้ของอีรินเลื่อนไปเท่าไร
ไม่มีหน้าใดเขียนว่าเด็กหลังประตูยอมรับเสียงนั้นหรือไม่
ไม่มีหน้าใดบอกว่าการพูดก่อน
ต้องเป็นการขออนุญาตให้มีชีวิตอยู่
เพราะบางสิ่ง
เราวางไว้เองได้
และบางครั้ง
เราเพียงบอกคนที่อยู่ใกล้
ไม่ใช่เพื่อให้เขาแบกการตัดสินใจของเรา
แต่เพื่อให้เสียงของเรา
ไม่เดินเข้าไปหาเขาโดยไม่เตือน

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา