26 ต.ค. เวลา 01:46 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 193: สิ่งที่ถามได้อีกครั้ง

เช้าวันนั้น ท้องฟ้าด้านนอกสว่างกว่าวันก่อนเล็กน้อย
ไม่ได้สว่างจนแสงในห้องสมุดเปลี่ยนเป็นสีอื่น
เพียงทำให้เส้นน้ำบนกระจกหน้าต่างดูบางลง
และเงาของกรอบหน้าต่างบนพื้นขาวทอดยาวออกไปอีกนิด
อีรินนั่งอยู่ในเก้าอี้ตัวเดิมข้างหน้าต่าง
แก้วน้ำสองใบยังวางอยู่บนโต๊ะเตี้ย
ใบหนึ่งน้ำเย็นกว่า
อีกใบยังอุ่นกว่าเล็กน้อย
เขาดื่มจากแก้วเดิมไปแล้วครึ่งหนึ่ง
แก้วใหม่ยังอยู่ตรงเดิม
ไม่มีใครยกออกไป
ไม่มีใครบอกว่าเขาควรเปลี่ยนเมื่อไร
ประตูไม้เก่ายังเปิด
แสงเช้าหยุดอยู่ด้านนอกธรณี
เช่นเดียวกับวันก่อน
เช่นเดียวกับทุกวันที่ไม่มีใครขอให้มันไปไกลกว่านั้น
เด็กในผลึกนั่งอยู่ใกล้อีริน
มือเงาถ่านและมือแสงทองวางหงายบนตัก
วันนี้ มือทั้งสองยังแยกกัน
แต่ข้อมือของเขาวางสบายกว่าเดิม
“เมื่อวาน เด็กคนนั้นถามเจ้าเรื่องข้างนอก” เขาพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“แล้วเจ้าตอบเท่าที่เจ้าเห็น”
“ใช่”
“วันนี้ ถ้าเขาถามเรื่องเดิมอีก เจ้าจะตอบเหมือนเดิมไหม?”
อีรินมองท้องฟ้าผ่านกระจก
“ข้าจะตอบตามที่ข้าเห็นในวันนี้” เขาตอบ
“ไม่ใช่ตามที่ข้าเคยตอบเมื่อวาน”
เด็กในผลึกคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“เพราะข้างนอกอาจไม่เหมือนเดิม”
“ใช่”
“แม้คำถามจะเหมือนเดิม”
“ใช่”
“แล้วคนที่ถามซ้ำ ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ฟังคำตอบเดิม”
อีรินหันมองเด็กในผลึก
“ไม่จำเป็นต้องแปลอย่างนั้น”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ทางเดินหินยังชื้นอยู่
แอ่งน้ำตื้นสะท้อนแสงสีฟ้าเงินจากปลายทางเดิน
แต่ไม่มีฝนใหม่ตกลงมา
หยดน้ำตามขอบกำแพงเหลือเพียงไม่กี่หยด
บางหยดค่อย ๆ เลื่อนไปตามรอยหิน
บางหยดหยุดอยู่ที่เดิม
ประตูไม้ซีดที่อยู่ไกลยังปิด
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังคว่ำอยู่ข้างผนัง
พื้นที่แห้งเล็ก ๆ ข้างเก้าอี้ยังว่าง
เส้นด้ายสีอ่อนยังอยู่ใกล้รองเท้า
และช่องว่างระหว่างเส้นด้ายกับปลายรองเท้ายังคงอยู่
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
ปลายนิ้วสามนิ้วยังมองเห็นใต้ชายเสื้อคลุม
มืออีกข้างวางเปิดอยู่บนเข่า
เขาไม่ได้มองประตู
ไม่ได้มองเส้นด้าย
ไม่ได้มองพื้นที่แห้งข้างเก้าอี้
วันนี้ ลมอ่อนพัดผ่านทางเดินหิน
ไม่ได้แรงพอให้ร่มขยับ
ไม่ได้แรงพอให้ประตูไกลสั่น
แต่ทำให้ชายเสื้อคลุมของเด็กใต้ฝนไหวขึ้นเพียงเล็กน้อย
ผ้าที่คลุมมือข้างหนึ่งเลื่อนออกไปนิดเดียว
ปลายนิ้วเพิ่มอีกหนึ่งนิ้วจึงมองเห็น
เด็กผมขาวมองภาพนั้น
แต่ไม่เอนตัวเข้าใกล้
“เห็นนิ้วเพิ่มอีกหนึ่งนิ้ว” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“เพราะลมพัดหรือ?”
ผู้เฝ้าคำถามมองชายผ้าที่หยุดนิ่งอีกครั้ง
“เราเห็นว่าผ้าขยับตอนลมผ่าน” เขาตอบ
“เราไม่รู้ว่ามีสิ่งอื่นร่วมด้วยหรือไม่”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“ตอนนี้ เห็นนิ้วสี่นิ้ว”
“ใช่”
“แค่นั้น”
“แค่นั้น”
ช่วงสาย เรนาเดินผ่านโต๊ะของอีรินพร้อมกาน้ำ
นางไม่ได้หยุดทันที
แต่เมื่อเห็นว่าแก้วเดิมของอีรินลดลงถึงครึ่งหนึ่ง นางจึงวางกาน้ำไว้บนโต๊ะข้าง ๆ
“ถ้าเจ้าต้องการน้ำเพิ่ม” นางพูด “กาน้ำอยู่ตรงนี้”
อีรินมองกาน้ำ
แล้วมองแก้วทั้งสองใบ
“ขอบใจ” เขาตอบ
เรนาไม่ได้ถามว่าเขาจะดื่มตอนนี้หรือไม่
ไม่ได้รินให้
เพียงปล่อยกาน้ำไว้ แล้วเดินไปจัดโคมอำพันอีกดวงที่ปลายห้อง
เด็กในผลึกมองกาน้ำ
“เจ้าวางมันไว้” เขาพูด
“ใช่” เรนาตอบจากที่ไกลออกไป
“แต่ไม่ได้เทน้ำให้เขา”
“ใช่”
“เพราะเขาอาจอยากเทเอง”
“หรืออาจยังไม่อยากดื่ม” เรนาตอบ
เด็กในผลึกพยักหน้า
“ของบางอย่างอยู่ใกล้ได้” เขาพูด
“โดยไม่ต้องถูกใช้ทันที”
อาเรียที่นั่งอยู่ใกล้โต๊ะด้ายเงินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ใช่” นางพูด
ด้ายเงินของนางยังวางเป็นเส้นโค้งหลวม ๆ
วันนี้ ปลายด้ายสะท้อนแสงจากหน้าต่าง
แต่ไม่มีใครเอื้อมมือไปแตะมัน
จากหลังประตู เด็กคนนั้นเรียกขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“ข้างนอกตอนนี้เป็นอย่างไร?”
อีรินหันไปทางหน้าต่าง
ไม่หันไปทางช่องประตู
“ท้องฟ้าสว่างกว่าเมื่อวานนิดหนึ่ง” เขาตอบ
“ยังไม่มีฝนใหม่”
“กระดาษเปล่าสี่แผ่นลอยอยู่เหนือห้องสมุด”
“เรนาวางกาน้ำไว้บนโต๊ะข้างข้า”
“และแก้วน้ำสองใบยังอยู่ตรงเดิม”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“แก้วใบเก่าหมดหรือยัง?” เด็กคนนั้นถาม
“ยังไม่หมด”
“แก้วใบใหม่ถูกย้ายไหม?”
“ยังไม่ถูกย้าย”
“ผ้าแห้งยังอยู่บนเก้าอี้ว่างหรือ?”
“ยังอยู่”
“แล้วด้ายเงินล่ะ?”
“ยังอยู่บนโต๊ะของอาเรีย” อีรินตอบ
“มันไม่ผูกกับอะไร”
จากหลังประตูเงียบไป
แล้วเด็กคนนั้นถามว่า
“วันนี้ เจ้าตอบไม่เหมือนเมื่อวานทั้งหมด”
“เพราะบางอย่างเปลี่ยนไป” อีรินตอบ
“และบางอย่างยังเหมือนเดิม”
“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าอะไรควรพูด?”
อีรินคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้าพยายามตอบสิ่งที่เจ้าถาม” เขาพูด
“และถ้ามีสิ่งที่ข้าไม่รู้ ข้าจะบอกว่าไม่รู้”
“ถ้าข้าถามว่า ข้างนอกทำให้ข้างในเปลี่ยนไหม?”
อีรินเงียบไปก่อนตอบ
“ข้าไม่รู้” เขาพูด
“ข้าเห็นเพียงข้างนอก”
ด้านในห้องเล็กเงียบอยู่อีกพัก
“แล้วถ้าข้าถามว่า ข้างนอกยังอยู่ไหม?”
อีรินมองแสงบนพื้น
มองหน้าต่าง
มองกาน้ำที่วางอยู่ห่างออกไป
“ยังอยู่” เขาตอบ
“ตอนนี้ ยังอยู่”
เด็กในผลึกฟังประโยคนั้น
มือเงาถ่านของเขาขยับเพียงเล็กน้อยบนตัก
ไม่ได้เข้าไปหามือแสงทอง
ไม่ได้หันหนี
เพียงขยับนิ้วให้พ้นรอยพับของเสื้อคลุม
“บางคำถามไม่ได้ถามเพื่อเอาคำตอบใหม่ทั้งหมด” เขาพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“บางครั้ง ถามเพื่อรู้ว่าสิ่งนั้นยังอยู่”
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ลมอ่อนผ่านไปแล้ว
ชายเสื้อคลุมของเด็กใต้ฝนกลับมานิ่ง
ปลายนิ้วสี่นิ้วยังมองเห็น
มือยังอยู่บนเข่า
ไม่ได้ยื่นออกไป
ไม่ได้จับสิ่งใด
ใกล้ขอบแอ่งน้ำ มีแสงสีซีดสะท้อนขึ้นจากพื้นหิน
มันไม่เคลื่อนเข้าหาเด็ก
ไม่เคลื่อนออกจากเด็ก
เพียงสั่นเล็กน้อยตามผิวน้ำที่ยังมีแรงกระเพื่อมค้างอยู่
เด็กผมขาวมองมัน
“แสงยังอยู่” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แต่มันไม่เหมือนตอนเช้า”
“ใช่”
“เพราะตอนนี้เป็นตอนบ่าย”
ผู้เฝ้าคำถามยิ้มบาง ๆ
“นั่นเป็นสิ่งที่เราพอเห็นได้”
เด็กผมขาวมองประตูไกลที่ยังปิด
“แล้วประตูยังปิด” เขาพูด
“ใช่”
“ไม่ใช่เพราะแสงยังอยู่”
“เราไม่จำเป็นต้องเอาสองอย่างนั้นมาผูกกัน” ผู้เฝ้าคำถามตอบ
เด็กผมขาวพยักหน้า
“แสงอยู่” เขาพูด
“ประตูปิด”
“คนละอย่าง”
“ใช่”
ตอนบ่ายแก่ ๆ กระดาษเปล่าแผ่นหนึ่งลอยลงมาใกล้หน้าต่าง
มันผ่านหน้ากาน้ำ
ผ่านแก้วน้ำสองใบ
แล้วหยุดอยู่ครู่หนึ่งกลางลมอ่อน
จากนั้น ขอบกระดาษพลิกขึ้นเล็กน้อย
และมันลอยกลับไปด้านบน
ไม่มีใครเรียกมันกลับ
ไม่มีใครเขียนอะไรลงไป
ไม่มีใครใช้มันส่งข่าวเข้าไปในห้องเล็ก
อีรินมองมันผ่านไป
“กระดาษแผ่นหนึ่งลอยกลับขึ้นไปแล้ว” เขาพูด
ไม่มีเสียงจากหลังประตูในทันที
ผ่านไปครู่หนึ่ง เด็กคนนั้นจึงพูด
“ข้าไม่ได้ถาม”
อีรินพยักหน้า แม้เด็กคนนั้นจะมองไม่เห็น
“ใช่” เขาตอบ
“ข้าพูดเกินกว่าที่เจ้าถาม”
ความเงียบอยู่ระหว่างสองห้อง
ครั้งนี้ อีรินไม่รีบอธิบายว่าทำไม
ไม่บอกว่ามันเป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อย
ไม่บอกว่าเขาคิดว่าเด็กคนนั้นอาจอยากรู้
เขารอ
จากหลังประตู เด็กคนนั้นพูดเบา ๆ
“ขอบใจที่บอก”
“ข้าขอโทษที่เล่าเกินไป” อีรินตอบ
“ต่อไป ข้าจะรอให้เจ้าถาม”
เงียบอีกครั้ง
“เจ้าไม่ต้องเอาคำตอบเก่ากลับมาแก้หมด” เด็กคนนั้นพูด
“ข้าจะไม่ทำ”
“แค่ครั้งต่อไป รอ”
“ได้”
เด็กในผลึกมองอีรินอย่างตั้งใจ
“บางครั้ง การตอบมากไป” เขาพูด
“ก็ไม่ใช่เพราะคนฟังอยากได้มากไป”
“ใช่” อีรินตอบ
“แต่เรายังหยุดได้”
“ใช่”
เมื่อเย็นมาถึง โคมอำพันถูกจุดขึ้นทีละดวง
เรนายกกาน้ำไปเก็บ
แก้วน้ำสองใบยังอยู่บนโต๊ะของอีริน
เขาเลือกดื่มจากแก้วใหม่หนึ่งอึก
แล้ววางกลับลงข้างแก้วเดิม
ไม่มีใครบอกว่าการเลือกนั้นหมายถึงอะไร
อาเรียปล่อยด้ายเงินไว้ตรงเดิม
ผู้รักษาความต่อเนื่องยังปล่อยไม้บรรทัดร้าวบนเก้าอี้ว่าง
หน้ากระดาษเปล่าลอยสูงขึ้นเหนือทางเดินที่มีแสงอุ่นกระจายเป็นวงเล็ก ๆ
ในหน้ากระดาษภาพฝน ทางเดินหินยังชื้น
ประตูไกลยังปิด
เก้าอี้ไม้ยังหันเข้าหากำแพงฝน
เส้นด้ายยังไม่ถูกแตะ
พื้นที่แห้งยังว่าง
ร่มยังไม่กาง
เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้
ปลายนิ้วสี่นิ้วยังมองเห็นใต้ชายผ้า
อีกมือวางอยู่บนเข่า
และเหนือพื้นหินที่ยังเปียก
มีแสงสีฟ้าเงินเหลืออยู่พอให้เห็นว่า
ฝนยังไม่กลับมา
คืนนั้น ไม่มีหน้าใดเขียนว่าเด็กหลังประตูถามคำถามเดิมมากกว่าหนึ่งครั้ง
ไม่มีหน้าใดบันทึกว่าอีรินเล่าเกินไปหนึ่งประโยค
เพื่อจะใช้มันตัดสินว่าเขาฟังดีพอหรือไม่
ไม่มีหน้าใดบอกว่าการพลาดเล็กน้อย
ต้องทำให้ทุกสิ่งก่อนหน้านั้นหายไป
เพราะคำถามเดิม
อาจถูกถามได้อีกครั้ง
และคำตอบที่เกินไป
ก็อาจหยุดลงตรงที่เรารู้ตัว
โดยไม่ต้องลบโลกทั้งใบ
ให้เหลือเพียงความผิดพลาดหนึ่งประโยค

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา