5 ชั่วโมงที่แล้ว • ความคิดเห็น
ตื่นมา ก็ลุกขึ้นมา กระตือรือร้น ขึ้นมา นำกายบิดามารดา ที่จิตให้จิตเราอาศัยอยู่ เรานำปัจจัย ที่ใช้กายพ่อแม่ ไปเหน็ดเหนื่อย ไปหามา . มีการใช้อารมณ์ต่างๆ ไปยึดถือ เรื่องคนนั้นคนนี้ มีอารมณ์พอใจ ไม่พอใจ เกิดขึ้นมาก็ในกายนี้
กายนี้เป็นกายของใคร ที่เหน็ดเหนื่อย ที่เราใช้ กายวาจาใจตามอารมณ์ต่าง ๆ มีอารมณ์โลภโกรธหลง ไปหามา .หาปัจจัยมา . มายึดว่าเป็นของๆเรา .กว่าจะได้ปัจจัยมา ต้องใช้กายออกแรง .ใช้พลังงาน มากมาย กายพ่อแม่ก็เหน็ดเหนื่อย ที่ไปหาปัจจัยมา สิ่งที่ซ่อนเร้น อยู่ในปัจจัย มันมีทุกข์ มีอารมณ์โลภโกรธหลง ซ่อนเร้นอยู่
หากใครมาแย่งปัจจัยไป เราก็โกรธโมโห .นั่น อารมณ์โลภโกรธหลง มันซ่อนเร้นอยู่ ต้องค่อยทบทวน พิจารณา .ต้องอาศัย ทำกายนิ่งๆ จิตเฉย ลองพูดให้หูเราฟังเสียงของเรา จิตของข้าพเจ้า อาศัยอยู่ในเรือนกายของคุณบิดามารดาของข้าพเจ้า ไปนั่งพูดหน้าพระ .ก็ดีน่ะ พูดให้หูเร่ได้ยิน .จะได้บันทึกลงไปที่ธาตุทั้งสี่ของจิตเรา จิตเราอาศัยอยู่ในกาย ชอบแต่ฟีงเสียงผู้อื่น เสียงนั้นเสียงนี้ เราพูดคำนี้ เป็นเสียงสูง ให้หูเราได้ยินเสียงตัวเอง เพื่อให้หู ส่งเสียงเราให้จิจที่อยู่ในกาย ได้ยินเสียงตัวเราเอง พูดคำที่สูงๆ
คราวนี้ เมื่อเรา นึกถึงเรื่องจิตของเรา ที่อาศัยกายพ่อแม่ ไปใช้ทำมาหากิน . เราก็ตอบแทนพระคุณของกาย เจียดเงินบาทเดียว นำมาแปรสภาพให้เป็นบุญเกิดขึ้น สลัดกรรมที่มีความโลภโกรธหลงซ่อนเร้นในวัตถุออกไป เอาไปวางถวายพระ น้อยๆ ที่หิ้งพระน้อยๆ บาทเดียว ให้กายบิดามารดาอนุโมทนา
แล้วเรา ก็อาศัยกายนี้ ที่ว่า จิตข้าพเจ้ามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ (อัครสาวก ที่ประพฤติปฏิบัติธรรม ด้วยรอยทั้งสี่ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเต้า) นำกายนี้มากระจายบุญกุศล ด้วยธาตุนะโม (ธาตุพ่อธาตุแม่)ที่เราอาศัย กระจายบุญกุศล ให้พ่อแม่ ผู้ที่อุปการะ อุปถัมภ์ เจ้ากรรมนายเวร เจ้าที่ กระจายไป แต่อย่าไปยึดขอให้ร่ำรวย ทำแบบเห็นแก่ตัว มันจะกระจายไปไม่ได้ หากฝึกทำได้ สังเกตเสียหน่อย กายจะเบา ด้วยบุญกุศลที่เกิดขึ้น จิตเราก็มีความสุข กายเป็นบุญ กายก็แของแรง ไม่เหนื่อยง่าย นั่นคือ กายเป็นบุเกิดขึ้น
เรื่องราว ที่ว่ากายนั้นมีกรรม เราก็ทำกายกรรม ให้เกิดเป็นกายบุญ .
โฆษณา