ฟอกสีฟัน Zoom กับ Pola Office+ ต่างกันอย่างไร? เลือกจากอะไรนอกจากราคา

ถ้ากำลังเลือกฟอกสีฟัน แล้วเจอทั้ง Zoom และ Pola Office+ อยู่ในรายการบริการ หลายคนอาจเริ่มจากคำถามว่า “ตัวไหนขาวกว่า?” หรือ “เพิ่มเงินเลือก Zoom แล้วจะเห็นผลต่างชัดไหม?”
ทีม HeySmile Dental Clinic อยากชวนเริ่มจากอีกคำถามหนึ่งครับ
“ฟันของเราเป็นแบบไหน และแต่ละระบบเหมาะกับเราอย่างไร?”
เพราะฟอกสีฟัน Zoom กับ Pola Office+ เป็นการฟอกในคลินิกเหมือนกัน แต่ใช้สูตรเจลและขั้นตอนต่างกัน ส่วนผลลัพธ์ต้องพิจารณาจากสีฟันเดิม สาเหตุของสีฟัน และการตอบสนองของแต่ละคนร่วมด้วย
ความต่างที่เห็นชัดคือ Philips Zoom WhiteSpeed ใช้เจลร่วมกับแสง LED เฉพาะระบบ ส่วน Pola Office+ เป็นระบบที่ไม่จำเป็นต้องใช้แสงกระตุ้นเจล
อย่างไรก็ตาม การมีหรือไม่มีแสงเพียงอย่างเดียว ยังใช้ตัดสินไม่ได้ว่าระบบไหนจะให้ผลดีกว่าสำหรับทุกคนครับ
รู้จักสองชื่อให้ตรงก่อนเปรียบเทียบ
ในบทความนี้ เราเปรียบเทียบ Philips Zoom WhiteSpeed กับ Pola Office+ โดยเฉพาะ
Zoom มีผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ ทั้งสำหรับทำในคลินิกและใช้ที่บ้าน จึงควรระบุว่าเป็น WhiteSpeed เมื่อถามรายละเอียด
ส่วน Pola Office+ ต้องดูเครื่องหมาย “+” ด้วย เพราะ Pola Office และ Pola Office+ เป็นคนละผลิตภัณฑ์ สูตรและวิธีเตรียมเจลไม่เหมือนกันทั้งหมด
ถ้าคลินิกเขียนสั้น ๆ ว่า “Pola” ควรถามชื่อรุ่นให้ชัด เพื่อให้เทียบข้อมูลได้ตรงครับ
ความต่างข้อแรก: วิธีใช้เจลและแสง
Philips Zoom WhiteSpeed
เป็นระบบฟอกสีฟันในคลินิกที่ใช้เจลร่วมกับเครื่องฉายแสง LED ของระบบ โดยสามารถปรับระดับความเข้มของแสงได้ตามการใช้งานและการประเมินของผู้รักษา
แสงที่ใช้เป็น LED ไม่ใช่เลเซอร์ แม้บางคนอาจเรียกการฟอกด้วยเครื่องฉายแสงรวม ๆ ว่าฟอกเลเซอร์ก็ตาม
Pola Office+
เป็นเจลฟอกสีฟันของ SDI ที่ไม่จำเป็นต้องใช้แสงกระตุ้น ใช้ระบบกระบอกเจลที่ผสมส่วนประกอบขณะจ่ายผ่านหัวผสม
ผู้ผลิตระบุว่าสามารถใช้ได้ทั้งแบบมีและไม่มีไฟฟอกสีฟัน แต่แสงไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับการทำงานของเจล
หากเห็นคลินิกใช้ไฟเพื่อทำให้วัสดุป้องกันเหงือกแข็งตัว ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ไม่ใช่หลักฐานว่ากำลังใช้ไฟกระตุ้นเจลฟอกสีฟันเสมอไปครับ
สิ่งที่คนไข้ควรดูจึงเป็นว่า ผู้รักษาใช้ผลิตภัณฑ์ตามขั้นตอนของระบบนั้นอย่างไร มากกว่าตัดสินจากการมีเครื่องฉายแสงให้เห็นหรือไม่
ความต่างข้อที่สอง: สูตรและความเข้มข้นของเจล
ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่นำมาเปรียบเทียบ Zoom WhiteSpeed มีสูตรไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 25% ส่วน Pola Office+ มีสูตรไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 37.5%
ตัวเลขนี้อาจทำให้เกิดคำถามว่า “ถ้า Pola Office+ เข้มข้นกว่า ก็ต้องขาวกว่าใช่ไหม?”
ยังสรุปแบบนั้นไม่ได้ครับ
ความเข้มข้นเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของระบบ ยังมีสูตรเจล ระยะเวลาสัมผัสฟัน จำนวนรอบ และวิธีใช้ที่ผู้ผลิตกำหนดร่วมด้วย
จึงไม่ควรนำเปอร์เซ็นต์มาเรียงเป็นคะแนนความขาว หรือใช้ตัดสินความปลอดภัยโดยลำพัง
เช่นเดียวกัน เจลที่มีความเข้มข้นต่ำกว่าก็ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่เสียวฟัน เพราะอาการขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงสภาพฟันของผู้รับบริการด้วย
ในวันรับบริการ ควรให้คลินิกยืนยันชื่อรุ่นและสูตรที่ใช้จริง เนื่องจากผลิตภัณฑ์อาจมีรายละเอียดต่างกันตามตลาดและรุ่นครับ
แล้วตัวไหนขาวกว่ากัน?
คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ ต้องประเมินเป็นรายคน และไม่ควรรับประกันว่าระบบใดจะขาวกว่าในทุกกรณี
ทั้งสองระบบมีเป้าหมายช่วยให้สีฟันธรรมชาติสว่างขึ้น แต่คนที่เริ่มต้นด้วยฟันสีต่างกันอาจเห็นความเปลี่ยนแปลงไม่เท่ากัน
นอกจากนี้ สีเหลืองจากคราบบนผิวฟัน สีที่อยู่ภายในเนื้อฟัน หรือสีผิดปกติจากสาเหตุเฉพาะ ก็ไม่ได้ตอบสนองเหมือนกันทั้งหมด
ภาพรีวิวคนหนึ่งที่ทำ Zoom กับอีกคนที่ทำ Pola จึงยังใช้พิสูจน์ไม่ได้ว่าระบบไหนเหนือกว่า เพราะไม่ได้เริ่มจากฟันชุดเดียวกัน และอาจมีแสง มุมถ่าย หรือช่วงเวลาประเมินต่างกันด้วย
คำถามที่มีประโยชน์กว่าคือ
“จากฟันของเรา ทั้งสองวิธีมีข้อจำกัดอะไร และคุณหมอแนะนำวิธีไหนด้วยเหตุผลอะไร?”
หากทันตแพทย์ประเมินว่าทั้งสองระบบเหมาะสม จึงค่อยนำงบประมาณ เวลา และรายละเอียดบริการมาใช้ตัดสินใจต่อครับ
ถ้าเป็นคนเสียวฟันง่าย ควรเลือกอะไร?
อย่าเพิ่งเลือกจากคำว่า “อ่อนโยน” หรือ “เสียวฟันน้อย” บนโฆษณาเพียงอย่างเดียวครับ
Pola Office+ มีโพแทสเซียมไนเตรตเป็นส่วนประกอบสำหรับช่วยลดอาการเสียว ส่วน Zoom WhiteSpeed มีการปรับความเข้มของแสงได้ และผู้รักษาสามารถวางแผนดูแลตามอาการ
แต่คุณสมบัติเหล่านี้ไม่ได้รับประกันว่าแต่ละคนจะไม่เสียวฟัน
ก่อนเลือก ควรแจ้งว่ามีอาการเสียวอยู่แล้วหรือไม่ เสียวบริเวณไหน มีเหงือกร่น ฟันสึก หรือเคยฟอกแล้วเสียวมากเพียงใด
บางกรณีควรหาสาเหตุและจัดการอาการเดิมก่อน ไม่ใช่เปลี่ยนยี่ห้อแล้วเริ่มฟอกทันที
หากระหว่างทำมีอาการเสียวมาก ปวด หรือแสบเหงือก ควรบอกทันตแพทย์ทันที เพื่อประเมินว่าจะปรับ พัก หรือหยุดขั้นตอนอย่างไร
อาการเสียวไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าฟันกำลังขาวขึ้นมากกว่า และไม่ต้องทนเพื่อให้รู้สึกว่าทำคุ้มครับ
เวลาที่ใช้ต่างกัน มีผลต่อการเลือกแค่ไหน?
แต่ละระบบมีระยะเวลาและรอบการลงเจลตามแนวทางของผลิตภัณฑ์ จึงอาจใช้เวลาในช่วงฟอกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม เวลาฟอกกับเวลาทั้งหมดที่คลินิกไม่ใช่ตัวเลขเดียวกันเสมอไป
ก่อนเริ่มยังมีการตรวจ บันทึกสีฟัน และป้องกันเนื้อเยื่ออ่อน หลังทำก็มีการประเมินและให้คำแนะนำ
สำหรับคนที่มีเวลาจำกัด ควรถามว่า “ต้องเผื่อเวลาทั้งหมดเท่าไร?” และแจ้งข้อจำกัดเรื่องเวลาตั้งแต่ก่อนนัด
ไม่ควรเลือกจากความเร็วเพียงอย่างเดียว หรือขอให้ลดขั้นตอนการเตรียมเพราะต้องรีบกลับครับ
ข้อจำกัดที่ทั้ง Zoom และ Pola Office+ มีเหมือนกัน
ทั้งสองระบบฟอกสีฟันธรรมชาติ ไม่ได้ทำให้ครอบฟัน วีเนียร์ และวัสดุอุดขาวตามไปด้วยในลักษณะเดียวกัน
หากมีวัสดุเหล่านี้บริเวณฟันหน้า ต้องประเมินว่าหลังฟอกแล้วอาจเห็นความต่างของสีมากขึ้นหรือไม่
การฟอกสีฟันไม่ได้รักษาฟันผุ และไม่ได้ทดแทนการขูดหินปูนหรือการรักษาเหงือก หากมีปัญหาเหล่านี้ควรให้ทันตแพทย์จัดลำดับการดูแลก่อน
อีกเรื่องคือ สีฟันหลังฟอกไม่ได้คงอยู่ถาวร ทั้งสองวิธียังต้องอาศัยการดูแลช่องปากและพฤติกรรมที่ช่วยลดการเกิดคราบ
จึงไม่ควรคาดหวังว่าเลือกวิธีที่แพงกว่าแล้วจะไม่ต้องดูแล หรือฟอกครั้งเดียวแล้วสีไม่เปลี่ยนอีกเลยครับ
เลือกอย่างไร ถ้ามีข้อกังวลต่างกัน?
ถ้างบประมาณเป็นเรื่องหลัก
ให้ทันตแพทย์ประเมินก่อนว่าทั้งสองวิธีเหมาะกับฟันหรือไม่ หากเหมาะทั้งคู่ ค่อยเปรียบเทียบราคาสุทธิและรายการบริการ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มงบโดยยังไม่รู้ว่าส่วนที่จ่ายเพิ่มตอบโจทย์อะไร
ถ้ากังวลเรื่องเสียวฟัน
ให้ความสำคัญกับการหาสาเหตุเดิมและแผนดูแลอาการ มากกว่าการเลือกจากชื่อผลิตภัณฑ์อย่างเดียว
ถ้าอยากได้สีใกล้ภาพตัวอย่าง
นำภาพไปใช้สื่อสารความต้องการได้ แต่ควรให้ทันตแพทย์อธิบายว่าสีฟันเริ่มต้นของเราทำให้คาดหวังได้แค่ไหน ไม่ใช้ภาพเป็นคำรับประกัน
ถ้ามีครอบฟันหรือวีเนียร์หลายซี่
เริ่มจากวางแผนเรื่องความกลมกลืนของสี เพราะการเปลี่ยนระบบฟอกไม่ได้แก้ข้อจำกัดที่วัสดุเหล่านี้ไม่ขาวตามฟันธรรมชาติ
ถ้ามีงานสำคัญใกล้เข้ามา
แจ้งวันใช้งานจริงล่วงหน้า เพื่อเผื่อเวลาตรวจ จัดการปัญหาที่จำเป็น และติดตามอาการ ไม่ควรเลือกจากคำว่าเห็นผลเร็วอย่างเดียวครับ
ก่อนจอง ลองถามให้ครบ 5 ข้อ
1. สำหรับสีฟันและสภาพฟันของเรา คุณหมอแนะนำ Zoom หรือ Pola Office+ เพราะอะไร?
2. มีปัญหาอะไรที่ควรจัดการก่อน และอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่?
3. หากเสียวฟันระหว่างทำ จะมีแนวทางดูแลอย่างไร?
4. ราคาแต่ละแพ็กเกจรวมอะไรบ้าง มีชุดกลับบ้านหรือนัดติดตามหรือไม่?
5. จะบันทึกและประเมินสีฟันหลังทำอย่างไร?
สำหรับคนที่กำลังเปรียบเทียบฟอกสีฟัน Zoom กับ Pola ทีม HeySmile Dental Clinic อยากให้มองทั้งวิธีทำ ความพร้อมของฟัน และรายละเอียดบริการไปด้วยกัน
การมีแสง LED ความเข้มข้นของเจล หรือราคาที่สูงกว่า ล้วนเป็นข้อมูลส่วนหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดว่าอะไรเหมาะกับเรา
ก่อนเลือก ควรเข้าใจได้ว่าทันตแพทย์แนะนำระบบนั้นด้วยเหตุผลอะไร คาดหวังการเปลี่ยนแปลงได้เพียงใด และมีแผนดูแลอย่างไรหากเกิดอาการระหว่างหรือหลังทำครับ
แผนที่่เดินทางปรึกษาคุณหมอฟรีที่ Hey Smile Dental Clinic เดินทางได้ทั้ง BTS และ MRT
โฆษณา