วันนี้ เวลา 08:03 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ไม่ต้องพัก ไม่ต้องจ่ายค่าแรง จีนส่งรถไร้คนขับลุยกลางคืน ปฏิวัติขนส่งพัสดุ 520 ล้านชิ้น ลดต้นทุนแรงงานครั้งใหญ่

ไม่เหนื่อย ไม่ต้องพัก ไม่ต้องจ่ายค่าแรงกะดึก! จีนเร่งส่ง “กองทัพรถขนส่งไร้คนขับ” ออกทำงานแทนมนุษย์ยามค่ำคืน หวังลดต้นทุนโลจิสติกส์ พร้อมปลดล็อกตลาดขนส่งพัสดุมหาศาล ท่ามกลางการแข่งขันพัฒนาหุ่นยนต์ AI ที่ดุเดือดขึ้น
เมื่อมนุษย์เข้านอน แต่หุ่นยนต์กลับเริ่มทำงาน จีนกำลังพลิกโฉมธุรกิจขนส่ง ด้วยการนำรถส่งสินค้าไร้คนขับออกวิ่งบนถนนยามค่ำคืน ทำงานได้โดยไม่ต้องพัก ไม่ต้องจ่ายค่าแรงกะดึก และไม่ต้องกังวลเรื่องความเหนื่อยล้า หวังลดต้นทุนแรงงานในอุตสาหกรรมที่มีปริมาณพัสดุเฉลี่ยสูงถึง 520 ล้านชิ้นต่อวัน
บลูมเบิร์กรายงานว่า “นครเซินเจิ้น” ศูนย์กลางเทคโนโลยีของจีน เปิดให้ทดลองบริการขนส่งสินค้าไร้คนขับในเวลากลางคืนตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากรถแท็กซี่อัตโนมัติ โดรนส่งพัสดุ และหุ่นยนต์ส่งอาหารกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในเมืองแห่งนี้แล้ว
ตัวอย่างเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.00 น. ที่ตลาดสินค้าเกษตรในเขตหลงกั่ง เมื่อผู้จัดการร้านค้าใช้มือถือเรียกรถขนส่งอัตโนมัติของบริษัท Neolix Technologies ให้มารับสินค้า เพียงไม่กี่นาที รถไร้คนขับก็มาถึง ก่อนบรรทุกเนื้อสัตว์ปีกและออกวิ่งด้วยความเร็วราว 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อส่งสินค้าให้ลูกค้าอีกฟากหนึ่งของเมือง
📌​หุ่นยนต์ไม่เหนื่อย ไม่ต้องจ่ายค่าแรงกะดึก
อวี๋ เอินหยวน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Neolix ชี้ว่า ข้อได้เปรียบสำคัญของรถขนส่งไร้คนขับ คือการลดต้นทุนแรงงาน เพราะหุ่นยนต์ไม่ต้องรับค่าจ้างกะดึก ไม่เหนื่อยแม้ทำงานถึงตี 3 และไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเมื่อต้องขับรถท่ามกลางฝนตก
ยิ่งไปกว่านั้น การขนส่งกลางคืนยังช่วยหลีกเลี่ยงรถติด ใช้ประโยชน์จากถนนที่โล่งขึ้น และนำรถที่เคยจอดทิ้งไว้กลับมาสร้างรายได้ เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจขนส่งดำเนินงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
📌​เหตุใดจีนจึงเร่งใช้หุ่นยนต์แทนคน?
คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่ปริมาณพัสดุมหาศาลของจีน ซึ่งสูงเฉลี่ยถึง 520 ล้านชิ้นต่อวัน ทำให้พนักงานส่งสินค้าบางรายต้องแวะส่งของมากกว่า 100 จุดต่อวัน ท่ามกลางตารางทำงานที่หนักหน่วงและซ้ำซาก
อวี๋เคยทดลองทำงานเป็นพนักงานส่งสินค้าด้วยตัวเอง ก่อนก่อตั้ง Neolix ในปี 2561 และพบว่างานนี้ทั้งเหนื่อย ร้อน และกดดันสูง เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อการจัดส่ง
ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เขาเชื่อว่า งานขนส่งที่หนัก ซ้ำซาก และไม่มีใครอยากทำ อาจเป็นงานที่เหมาะกับหุ่นยนต์มากกว่ามนุษย์
อย่างไรก็ตาม การส่งหุ่นยนต์ออกวิ่งกลางคืนยังมีความท้าทาย ทั้งทัศนวิสัยต่ำ รถที่ใช้ความเร็วสูง และคนเดินถนนที่คาดเดาพฤติกรรมได้ยาก ทำให้จีนต้องพัฒนาระบบตรวจจับและมาตรการความปลอดภัยควบคู่กันไป
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า จีนไม่ได้มองหุ่นยนต์เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังนำมาใช้งานจริงเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์
จากถนนที่เคยเงียบเหงายามดึก กำลังกลายเป็นพื้นที่ทำงานของกองทัพหุ่นยนต์ที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
โฆษณา