เมื่อวาน เวลา 14:27 • การศึกษา

มช. ทะยานอันดับ 49 โลก สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ-สังคมกว่า 7.4 หมื่นล้าน พร้อมเดินหน้าแผน 14 ปั้นนวัตกรรมเพื่อชุมชน

เชียงใหม่ - มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการขับเคลื่อนสถาบันสู่ความยั่งยืน โดยคว้าอันดับที่ 49 ของโลกจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกด้านความยั่งยืน Times Higher Education University Impact Rankings 2026 (จากทั้งหมด 1,603 สถาบันใน 116 ประเทศ คะแนนรวม 92.50) พร้อมสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมสะสมรวมกว่า 7.4 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 6 หมื่นล้าน บรรลุเป้าหมายตามแผนพัฒนาการศึกษาฯ ระยะที่ 13 ก่อนกำหนดอย่างงดงาม
ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานแถลงผลงานประจำปีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ที่สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยสามารถสรุปผลงานความสำเร็จภายใต้แผนแผนพัฒนาการศึกษาฯ ระยะที่ 13 ที่น่าสนใจประกอบด้วย
ด้านการจัดอันดับโลก มีผลงานโดดเด่นเป็นอันดับ 1 ของไทยในด้านความร่วมมือเพื่อบรรลุเป้าหมาย (SDG 17) ซึ่งติดอันดับ 26 ของโลก และด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13)
ด้านเศรษฐกิจและสังคม สร้างผลกระทบเชิงบวกสะสมทะลุ 7.4 หมื่นล้านบาท ประเมินจากผลกระตุ้นเศรษฐกิจและการวัดผลตอบแทนทางสังคม (SROI) สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 6 หมื่นล้านบาท
ด้านคุณภาพองค์กร ได้รับรางวัล TQC Plus: Innovation 2023 และรางวัลระดับ World Class Global Performance Excellence Award 2026 จากเอเชียแปซิฟิก
อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวต่อว่า สำหรับก้าวต่อไป ซึ่งเป็นแผนพัฒนาฯ ระยะที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) มช.มุ่งสร้าง Real World Impact โดยการขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยที่สร้างนวัตกรรมแบบมีส่วนร่วม เพื่อความยั่งยืน” มุ่งเน้นการนำงานวิจัยมาแก้ปัญหาจริงร่วมกับชุมชน โดยมีโครงการสำคัญ ได้แก่
ระบบเตือนภัยพิบัติชุมชน พัฒนานวัตกรรมรับมือน้ำท่วม น้ำป่า และดินถล่ม เช่น ระบบเตือนภัยเขตเมืองเชียงใหม่ คู่มือจัดการภัยพิบัติบ้านปางอุ๋ง และระบบอัจฉริยะ HydroSentinel ที่ตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในวงกว้าง
Net Zero Campus ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัย 5 แห่งเป็นห้องปฏิบัติการมีชีวิต (Living Laboratory) ผ่านระบบ CMU Carbon One ซึ่งช่วงเดือนตุลาคม 2568 - กันยายน 2569 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 27,028 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คิดเป็นร้อยละ 54 จากปริมาณที่คาดว่าจะปล่อยตามปกติ 50,376 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
การขยายผล 4 ด้านสำคัญ คือการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านนวัตกรรมด้าน สุขภาวะ คือสุขภาพผู้สูงอายุและสมุนไพร, ความมั่นคงทางอาหาร คือฟาร์มอัจฉริยะและบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้, เศรษฐกิจสร้างสรรค์ คือการต่อยอดภูมิปัญญาล้านนา และการศึกษาและ AI คือการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต
อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กล่าวตอนท้ายว่า ภายในปี 2575 มช. ตั้งเป้าสร้างต้นแบบนวัตกรรมที่ขยายผลได้จริง ผลตอบแทนทางสังคม (SROI) ไม่ต่ำกว่า 5 เท่า และได้รับการจัดอันดับระดับสูงสุดจาก Times Higher Education Impact Ratings (Sustainability) ต่อยอดจากแผนฯ 13 สู่แผนฯ 14
จึงไม่ใช่เพียงการยกระดับผลงานของมหาวิทยาลัย แต่คือการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ให้มหาวิทยาลัย ชุมชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานพันธมิตรร่วมกันคิด พัฒนา และสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณค่าต่อสังคมอย่างแท้จริง.
อีกหนึ่งช่องทางการติดตามข่าว
โฆษณา