•
28 ต.ค. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

H5N1 กับวิกฤตแร้งทั่วโลก เมื่อไวรัสรุนแรงคุกคามนกนักกินซาก

แร้งมีหน้าที่สำคัญในการกำจัดซากสัตว์ที่ตายลงในธรรมชาติ พวกมันช่วยเก็บกวาดซากที่อาจเน่าเปื่อย และลดโอกาสที่เชื้อโรคบางชนิดจะแพร่กระจายต่อไป
แต่ตอนนี้ นกที่ทำหน้าที่นี้กำลังเผชิญกับภัยคุกคาม เมื่อไข้หวัดนก H5N1 แพร่กระจายไปทั่วโลกและเริ่มส่งผลกระทบต่อประชากรแร้งหลายชนิด
ที่ผ่านมา มีรายงาน Black vulture และ Turkey vulture ตายเป็นพันตัวในสหรัฐอเมริกาและอเมริกาใต้ ขณะที่ Bearded vultures ในยุโรป รวมถึง California condor และ Andean condor ในทวีปอเมริกา ก็ได้รับผลกระทบจากไวรัสชนิดนี้เช่นกัน
รวมถึง Griffon vulture ในยุโรปก็พบการตายจากการระบาดเมื่อปี 2022 โดยมีรายงานแร้งโตเต็มวัยตายอย่างน้อย 16 ตัวในสเปนและฝรั่งเศส และพบลูกแร้งตายอีกหลายร้อยตัวตามแหล่งทำรัง
กรณีที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือแร้งคอนดอร์แคลิฟอร์เนีย (California condor) ซึ่งอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ประชากรในธรรมชาติของมันลดลงประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ ภายในเวลาเพียง 6 สัปดาห์จากการระบาด จนเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ต้องเร่งนำวัคซีนมาใช้เพื่อช่วยชีวิตนกที่เหลืออยู่
ส่วนในแอฟริกาและเอเชีย ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของ H5N1 ยังมีจำกัด
แต่การขาดรายงานยืนยันการติดเชื้อไม่ได้หมายความว่าแร้งในแอฟริกาและเอเชียจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะหลายพื้นที่ยังขาดระบบเฝ้าระวังโรคในสัตว์ป่าที่ครอบคลุม ขณะที่ประชากรแร้งก็ลดลงอยู่ก่อนแล้ว
ทำไมแร้งจึงติดเชื้อจากไข้หวัดนกได้ ทั้งที่พวกมันกินซากสัตว์เป็นอาหารอยู่แล้ว?
ตามธรรมชาติ แร้งมักรวมตัวกันตามแหล่งอาหารและจุดพักนอน พฤติกรรมนี้ทำให้พวกมันมีโอกาสสัมผัสเชื้อจากแร้งตัวอื่นได้ ขณะเดียวกัน ซากสัตว์ที่ติดเชื้อ H5N1 ก็อาจกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อโดยตรง
แม้แร้งจะมีความสามารถในการรับมือกับเชื้อโรคหลายชนิดจากการกินซากสัตว์ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะทนต่อไวรัสทุกชนิดได้
แร้งมีโอกาสได้รับเชื้อจากซากนกหรือสัตว์ที่ติดเชื้อ H5N1 โดยตรง งานวิจัยเกี่ยวกับ Black vultures พบหลักฐานสนับสนุนว่า การกินเนื้อเยื่อที่มีไวรัสจำนวนมากทำให้เชื้อเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร และทำลายเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวได้
รวมถึงยังพบว่า ไวรัสยังแพร่ไปยังอวัยวะต่างๆ โดยความเสียหายรุนแรงในตับและม้าม รวมถึงแผล การตายของเซลล์ และเลือดออกตามส่วนต่างๆ ของทางเดินอาหาร
ในนกล่าเหยื่อบางชนิดที่ติดเชื้อ H5N1 ยังพบการอักเสบของสมองอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการตายด้วยอาการทางระบบประสาท จึงเป็นอีกประเด็นที่พบได้ในการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิดรุนแรงในนกบางกลุ่ม
และอย่างที่กล่าวไปช่วงต้น แร้งมีหน้าที่สำคัญในการกำจัดซากสัตว์ที่ตายลงในธรรมชาติ พวกมันช่วยเก็บกวาดซากที่อาจเน่าเปื่อย และลดโอกาสที่เชื้อโรคบางชนิดจะแพร่กระจายต่อไป
เมื่อแร้งตายมากขึ้น จำนวนซากสัตว์ที่ถูกกำจัดออกจากธรรมชาติก็อาจลดลงตามไปด้วย
ซากที่มีเชื้อโรคอาจตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมนานขึ้น เปิดโอกาสให้สัตว์อื่นเข้ามาสัมผัสเชื้อ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดในวงกว้าง
นักวิจัยที่ติดตามเรื่องนี้ได้ออกมาเตือนว่า H5N1 อาจเป็นภัยคุกคามขั้นวิกฤตสำหรับประชากรแร้งบางกลุ่ม โดยเฉพาะชนิดที่เหลือจำนวนไม่มากและกำลังเผชิญภัยคุกคามหลายด้านพร้อมกัน
เรื่องนี้จำเป็นต้องเร่งเฝ้าระวังและดำเนินมาตรการป้องกัน ก่อนที่การระบาดจะสร้างความเสียหายรุนแรงต่อประชากรแร้งในธรรมชาติ
ปัจจุบัน แร้งทั่วโลกมีอยู่ 23 ชนิด ในจำนวนนี้อย่างน้อย 16 ชนิด เหลือจำนวนประชากรน้อยนิด สุ่มเสี่ยงสูญพันธุ์ โดยมีสาเหตุการลดลงจากการได้รับสารพิษและภัยคุกคามจากกิจกรรมของมนุษย์
แถมการระบาดของไข้หวัดนกอาจกำลังเป็นอีกปัจจัยที่อาจทำให้ประชากรแร้งลดลงเร็วกว่าเดิม
อ้างอิง
Emerging threat of avian influenza to the world's vultures https://conbio.onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/cobi.70372?af=R
Disease susceptibility and biological vulnerability of black vultures to fatal clade 2.3.4.4b highly pathogenic avian influenza A(H5N1) virus infection https://www.nature.com/articles/s41598-026-36912-5
โฆษณา