เหตุผลข้อสองคือ … ความเชื่อมโยงกับหลักฐานทางโบราณคดีและดาราศาสตร์บนโลกที่คิดว่าควรค่าแก่การบันทึกไว้ บันทึกนี้กล่าวถึงวัฏจักรที่มีคาบประมาณยี่สิบหกพันปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตรงกับวัฏจักรการหมุนควงของแกนโลกที่เรียกว่า precession of the equinoxes ซึ่งนักดาราศาสตร์สมัยใหม่คำนวณไว้ที่ประมาณสองหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบสองปี
ในปี ค.ศ. 2023 ศูนย์ความปลอดภัยปัญญาประดิษฐ์ (Center for AI Safety) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ทำงานด้านการประเมินความเสี่ยงของ AI ได้ออกแถลงการณ์ที่มีผู้ลงนามร่วมหลายร้อยคน รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำและนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก
ผู้ลงนามในแถลงการณ์นี้รวมถึงผู้ที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ก้าวหน้าที่สุดในโลกด้วยตนเอง นี่ไม่ใช่คำเตือนจากบุคคลภายนอกที่ต่อต้านเทคโนโลยี แต่คือเสียงของผู้ที่รู้จักเทคโนโลยีนี้ดีที่สุดและกำลังบอกว่าพวกเขากังวลกับสิ่งที่ตัวเองกำลังสร้าง
สิ่งที่ทำให้ปัญญาประดิษฐ์แตกต่างจากเทคโนโลยีอื่นๆ ที่มนุษย์เคยสร้างมา คือมันเป็นเทคโนโลยีแรกที่มีศักยภาพที่จะตัดสินใจด้วยตนเอง หากเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาการจัดแนว (The Alignment Problem) ซึ่งคือคำถามที่ว่าทำอย่างไรจึงจะรับประกันได้ว่า AI จะมีเป้าหมายที่สอดคล้องกับคุณค่าและผลประโยชน์ของมนุษย์ เราอาจกำลังสร้างสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ และเมื่อสิ่งนั้นฉลาดกว่าเรา การควบคุมภายหลังก็จะเป็นไปไม่ได้เลย
นี่คือคำถามที่นักปรัชญาชาวเยอรมัน กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ (Gottfried Wilhelm Leibniz) เคยตั้งขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ว่า "เหตุใดจึงมีบางสิ่งอยู่ แทนที่จะไม่มีอะไรเลย" (Why is there something rather than nothing?)
บนโลกของเรา นักวิทยาศาสตร์การรู้คิดและนักปรัชญาแห่งจิตยังคงถกเถียงกันเรื่อง "ปัญหายากของจิตสำนึก" (The Hard Problem of Consciousness) ซึ่งเป็นคำที่เดวิด ชาลเมอร์ส (David Chalmers) นักปรัชญาชาวออสเตรเลียบัญญัติขึ้นในปี ค.ศ. 1995
คำถามนี้ปรากฏในปรัชญาของมนุษย์แทบทุกอารยธรรมเช่นกัน ตั้งแต่แนวคิดเรื่องเทโลส (telos) หรือจุดหมายปลายทางในปรัชญาของอริสโตเติล ไปจนถึงแนวคิดเรื่องจุดอวสานของเอกภพในวิชาจักรวาลวิทยาสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Big Freeze, Big Crunch หรือ Heat Death