•
28 ต.ค. เวลา 09:02 • ท่องเที่ยว

🌸 KIBITSU SHRINE | ศาลเจ้าแห่งตำนานโมโมทาโร่ กับคำอธิษฐานให้หัวใจแจ่มใส 💚

ต้นฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 เรามีโอกาสเดินทางไปจังหวัดโอคายาม่า เลือกจุดหมายแรกออกจากตัวเมืองไปพบกับ ศาลเจ้าคิบิตสึ (Kibitsu Shrine / 吉備津神社) ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ตั้งอยู่เชิงเขาคิบิโนะนากายามะ และเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของตำนานโมโมทาโร่ เด็กชายลูกท้อผู้ปราบยักษ์ที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันดี
ศาลเจ้าแห่งนี้บูชาเทพคิบิตสึฮิโกะ โนะ มิโคโตะ (Kibitsuhiko-no-Mikoto) ผู้มีตำนานเล่าว่าเคยปราบอสูรชื่ออุระ (Ura) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นต้นเค้าของนิทานโมโมทาโร่ที่เล่าสืบต่อกันมา ใครรักนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นเหมือนเรา การได้มาเดินอยู่ในสถานที่ที่ตำนานยังมีลมหายใจเช่นนี้ ช่างเป็นความรู้สึกพิเศษจริง ๆ
ทางเดินบันไดหินขึ้นอาคารศาลเจ้าหลัก
สิ่งที่ห้ามพลาดคืออาคารศาลเจ้าหลักและโถงสักการะที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติญี่ปุ่น ทั้งสองสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1425 และเพิ่งครบรอบ 600 ปีในปี 2025 ที่ผ่านมา ความพิเศษอยู่ที่หลังคาทรง Kibitsu-zukuri ซึ่งมีรูปทรงคล้ายหลังคาสองชุดเชื่อมต่อกัน เป็นสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่พบได้เฉพาะที่นี่
ระเบียงไม้มีหลังคาทอดยาว 360 เมตรไปตามเนินเขา
อีกจุดที่เราหลงรักคือ ระเบียงไม้มีหลังคายาว 360 เมตร ทอดตัวไปตามเนินเขาอย่างงดงาม เดินเพลินราวกับย้อนเวลากลับไปหลายร้อยปี ระหว่างทางยังมีประตูโบราณมินามิซุยจินมง (Minami Zuijinmon) และศาลาโอคามาเด็น (Okamaden) ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานศีรษะของอสูรอุระ และพิธีนารุคามะ (Narukama) ที่ใช้เสียงจากหม้อต้มประกอบการทำนายโชคชะตา นอกจากนี้ อย่าลืมชมต้นแปะก๊วยเก่าแก่ราว 600 ปี และหินยาวางิหรือหินวางลูกศรที่เชื่อมโยงกับเรื่องเล่าปราบยักษ์ด้วยนะคะ
ต้นแปะก๊วยเก่าแก่อายุราว 600 ปี ยืนหยัดอย่างสง่างาม
สำหรับเรา ของที่ระลึกที่ดึงดูดให้มาที่นี่มากที่สุดคือ เครื่องรางใจแจ่มใส 心晴れ守 (Kokorobare Mamori) คำว่า Kokoro หมายถึงหัวใจหรือจิตใจ ส่วน Hare หมายถึงท้องฟ้าแจ่มใส เมื่อนำมารวมกันจึงชวนให้นึกถึงหัวใจที่ปลอดโปร่ง สดใส และพร้อมรับวันใหม่ เครื่องรางนี้มีให้เลือกถึง 7 สี ราคาชิ้นละ 1,000 เยน โดยทางศาลเจ้าไม่ได้กำหนดความหมายเฉพาะของแต่ละสีไว้
เครื่องรางหัวใจแจ่มใสสีเขียว สดชื่น มีความหมายมากมาย
เราเลือกสีเขียว เพราะสำหรับเรา สีเขียวเป็นตัวแทนของความสงบ ความหวัง และการเติบโต เป็นเครื่องเตือนใจเล็ก ๆ ว่าไม่ว่าระหว่างทางจะพบแดด ฝน หรือเมฆครึ้ม เราก็ยังเลือกเดินทางด้วยหัวใจแจ่มใสได้เสมอ 💚
รถไฟสาย Momotaro Line
การเดินทางไม่ยากค่ะ จากสถานี JR Okayama ขึ้นรถไฟสาย JR Kibi Line หรือ Momotaro Line (桃太郎線) ไปลงสถานี Kibitsu (吉備津) ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที แล้วเดินต่ออีกราว 15 นาที ก็จะถึงทางเข้าศาลเจ้า ระหว่างทางเป็นบรรยากาศชุมชนสงบ ๆ ที่ชวนให้เดินช้าลง
ซอฟต์เสิร์ฟหวานสดชื่นในร้านค้าด้านหน้า หลังจากสักการะศาลเจ้าเสร็จสิ้น
ศาลเจ้าเปิดทุกวันตั้งแต่ 05.00–18.00 น. ส่วนจุดรับเครื่องรางและโกะชูอินให้เผื่อเวลาไปก่อน 16.00 น. แนะนำให้ตรวจตารางรถไฟขากลับไว้ด้วย เพราะรถไฟสายนี้ไม่ได้มาถี่เหมือนในเมืองใหญ่ และควรเตรียมน้ำดื่ม ขนมรองท้อง รวมถึงรองเท้าที่เดินสบาย เพราะบริเวณหน้าศาลเจ้ามีร้านอาหารไม่มากนัก
หากโชคดี อาจได้แวะจิบกาแฟที่ KIBITSU COFFEE คาเฟ่เล็ก ๆ แสนอบอุ่นใกล้ศาลเจ้า ซึ่งมีทั้งกาแฟพิเศษและขนมหวาน ร้านเปิดประมาณ 09.00–18.00 น. โดยปกติหยุดวันจันทร์และอังคาร แต่ควรตรวจ Instagram ก่อนเดินทาง เพราะตารางเปิดร้านอาจเปลี่ยนแปลงได้
สำหรับเรา ความงามของคิบิตสึไม่ได้มีเพียงสถาปัตยกรรมอายุหลายร้อยปีหรือตำนานโมโมทาโร่เท่านั้น หากยังอยู่ในดอกฟุโยสีชมพูอ่อนที่บานอยู่ข้างทางเดิน ในความเงียบสงบของสวน และในเครื่องรางสีเขียวเล็ก ๆ ที่พากลับมาด้วย วันแรกของการเดินทางจึงเริ่มต้นอย่างอ่อนโยน พร้อมคำอธิษฐานง่าย ๆ ว่า ขอให้ทุกวันต่อจากนี้เป็นวันที่หัวใจแจ่มใส 🌿🌸
#TakeABreakDiary #JapanAutumnDiary2026 #KibitsuShrine #吉備津神社 #Okayama #岡山 #Momotaro #桃太郎 #KokorobareMamori #เที่ยวญี่ปุ่น #ศาลเจ้าญี่ปุ่น #เดินทางด้วยหัวใจแจ่มใส
โฆษณา