•
29 ต.ค. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

เม็ดเงินที่ไหลไปสนับสนุนกิจกรรมทำลายธรรมชาติ มีมากกว่าเงินทุนที่ใช้ปกป้องถึง 30 เท่า

“ทุก ๆ 1 ดอลลาร์ที่โลกใช้จ่ายเพื่อปกป้องธรรมชาติ มีเงินประมาณ 30 ดอลลาร์ไหลไปสู่กิจกรรมที่ทำลายธรรมชาติ”
อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวเตือนผู้นำทั่วโลกระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่กรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย
โดยเขาระบุว่า ในปี 2023 มีเงินทุนถึง 7.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมและกิจกรรมที่ส่งผลเสียต่อธรรมชาติ ตามการประเมินของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP)
ตัวเลข 30 ต่อ 1 เป็นการเปรียบเทียบกระแสเงินทุนที่ไหลไปสนับสนุนกิจกรรมซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ กับเงินที่ใช้ปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติ ซึ่งมีขนาดแตกต่างกันอย่างมาก
รายงาน State of Finance for Nature ของ UNEP ประเมินว่า ในปี 2023 เงินทุนจากภาคเอกชนประมาณ 4.9 ล้านล้านดอลลาร์ และเงินอุดหนุนจากภาครัฐอีกราว 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ ไหลไปสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งผลเสียต่อธรรมชาติ
เงินที่ว่าเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ตั้งแต่พลังงานและอุตสาหกรรม ไปจนถึงเกษตรกรรม การขนส่ง และการก่อสร้าง
ขณะที่เงินทุนสำหรับแนวทางแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions) อยู่ที่ประมาณ 2.2 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี
เปรียบเป็นเงินบาท เท่ากับมีเงินที่ไหลไปสนับสนุนกิจกรรมที่ทำลายธรรมชาติ ประมาณ 246.7 ล้านล้านบาท ส่วนเงินที่ใช้ปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติ มีประมาณ 7.44 ล้านล้านบาท
สำหรับแนวทาง Nature-based Solutions หมายถึงการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น การฟื้นฟูป่าต้นน้ำเพื่อรักษาแหล่งน้ำ การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม หรือการดูแลระบบนิเวศชายฝั่งเพื่อช่วยลดผลกระทบจากคลื่นพายุและการกัดเซาะชายฝั่ง
ทว่าเมื่อเงินทุนที่ส่งผลเสียต่อธรรมชาติมีขนาดใหญ่กว่าเงินที่ใช้ดูแลและฟื้นฟูระบบนิเวศหลายสิบเท่า การเพิ่มงบประมาณอนุรักษ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางออกหลักเพียงช่องเดียว
ในประเด็นนี้รัฐบาลและภาคธุรกิจยังต้องทบทวนด้วยว่า เงินอุดหนุนและเงินลงทุนที่มีอยู่กำลังส่งเสริมกิจกรรมแบบใด และมีส่วนทำให้ธรรมชาติเสื่อมโทรมลงหรือไม่
กูเตร์เรสระบุด้วยว่า ภายในปี 2030 เพื่อปกป้องธรรมชาติประชาคมโลกจำเป็นต้องเพิ่มเงินลงทุนในแนวทางที่อาศัยธรรมชาติเป็นฐานให้ถึง 5.71 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี หรือประมาณ 2.5 เท่าของระดับในปี 2023 เพื่อให้มีเงินทุนเพียงพอต่อการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ
หากรัฐบาลและภาคธุรกิจยังลงทุนในกิจกรรมที่ทำให้ธรรมชาติเสียมากกว่าปกป้องต่อไป การบรรลุเป้าหมายความหลากหลายทางชีวภาพภายในปี 2030 ก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก
และนี่คือภาพเปรียบเทียบความไม่สมดุลของระบบการเงินโลก ที่เงินทุนสำหรับสร้างแรงกดดันต่อธรรมชาติมีขนาดใหญ่กว่าเงินทุนสำหรับปกป้องธรรมชาติอย่างมหาศาล
และเป็นโจทย์ที่รัฐบาลต่างๆ ต้องหาทางแก้ไขควบคู่ไปกับการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ
อ้างอิง
For Every $1 Spent Protecting Nature, About $30 Flows to Activities That Damage It, UN Chief Says as COP17 Talks Get Underway https://www.natureworldnews.com/articles/73637/20261025/every-1-spent-protecting-nature-about-30-flows-activities-that-damage-it-un-chief-says-cop17.htm
โฆษณา