•
29 ต.ค. เวลา 06:12 • ท่องเที่ยว
ศาลเจ้าอิซุโมะ

Izumo Taisha | อิซุโมะไทฉะ ศาลเจ้าแห่งสายสัมพันธ์และดินแดนที่เทพเจ้ามาพบกัน

⛩️ อิซุโมะไทฉะ (Izumo Taisha / 出雲大社) จังหวัดชิมาเนะ เป็นหนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของญี่ปุ่น มีความสำคัญอย่างยิ่งในตำนานการกำเนิดแผ่นดินญี่ปุ่น ประดิษฐานเทพโอคุนินุชิ (Ōkuninushi no Ōkami) ผู้เป็นเทพแห่งการสร้างแผ่นดินและสายสัมพันธ์ หรือ เอ็นมุสุบิ (Enmusubi) ที่ไม่ได้หมายถึงความรักและการครองคู่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงมิตรภาพ โอกาสในการทำงาน และการพบพานสิ่งดีงามในชีวิต
ศาลเจ้าแห่งนี้ยังมีความพิเศษในเดือนสิบตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งทั่วญี่ปุ่นเรียกว่า คันนะซึกิ (Kannazuki) หรือเดือนที่เทพเจ้าไม่อยู่ เพราะเชื่อกันว่าเหล่าเทพเจ้าจะเดินทางมาชุมนุมกันที่อิซุโมะ ผู้คนที่นี่จึงเรียกเดือนนี้ว่า คามิอาริซึกิ (Kamiarizuki) หรือเดือนที่เทพเจ้ามารวมตัวกัน เพื่อหารือเรื่องชะตาและสายสัมพันธ์ของมนุษย์
ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ภายในศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ มีโอมิคุจิ (Omikuji) หรือใบเซียมซีผูกเรียงรายจนขาวโพลนเต็มโคนต้น ราวกับหิมะที่โปรยปรายลงมาเคลือบเปลือกไม้ เป็นภาพงดงามแปลกตา สะท้อนคำอธิษฐาน ความหวัง และความปรารถนาของผู้คนที่เดินทางมาสักการะเทพเจ้าแห่งสายสัมพันธ์ 🍃⛩️
🚆 การเดินทางครั้งนี้เราเริ่มต้นออกจากสถานี JR Okayama ด้วยรถด่วนพิเศษ Limited Express Yakumo ขบวนเช้าสุด มุ่งหน้าสู่สถานี JR Izumoshi ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง ก่อนต่อรถบัส Ichibata Bus จากบริเวณทางออกทิศเหนือของสถานีไปยังศาลเจ้าอีกประมาณ 45 นาที แนะนำให้ลงป้าย Seimon-mae (正門前) ซึ่งอยู่ใกล้ทางเข้าหลัก
รถบัสมีรอบไม่ถี่นัก และในวันที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นอาจต้องรอคิวขึ้นรถอีกพอสมควร ใครตั้งใจมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับควรเผื่อเวลาเดินทางและรอรถไว้อย่างน้อย 45–60 นาทีต่อเที่ยว รวมถึงตรวจสอบตารางรถขากลับล่วงหน้าให้ดีค่ะ
🌲 เมื่อก้าวผ่านเสาโทริอิเข้าสู่บริเวณศาลเจ้า จะพบทางเดินลาดลงอย่างนุ่มนวลท่ามกลางต้นสนเก่าแก่ แนะนำให้เริ่มจากสักการะศาลเล็กฮาราเอะโนะยาชิโระ (Harae no Yashiro) เพื่อชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ก่อนเดินตามทางเข้าสู่เขตศาลเจ้าชั้นใน แวะชำระมือที่อ่างน้ำ แล้วสักการะหอสักการะไฮเด็น (Haiden) และประตูยัตสึอาชิมง (Yatsuashimon) ที่อยู่หน้าวิหารหลักฮนเด็น (Honden) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติญี่ปุ่น
ภาพวิหารหลัก ฮนเด็น (Honden) ของศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ มองจากด้านข้างผ่านรั้วไม้ศักดิ์สิทธิ์ ตัววิหารสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทฉะสึคุริ (Taisha-zukuri) อันเก่าแก่และเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยหลังคาสูงชันและไม้ไขว้บนสันหลังคาที่เรียกว่า ชิงิ (Chigi) วิหารแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติญี่ปุ่น เป็นที่ประดิษฐานเทพโอคุนินุชิ เทพแห่งสายสัมพันธ์ ท่ามกลางบรรยากาศสงบขรึมและงดงามเหนือกาลเวลา ⛩️🌿
ที่นี่มีธรรมเนียมสักการะต่างจากศาลเจ้าทั่วไป คือ โค้งคำนับ 2 ครั้ง ปรบมือ 4 ครั้ง อธิษฐาน แล้วโค้งคำนับอีก 1 ครั้ง จากนั้นแนะนำให้เดินวนทวนเข็มนาฬิการอบเขตวิหารหลัก โดยเริ่มจากด้านตะวันออก ผ่านศาลเล็กต่าง ๆ และอาคารจูกุฉะ (Jukusha) ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่พำนักของเหล่าเทพเจ้าในช่วงเทศกาลชุมนุมเทพ อย่าลืมแวะสักการะทางด้านตะวันตกของวิหารหลักด้วย เพราะตามความเชื่อ เทพโอคุนินุชิประทับหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันตก
ศาลโซงะโนะยาชิโระ (Sogano Yashiro / 素鵞社) ศาลเจ้าเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ด้านหลังวิหารหลักของอิซุโมะไทฉะ ประดิษฐานเทพซูซาโนโอะ (Susanoo no Mikoto) เทพเจ้าผู้มีบทบาทสำคัญในตำนานญี่ปุ่น และเป็นพระบิดาของเทพโอคุนินุชิตามตำนานสายหนึ่ง มีชื่อเสียงเรื่องทรายศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเชื่อกันว่าช่วยปกปักคุ้มครองบ้านเรือน ผู้คนจึงนิยมเดินขึ้นบันไดมาสักการะและรับทรายกลับไปเป็นสิริมงคล ⛩️🌿
🙏 ด้านหลังวิหารหลักมีศาลเล็กสำคัญชื่อ โซงะโนะยาชิโระ (Sogano Yashiro) ประดิษฐานเทพซูซาโนโอะ (Susanoo no Mikoto) ผู้เกี่ยวข้องกับตำนานเทพเจ้าอิซุโมะ และเป็นจุดที่ผู้คนเดินทางมาเพื่อรับ ทรายศักดิ์สิทธิ์ (御砂 / Osuna) ตามธรรมเนียม ผู้สักการะจะไปเก็บทรายจากชายหาดอินาสะโนะฮามะ (Inasa no Hama) ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 1 กิโลเมตร แล้วนำมาถวายไว้ใต้ศาล ก่อนรับทรายศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่กลับไปในปริมาณไม่เกินที่นำมาถวาย เชื่อกันว่าทรายนี้ช่วยคุ้มครองบ้านเรือนและขจัดสิ่งไม่เป็นมงคล
ใครอยากทำพิธีนี้ควรเตรียมถุงเล็ก ๆ สำหรับใส่ทรายและเผื่อเวลาเดินทางไปชายหาดไว้ด้วยนะคะ ส่วนอีกจุดที่ห้ามพลาดคือ คางุระเด็น (Kaguraden) หอประกอบพิธีที่มีเชือกฟางศักดิ์สิทธิ์ชิเมนาวะขนาดมหึมา หนักกว่า 5 ตัน แขวนอยู่ด้านหน้า เป็นภาพอันสง่างามและสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของอิซุโมะไทฉะ
🐰 เหล่ากระต่ายหินแสนน่ารักแห่งอิซุโมะไทฉะ ที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่าง ๆ ของศาลเจ้า เชื่อมโยงกับตำนาน “กระต่ายขาวแห่งอินาบะ” ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากเทพโอคุนินุชิ เทพประจำศาลเจ้า กระต่ายแต่ละตัวมีท่าทางแตกต่างกัน บ้างพนมมืออธิษฐาน บ้างนั่งเคียงคู่กันอย่างน่าเอ็นดู
🍃 เราใช้เวลาอยู่ในบริเวณศาลเจ้าเกือบครึ่งวันเลยค่ะ เพราะตั้งใจว่าจะไม่เพียงมาสักการะวิหารหลักแล้วรีบกลับ แต่อยากเดินชมและสักการะให้ครบทุกอาคาร ทุกศาลเล็ก ๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ รวมทั้งใช้เวลาซึมซับบรรยากาศสงบงามใต้ร่มไม้ใหญ่
ส่วนถนนช้อปปิ้งชินมงโดริ (Shinmon-dori) ที่ทอดยาวอยู่ด้านหน้าศาลเจ้านั้น มีร้านขนม ร้านอาหาร ร้านขายเครื่องรางและของที่ระลึกน่ารัก ๆ มากมาย แต่ต้องเดินแยกออกจากบริเวณศาลเจ้าพอสมควร หากอยากเดินชมร้านอย่างเพลิดเพลินควรเผื่อเวลาอีก 1–2 ชั่วโมง โดยเฉพาะวันที่นักท่องเที่ยวหนาแน่น เราจึงตัดสินใจข้ามโปรแกรมช้อปปิ้งไปอย่างไม่เสียดาย เพราะอยากมอบเวลาให้กับการสักการะและดื่มด่ำกับสถานที่แห่งนี้อย่างเต็มที่มากกว่า
โชโกะคัง (Shōkokan / 彰古館) อาคารพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ภายในศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1914 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมไม้สองชั้นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ภายในจัดเก็บโบราณวัตถุ เครื่องประกอบพิธีกรรม และสิ่งของล้ำค่าที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของศาลเจ้า
💚 สำหรับใครที่กำลังวางแผนมาเยือนอิซุโมะไทฉะ อยากแนะนำให้จัดเวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงสำหรับตัวศาลเจ้า หรือครึ่งวันหากตั้งใจสักการะอย่างละเอียด และหากมีเวลามากพอ อย่าพลาดชายหาดอินาสะโนะฮามะ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์อิซุโมะ (Shimane Museum of Ancient Izumo) ที่อยู่ใกล้ศาลเจ้า รวมถึงการชิมอิซุโมะโซบะ อาหารขึ้นชื่อของท้องถิ่นด้วยค่ะ
การมาเยือนอิซุโมะไทฉะครั้งนี้ทำให้รู้สึกว่าความสุขของการเดินทางไม่ใช่การเก็บสถานที่ให้ได้มากที่สุด หากเป็นการได้ใช้เวลาอยู่กับสถานที่หนึ่งอย่างเต็มหัวใจ และอธิษฐานขอให้สายสัมพันธ์ที่ดีงามนำพาเราไปพบโอกาสใหม่ ๆ บนเส้นทางชีวิตต่อจากนี้ 🌿✨
#TakeABreakDiary #IzumoTaisha #出雲大社 #Izumo #Shimane #JapanTravel #JapanShrine #Enmusubi #Kamiarizuki #เที่ยวญี่ปุ่น #ศาลเจ้าญี่ปุ่น #อิซุโมะไทฉะ #เที่ยวชิมาเนะ
โฆษณา