Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ดร.ทรงพล เทอดรัตนเกียรติ Innovation Creative
•
ติดตาม
29 ต.ค. เวลา 22:21 • สุขภาพ
“ยิ่งออกกำลังกายหนัก ยิ่งสุขภาพดี” จริงหรือ? บทเรียนจาก ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่คนรักสุขภาพควรอ่าน
เมื่อความพยายามจะมีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบ อาจกลายเป็นการทำร้ายร่างกายโดยไม่รู้ตัว
ลองจินตนาการว่า…
คุณตื่นตี 5 เพื่อออกกำลังกาย ขณะที่คนอื่นยังนอนหลับ
ตอนเช้าชกมวย ตอนกลางวันวิ่ง ตอนเย็นยกเวท
กินอาหารเพียงวันละมื้อ ควบคุมพลังงานอย่างเข้มงวด และแทบไม่มีวันพัก
คุณมองกระจกแล้วเห็นกล้ามเนื้อชัดขึ้น น้ำหนักลดลง รูปร่างดีขึ้น
ทุกคนต่างชื่นชมว่า…
“มีวินัยมากจริง ๆ”
แต่ไม่มีใครรู้ว่า ภายในร่างกายอาจกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
เรื่องราวของ ณเดชน์ คูกิมิยะ เป็นตัวอย่างที่น่าคิด
เขาเคยเปิดเผยประสบการณ์การลดน้ำหนักอย่างเข้มข้น จากประมาณ 80 กิโลกรัม เหลือ 70 กิโลกรัม ภายในหนึ่งเดือน
ด้วยการรับประทานอาหารประมาณ 1,500 แคลอรีต่อวัน กินเพียงวันละมื้อ และออกกำลังกายหนักถึงวันละ 3 รอบ
บางช่วงเขาออกกำลังกายต่อเนื่องเกือบ 3 เดือนโดยแทบไม่มีวันพัก
จนกระทั่งร่างกายเริ่มมีความผิดปกติ
ผลตรวจพบความผิดปกติของฮอร์โมนและสารอาหารหลายชนิด รวมถึงภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ หรือ Hypothyroidism ซึ่งเขาเล่าว่าต้องรับประทานฮอร์โมนทดแทนและติดตามการรักษากับแพทย์
แต่เรื่องนี้มีข้อเท็จจริงทางการแพทย์ที่ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง
การออกกำลังกายหนักไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดโรคไฮโปไทรอยด์โดยตรง
เพราะโรคนี้มีหลายสาเหตุ โดยเฉพาะโรคภูมิต้านตนเองอย่าง Hashimoto's Thyroiditis
อย่างไรก็ตาม การอดอาหารอย่างรุนแรงร่วมกับออกกำลังกายเกินกำลัง สามารถรบกวนสมดุลฮอร์โมน การเผาผลาญ และการฟื้นตัวของร่างกายได้
นี่จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของดาราคนหนึ่ง
แต่เป็นบทเรียนของคนรักสุขภาพจำนวนมาก
ในทางวิทยาศาสตร์การกีฬา มีภาวะที่เรียกว่า Relative Energy Deficiency in Sport (RED-S)
เกิดขึ้นเมื่อพลังงานที่ร่างกายได้รับไม่เพียงพอต่อการออกกำลังกายและการดำรงชีวิต
ผลกระทบอาจเกิดกับฮอร์โมน ภูมิคุ้มกัน กระดูก ระบบสืบพันธุ์ และสมรรถภาพทางกีฬา
นอกจากนี้ การฝึกหนักโดยฟื้นตัวไม่เพียงพอ ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะฝึกเกิน หรือ Overtraining Syndrome
สิ่งที่น่าสนใจในทางจิตวิทยาคือ…
บางครั้งคนที่มีวินัยสูงที่สุด กลับเป็นคนที่ยอมให้ตัวเองพักยากที่สุด
เพราะเขาอาจรู้สึกว่า
“วันนี้ไม่ออกกำลังกาย เท่ากับขี้เกียจ”
“กินมากขึ้น เท่ากับไม่มีวินัย”
“หยุดพัก เท่ากับถอยหลัง”
ทั้งที่ความจริงแล้ว กล้ามเนื้อไม่ได้แข็งแรงขึ้นจากการฝึกเพียงอย่างเดียว
แต่ต้องอาศัยอาหาร การนอนหลับ และการฟื้นฟูด้วย
ลองมองผ่านหลักพุทธศาสนาเรื่อง มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง
การดูแลสุขภาพก็ไม่ต่างจากการดำเนินชีวิต
หย่อนเกินไปอาจไม่เกิดการพัฒนา
แต่ตึงเกินไปก็อาจนำไปสู่ความเสียหาย
การมีวินัยจึงไม่ใช่การฝืนร่างกายทุกวัน แต่คือการรู้ว่าเมื่อไรควรฝึก เมื่อไรควรพัก และเมื่อไรควรขอความช่วยเหลือ
ข้อคิดสำคัญ
อย่าวัดสุขภาพจากตัวเลขบนเครื่องชั่งหรือรูปร่างในกระจกเพียงอย่างเดียว
เพราะคนที่ดูแข็งแรงจากภายนอก อาจกำลังเหนื่อยล้าจากภายใน
สุขภาพที่ดีไม่ใช่การออกกำลังกายให้หนักที่สุด หรือกินให้น้อยที่สุด
แต่คือการดูแลร่างกายให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน
จำไว้ว่า…เราออกกำลังกายเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่ใช้ชีวิตทั้งหมดเพื่อออกกำลังกาย
#จิตวิทยาสุขภาพ #ณเดชน์คูกิมิยะ #ออกกำลังกายอย่างสมดุล #สุขภาพดีอย่างยั่งยืน #StorytellingInsight
PS. คุณเคยมีช่วงเวลาที่ออกกำลังกายหนักจนร่างกายส่งสัญญาณเตือนหรือไม่? และคุณคิดว่าอะไรยากกว่ากัน ระหว่างการสร้างวินัยให้ออกกำลังกาย กับการยอมให้ตัวเองหยุดพัก?
จิตวิทยา
แนวคิด
ความรู้รอบตัว
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย