•
30 ต.ค. เวลา 09:05 • ศิลปะ & ออกแบบ
Onomichi City Museum of Art

🤍 To the White Sea — เมื่อความทรงจำกลายเป็นเกลือสีขาว และเดินทางกลับคืนสู่ท้องทะเล

Motoi Yamamoto Exhibition | Onomichi City Museum of Art
กลางเดือนตุลาคม 2026 เรามีโอกาสไปเยือนเมืองท่าริมทะเลเซโตะ Onomichi จังหวัดฮิโรชิม่า โดยมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองโอโนมิจิ หรือ Onomichi City Museum of Art เป็นหนึ่งในจุดหมายหลัก
การเดินทางครั้งนี้พาเราไปพบกับงานศิลปะที่งดงามเกินกว่าจะเดินผ่านไปเฉย ๆ นั่นคือการได้ชมนิทรรศการ To the White Sea – Returning Memories หรือ 「しろきうみへ-記憶は白く、海へと還る-」 ของศิลปินชาวญี่ปุ่น โมโตอิ ยามาโมโตะ (Motoi Yamamoto)
บัตรเข้าชมนิทรรศการ to the white sea
ผลงานสีขาวละเอียดอ่อนที่ทอดตัวแผ่ขยายอยู่บนพื้นสีดำ ราวกับคลื่นทะเล ลูกไม้ หรือเส้นทางคดเคี้ยวของสายน้ำ ทำให้เรายืนมองอยู่นานด้วยความชื่นชม ยิ่งรู้ว่าลวดลายอันซับซ้อนเหล่านี้สร้างขึ้นจากเกลือธรรมดา ๆ ด้วยความอดทนและความประณีตอย่างยิ่ง ก็ยิ่งรู้สึกถึงความละเมียดละไมที่ศิลปินถ่ายทอดลงในทุกเส้นสาย
ผลงานศิลปะจัดวางจากเกลือสีขาวของโมโตอิ ยามาโมโตะ ที่บรรจงสร้างลวดลายนับไม่ถ้วนให้แผ่ขยายไปทั่วพื้นห้อง ราวกับเกลียวคลื่นและกระแสน้ำที่ไหลเวียนอย่างไม่สิ้นสุด ทุกเส้นสายสะท้อนความละเอียดละเมียดละไม ความอดทน และความทรงจำถึงบุคคลอันเป็นที่รัก งดงามทั้งรูปลักษณ์และความหมาย 🤍
โมโตอิ ยามาโมโตะ เกิดเมื่อปี 1966 ที่เมืองโอโนมิจิ และใช้ชีวิตในเมืองแห่งนี้จนถึงอายุ 25 ปี ก่อนออกเดินทางตามเส้นทางศิลปะ เขาเป็นที่รู้จักจากผลงานศิลปะจัดวาง (Installation Art) ที่ใช้เกลือเป็นวัสดุหลัก เบื้องหลังความงดงามนั้นมีเรื่องราวสะเทือนใจซ่อนอยู่ เมื่อเขาต้องสูญเสียน้องสาวจากโรคเนื้องอกในสมองในปี 1994 และต่อมายังสูญเสียภรรยาจากโรคมะเร็งเต้านมในปี 2016
ความพลัดพรากกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาสร้างสรรค์ผลงานเพื่อเก็บรักษาความทรงจำเกี่ยวกับบุคคลอันเป็นที่รัก เกลือจึงไม่ได้เป็นเพียงวัสดุสร้างงานศิลปะ แต่ยังเชื่อมโยงกับความบริสุทธิ์ การชำระล้าง และความหมายของชีวิตในวัฒนธรรมญี่ปุ่น
นิทรรศการ To the White Sea เป็นการย้อนมองเส้นทางสร้างสรรค์ตลอด 35 ปีของศิลปิน ตั้งแต่ภาพสีน้ำมันในยุคแรก ผลงานจัดวางขนาดใหญ่จากเกลือ ไปจนถึงผลงานที่สร้างขึ้นใหม่จากความทรงจำเกี่ยวกับชิ้นงานซึ่งพังเสียหายในเหตุแผ่นดินไหวคาบสมุทรโนโตะเมื่อปี 2024 หัวใจสำคัญของนิทรรศการคือ ความทรงจำ เวลา การสูญเสีย และการยอมรับความเปลี่ยนแปลง
สองภาพผลงานของโมโตอิ ยามาโมโตะ เผยให้เห็นความงดงามของเกลือสีขาวที่ถูกสร้างสรรค์เป็นลวดลายละเอียดอ่อน ทั้งบนพื้นสีแดงสดและสีดำ ราวกับคลื่นทะเลและเขาวงกตแห่งความทรงจำ
สิ่งที่เราชอบมากคือวิธีที่ศิลปินค่อย ๆ สร้างลวดลายจากเกลือทีละเส้นอย่างละเอียดประณีต ทั้งที่รู้ดีว่าวันหนึ่งผลงานเหล่านี้จะต้องถูกรื้อถอน ไม่มีสิ่งใดคงอยู่ตลอดไป แต่ความงดงามของช่วงเวลาที่ได้สร้างสรรค์และได้ชื่นชม อาจยังคงอยู่ในความทรงจำของใครบางคนไปอีกนาน
ความพิเศษอีกประการหนึ่งคือ นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นที่โอโนมิจิ บ้านเกิดของศิลปิน เมืองเล็ก ๆ ริมทะเลเซโตะที่เขาเติบโตมา พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนภูเขาเซ็นโคจิ ใกล้กับโรงเรียนประถมที่เขาเคยเรียน ภาพเกาะน้อยใหญ่และช่องแคบโอโนมิจิที่เคยมองเห็นในวัยเด็กยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำและแรงบันดาลใจในการทำงาน นิทรรศการจึงมีความหมายคล้ายการเดินทางกลับบ้าน และไม่ได้จบลงเพียงการชมผลงานเท่านั้น
เพราะในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2026 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ศิลปินจะเชิญชวนผู้ชมเข้าร่วมกิจกรรม Return to the Sea Project ช่วยกันรื้อผลงานที่สร้างจากเกลือ แล้วนำเกลือกลับคืนสู่ทะเลโอโนมิจิ
ผลงานศิลปะจัดวางที่นำวัสดุโปร่งใสสีฟ้าและสีขาวมาแขวนเรียงร้อยเป็นสายยาวอย่างอ่อนช้อย เมื่อแสงตกกระทบจึงเกิดประกายระยิบระยับและเงาสีรุ้งบนผนัง ราวกับแสงแดดที่ส่องผ่านผิวน้ำ งดงามราวกับได้ยืนอยู่ท่ามกลางความทรงจำที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ 💙🤍
ผู้เข้าร่วมยังสามารถนำเกลือบางส่วนกลับไปคืนสู่ทะเลด้วยตนเองในภายหลังได้ด้วย ช่างเป็นแนวคิดที่งดงามเหลือเกิน การสร้างสรรค์และการปล่อยวางกลายเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะชิ้นเดียวกัน และผู้ชมก็ได้มีส่วนร่วมในความทรงจำครั้งนี้ด้วย
สำหรับ Onomichi City Museum of Art หรือ 尾道市立美術館 เองก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 1980 จากความริเริ่มของชาวเมือง ก่อนปรับปรุงและเปิดใหม่ในปี 2003 โดยฝีมือสถาปนิกชื่อดัง ทาดาโอะ อันโดะ (Tadao Ando) ผู้ใช้คอนกรีตเปลือย กระจก และเส้นสายเรียบง่าย สร้างอาคารที่กลมกลืนกับทิวทัศน์ของสวนเซ็นโคจิและทะเลเซโตะ
อีกหนึ่งเสน่ห์ของพิพิธภัณฑ์คือเรื่องราวของแมวเคนจังและโกจัง แมวสองตัวที่กลายเป็นขวัญใจผู้คนจากความพยายามเข้าไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ โดยเฉพาะเคนจัง แมวดำผู้โด่งดัง เราเองก็ตั้งใจมาตามรอยแมวทั้งสองตัวด้วยเช่นกัน จึงเหมือนได้รับความสุขสองต่อ ทั้งจากเรื่องราวน่ารักของแมวและจากงานศิลปะที่ลึกซึ้งกินใจ
การเดินทางครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่า ศิลปะไม่จำเป็นต้องมอบคำตอบให้กับทุกเรื่องในชีวิต เพียงเปิดพื้นที่ให้เราได้คิดถึงใครบางคน ระลึกถึงช่วงเวลาที่งดงาม หรือค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลง ก็เพียงพอแล้ว เราชอบความละเอียดละเมียดละไมของผลงาน ชอบความสงบนิ่งของห้องจัดแสดง และชอบความหมายที่ซ่อนอยู่ในเกลือสีขาวเหล่านั้นมากเป็นพิเศษ แม้ผลงานจะถูกลบเลือนและกลับคืนสู่ทะเลในที่สุด แต่ความรู้สึกที่ได้รับในวันนี้จะยังคงอยู่กับเราอีกนาน
ศิลปินทำให้เราตระหนักได้ว่าความงดงามของชีวิตอาจไม่ได้อยู่ที่การเก็บรักษาทุกสิ่งไว้ตลอดไป หากอยู่ที่การได้รัก ได้จดจำ และเมื่อถึงเวลา ก็สามารถปล่อยวางได้อย่างอ่อนโยน 🤍
อาคารคอนกรีตปูนเปลือยของพิพิธภัณฑ์ ตามเอกลักษณ์ของคุณอันโดะ
📍 ข้อมูลสำหรับผู้สนใจเข้าชม
นิทรรศการ: To the White Sea – Returning Memories / しろきうみへ-記憶は白く、海へと還る-
สถานที่: Onomichi City Museum of Art (尾道市立美術館) ภายในสวน Senkoji Park เมืองโอโนมิจิ จังหวัดฮิโรชิม่า
ระยะเวลาจัดแสดง: 19 กันยายน – 15 พฤศจิกายน 2026
เวลาเปิด: 09.00–17.00 น. เข้าชมรอบสุดท้าย 16.30 น. ปิดวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ตามประกาศ)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / นักเรียนและนักศึกษา 600 เยน / เด็กมัธยมต้นลงมาเข้าฟรี / ผู้มีอายุ 70 ปีขึ้นไปเข้าฟรีเมื่อแสดงหลักฐาน
กิจกรรมพิเศษ: Return to the Sea Project วันที่ 15 พฤศจิกายน 2026 เวลา 15.30–17.00 น. ไม่ต้องจองล่วงหน้า ไม่มีค่าเข้าร่วมเพิ่มเติมนอกจากบัตรนิทรรศการ
🚃 การเดินทางจาก JR Onomichi Station: เดินประมาณ 15 นาทีไปยังสถานีกระเช้า Senkoji Ropeway ฝั่งเชิงเขา จากนั้นขึ้นกระเช้าประมาณ 3 นาที แล้วเดินต่ออีก 5–10 นาทีถึงพิพิธภัณฑ์ หรือขึ้นรถบัสจากสถานี JR Onomichi ไปลงป้าย Nagaeguchi แล้วต่อกระเช้าก็ได้ หากชอบเดินชมเมือง สามารถเดินขึ้นเขาจากสถานีรถไฟได้ ใช้เวลาประมาณ 30–40 นาที แต่มีทางลาดและบันไดค่อนข้างมาก แนะนำรองเท้าที่เดินสบายค่ะ
เว็บไซต์: https://www.onomichi-museum.jp/
#TakeABreakDiary #PlacesAroundTheWorld #Onomichi #尾道 #尾道市立美術館 #OnomichiCityMuseumOfArt #MotoiYamamoto #山本基 #ToTheWhiteSea #JapanArt #Hiroshima #เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว #เที่ยวญี่ปุ่นแบบช้าๆ #พิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่น
โฆษณา