Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
DoctorWantTime
•
ติดตาม
1 พ.ย. เวลา 00:23 • หุ้น & เศรษฐกิจ
🌎 มีเงินได้จากต่างประเทศ เสียภาษีไปแล้ว จะนำมาใช้เป็นเครดิตภาษีในไทยได้อย่างไร? สรุปวิธีใช้เครื่องมือคำนวณของกรมสรรพากร
ใครที่มีรายได้จากต่างประเทศ เช่น เงินเดือน ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า หรือรายได้จากการลงทุน อาจเคยเสียภาษีให้ประเทศต้นทางไปแล้ว และเมื่อนำเงินได้กลับเข้ามาในประเทศไทย ก็อาจมีหน้าที่ต้องนำมาคำนวณภาษีในไทยอีกครั้ง
เพื่อช่วยลดภาระภาษีซ้ำซ้อน กรมสรรพากรมีเครื่องมือช่วยคำนวณ เครดิตภาษีเงินได้ที่ชำระในต่างประเทศ (Foreign Tax Credit) ให้สามารถนำภาษีที่จ่ายในต่างประเทศมาหักจากภาษีที่ต้องชำระในไทยได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด
มาดูวิธีใช้เครื่องมือทีละขั้นตอนกัน
🔎 ก่อนใช้เครื่องมือ ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง?
1. เป็นผู้มีเงินได้ที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในปีภาษีที่เกิดเงินได้
2. เป็นเงินได้จากแหล่งในต่างประเทศ และนำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย
3. ประเทศต้นทางต้องมีอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) กับประเทศไทย และต้องตรวจสอบว่าเงินได้ประเภทนั้นมีสิทธิใช้เครดิตภาษีตามข้อตกลงหรือไม่
4. ต้องเป็นภาษีเงินได้ที่ชำระในต่างประเทศจริง ไม่ใช่ภาษีประเภทอื่น เช่น VAT
5. เครื่องมือนี้ใช้สำหรับประกอบการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 เท่านั้น
📌 ข้อควรรู้: เงินได้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 หากนำเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จึงไม่จำเป็นต้องนำเงินได้ส่วนนี้มาคำนวณเครดิตภาษี
วิธีใช้เครื่องมือคำนวณของกรมสรรพากร
เข้าใช้งานได้ที่
https://www.rd.go.th/68221.html
เครื่องมือแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้
1️⃣ ส่วนที่ 1 กรอกข้อมูลเงินได้จากต่างประเทศ
เป็นส่วนที่ต้องเตรียมข้อมูลให้ครบ โดยกรอกข้อมูลแต่ละรายการ ได้แก่
A ปีภาษีที่เกิดเงินได้ ระบุปีที่ได้รับเงินได้จริง ไม่ใช่ปีที่นำเงินเข้าประเทศไทย
B ประเทศแหล่งเงินได้ ระบุประเทศที่เป็นแหล่งที่มาของรายได้
C ประเภทเงินได้ เลือกตามมาตรา 40(1)–(8) เช่น เงินเดือน ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือค่าเช่า
D จำนวนเงินได้ในต่างประเทศ ระบุเงินได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
E จำนวนภาษีที่ชำระในต่างประเทศ ระบุภาษีเงินได้ที่ถูกหักหรือชำระไปแล้ว
F จำนวนเงินได้ที่นำเข้ามาในประเทศไทย ระบุเฉพาะส่วนที่นำเข้ามา ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินได้ทั้งหมด
จำนวนเงินในช่อง D, E และ F ต้องแปลงเป็นเงินบาท โดยใช้อัตราซื้อของธนาคารพาณิชย์ ณ วันที่นำเงินเข้าประเทศไทย หรืออัตราซื้อถัวเฉลี่ยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ ณ สิ้นวันทำการก่อนวันที่นำเงินเข้า
เมื่อกรอกข้อมูลครบ ระบบจะคำนวณให้อัตโนมัติอีก 2 ช่อง คือ
G ภาษีต่างประเทศที่สัมพันธ์กับเงินได้ที่นำเข้า คำนวณตามสัดส่วนเงินได้ที่นำเข้ามา
H สัดส่วนเงินได้ที่นำเข้า เมื่อเทียบกับเงินได้ทั้งหมดจากต่างประเทศ
📌 หากมีเงินได้หลายประเทศ หรือมีเงินได้หลายประเภท เช่น เงินเดือนและดอกเบี้ยจากประเทศเดียวกัน ต้องแยกกรอกเป็นคนละรายการ ไม่ควรรวมกัน
หากมีการชำระภาษีต่างประเทศเป็นยอดรวมสำหรับเงินได้หลายประเภท ต้องแบ่งภาษีตามสัดส่วนของเงินได้แต่ละประเภทด้วย
2️⃣ ส่วนที่ 2 กรอกข้อมูลเงินได้เพื่อใช้คำนวณเครดิตภาษี
ส่วนนี้เป็นการนำเงินได้จากต่างประเทศมารวมกับเงินได้ในประเทศไทย เพื่อคำนวณเพดานเครดิตภาษี
I เงินได้จากต่างประเทศที่นำเข้าไทย ระบบดึงข้อมูลจากส่วนที่ 1 ให้อัตโนมัติ
J เงินได้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย กรอกเงินได้ตามมาตรา 40(1)–(8) ก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
K เงินได้รวมจากทุกแหล่ง ระบบคำนวณจาก I + J ให้อัตโนมัติ
L ภาษีที่ต้องชำระในประเทศไทย กรอกยอดภาษีที่คำนวณได้จากเงินได้รวมทั้งหมด หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว โดยดูจากแบบ ภ.ง.ด.90/91 ในหัวข้อ “การคำนวณภาษี” → “ภาษีที่ต้องชำระ”
3️⃣ ส่วนที่ 3 ตรวจสอบเครดิตภาษีที่ใช้ได้จริง
เมื่อกรอกข้อมูลครบ ระบบจะคำนวณให้โดยอัตโนมัติ โดยมีหลักการสำคัญคือ
M ประเทศแหล่งเงินได้
N จำนวนเงินได้จากต่างประเทศที่นำเข้าไทย แยกตามประเทศ
O ภาษีที่ชำระในต่างประเทศ ซึ่งสัมพันธ์กับเงินได้ที่นำเข้า
P เพดานเครดิตภาษี คำนวณจากสัดส่วนเงินได้จากต่างประเทศที่นำเข้าไทย เทียบกับเงินได้รวมทั้งหมด แล้วคูณด้วยภาษีที่ต้องชำระในประเทศไทย
Q เครดิตภาษีที่สามารถใช้ได้จริง ระบบจะเปรียบเทียบ O กับ P แล้วเลือกจำนวนที่น้อยกว่า
ตัวอย่าง
สมมติว่ามีเงินได้จากต่างประเทศที่นำเข้าไทย 500,000 บาท
และเสียภาษีในต่างประเทศไปแล้ว 150,000 บาท
ขณะที่มีเงินได้รวมจากทุกแหล่ง (ก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) 1,500,000 บาท และมีภาษีที่ต้องชำระในประเทศไทย 200,000 บาท
ระบบจะคำนวณเพดานเครดิตภาษีได้ดังนี้
500,000 ÷ 1,500,000 × 200,000 = 66,667 บาท
จากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับภาษีที่เสียในต่างประเทศ 150,000 บาท
ดังนั้น แม้จะเสียภาษีในต่างประเทศไป 150,000 บาท แต่สามารถนำมาเครดิตภาษีในไทยได้เพียง 66,667 บาท เพราะเป็นจำนวนที่ต่ำกว่าเพดานเครดิตภาษีที่คำนวณได้
📌 ตัวอย่างนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายหลักการคำนวณเท่านั้น โดยการคำนวณจริงต้องพิจารณาแยกตามประเทศและประเภทเงินได้
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ การคำนวณเพดานเครดิตต้องแยกตามประเทศ ภาษีต่างประเทศที่จ่ายเกินเพดานส่วนที่นำมาเครดิตได้ จะไม่สามารถนำไปใช้เป็นเครดิตในปีภาษีถัดไปได้
💡 สรุปเมื่อนำไปยื่นภาษี
เมื่อคำนวณครบทั้ง 3 ส่วนแล้ว ให้นำยอดรวมเครดิตภาษีที่ใช้ได้จริงจากช่อง Q ไปกรอกในแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ตามขั้นตอนที่กรมสรรพากรกำหนด พร้อมเก็บเอกสารหลักฐานไว้ เช่น
• หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากต่างประเทศ
• หลักฐานการชำระภาษีในต่างประเทศ
• แบบแสดงรายการภาษีที่ยื่นในต่างประเทศ
• หลักฐานการโอนเงินเข้ามาในประเทศไทย
ข้อควรจำ: การมีเครื่องมือคำนวณไม่ได้หมายความว่าจะใช้เครดิตภาษีได้ทุกกรณี ต้องตรวจสอบสิทธิตาม DTA ระหว่างไทยกับประเทศต้นทาง และเงื่อนไขของเงินได้แต่ละประเภทก่อนเสมอ โดยเฉพาะกรณีที่มีรายได้จากหลายประเทศ
1
การเสียภาษีในต่างประเทศไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะนำภาษีทั้งหมดมาเครดิตในไทยได้ แต่หากเข้าเงื่อนไข ก็สามารถใช้สิทธิเพื่อลดภาระภาษีซ้ำซ้อนได้อย่างถูกต้อง
📚 แหล่งข้อมูล: กรมสรรพากร – คู่มือการใช้เครื่องมือช่วยคำนวณเครดิตภาษีสำหรับผู้มีเงินได้จากต่างประเทศ
https://www.rd.go.th/68221.html
#หมอยุ่งอยากมีเวลา #ภาษีต่างประเทศ #ลงทุนนอก #เครดิตภาษีต่างประเทศ
การเงิน
การลงทุน
ภาษี
39 บันทึก
21
33
39
21
33
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย