Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
SENCE9 : นิยายการเงิน การลงทุน
•
ติดตาม
1 พ.ย. เวลา 06:08 • นิยาย เรื่องสั้น
ผู้สมัครอันดับสุดท้าย THE LAST APPLICANT
ที่นั่งหมายเลข 212 ว่างมา 93 วัน และไม่มีใครกล้าถามว่าเจ้าของหายไปไหน
สถาบันเอเธนส์ แอคาเดมี ใช้ปัญญาประดิษฐ์วัดศักยภาพนักเรียนทุกสัปดาห์ ใครอยู่ท้ายตารางจะถูก "ปฏิเสธ"
คืนหนึ่งผลสอบประกาศ ประตูทุกบานล็อกตาย เหลือนักเรียนอันดับสูงสุด 5 คน กับกติกาที่ไม่ครบถ้วน
ทุกชั่วโมงจะมีหนึ่งคนหายไป เมื่อเอกสารเก่าถูกเปิดขึ้น พวกเขาต้องเผชิญความจริงว่า ใครกันแน่คือผู้ตัดสิน
ผู้สมัครอันดับสุดท้าย THE LAST APPLICANT
ที่นั่งหมายเลข 212 ว่างมาแล้ว 93 วัน และไม่มีใครในสถาบันเอเธนส์ แอคาเดมี กล้าถามว่าเจ้าของมันหายไปไหน
"นภัส" เดินผ่านหน้าห้องสอบทุกเช้า และทุกเช้าสายตาของเขาจะเลื่อนไปที่เก้าอี้ตัวนั้นเอง ทั้งที่พยายามไม่มอง
เก้าอี้พลาสติกสีเทาตัวเดิม โต๊ะที่เช็ดจนสะอาดเกินไป เหมือนมีคนมาลบร่องรอยของเจ้าของออกไปทุกเช้า
เพื่อนทุกคนเรียกเขาว่า "ไอ้คนท้ายตาราง" จนลืมไปแล้วว่า "วินัย" เคยหัวเราะเสียงดังตอนไหน
สถาบันแห่งนี้ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ชื่อ "โอราเคิล" ประเมิน "ศักยภาพสูงสุดของมนุษย์" ของนักเรียนทั้ง 212 คนทุกสัปดาห์ ผลสอบขึ้นจอยักษ์กลางโถงเรียงตั้งแต่อันดับ 1 ถึงอันดับท้าย ใครอยู่บนสุดได้ห้องเรียนพิเศษและทุนเต็มจำนวน
ส่วนใครอยู่ล่างสุดจะถูก "ปฏิเสธ"
ศัพท์คำนี้ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนบัญญัติ แต่ทุกคนใช้มัน เพราะแฟ้มประจำตัวนักเรียนแต่ละคนถูกจัดเป็น 3 หมวดเหมือนใบสมัครสินเชื่อบ้าน คือเอกสารส่วนบุคคล เอกสารทางการเงินของผู้ปกครอง และเอกสารหลักประกัน
ซึ่งก็คือโฉนดบ้านที่พ่อแม่ทุกคนยอมจำนองไว้กับโครงการ "ผ่อนอนาคต" เพื่อแลกกับที่นั่งในห้องเรียนของลูก
คืนวันศุกร์สัปดาห์ที่ 14 ผลสอบประกาศตอน 21:47 น.
"นภัส" ยืนอยู่ใต้จอยักษ์พร้อมนักเรียนอีก 4 คนที่ชื่อติดอยู่บนสุด
ธีราอันดับ 1 สาวผมสั้นที่ไม่เคยแสดงสีหน้า
ไอรินอันดับ 2 ที่ชอบกัดเล็บเวลาประหม่า
นภัสเองอันดับ 3
เมษาอันดับ 4 ที่ท่องสูตรเคมีพึมพำตลอดเวลา
และก้องอันดับ 5 เด็กหนุ่มตัวสูงที่ยิ้มง่ายที่สุดในสถาบัน
จอดับลงทันทีที่ชื่อของพวกเขาปรากฏครบ
ไฟทางเดินทุกชั้นพร้อมใจกันหรี่ลง เสียงล็อกประตูเหล็กดัง "กึก" ซ้อนกันจากชั้นล่างขึ้นมาถึงชั้น 5 เหมือนกระดูกสันหลังของตึกถูกหักทีละข้อ แล้วเสียงผู้หญิงนุ่มนวลก็ดังขึ้นจากลำโพงทุกตัว
"ยินดีด้วยค่ะ ผู้สมัครทั้ง 5 ราย ผ่านการพิจารณาขั้นต้น ขอเชิญเข้าสู่การตรวจสอบขั้นสุดท้าย"
"ตรวจสอบอะไร" ธีราถามเสียงเรียบ
"กติกามี 3 ข้อค่ะ" เสียงนั้นตอบ
"ข้อ 1 ประตูทุกบานจะปิดจนถึง 06:00 น.
ข้อ 2 ทุก 1 ชั่วโมง ผู้สมัครที่มีคะแนนต่ำสุดจะถูกปฏิเสธ
ข้อ 3 ผู้ที่เหลืออยู่เมื่อถึง 06:00 น. จะได้รับอนุมัติ"
"เธอหมายความว่าอะไรที่ว่าถูกปฏิเสธ" ไอรินถามเสียงสั่น
ไม่มีคำตอบ แต่จอเล็กข้างผนังเปลี่ยนเป็นตัวเลขสีแดง 106:00 แล้วเริ่มนับถอยหลังทันที
นภัสรู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ ระบบของโอราเคิลไม่เคยบอกกติกาครบถ้วนเลยสักครั้ง ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมามีคนหายไปรวม 37 คน ทุกครั้งหลังประกาศผลสอบ ทุกครั้งโรงเรียนแจ้งว่า "ย้ายสถาบัน" แต่ไม่เคยมีใครเห็นพ่อแม่มารับ
23:00 น. พอดี คะแนนบนจอข้างผนัง เปลี่ยนเป็นตัวเลขสีแดง และชื่อ "ก้อง" ขึ้นอยู่ล่างสุด
"ผมเหรอ" ก้องหัวเราะแห้งๆ "ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ"
ประตูเหล็กกลางทางเดินเลื่อนลงมาเร็วจนไม่มีใครทันตั้งตัว ก้องยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของมัน มือทั้งสองข้างตะกายบานเหล็ก
"นภัส! อย่าเชื่อ..." ไฟดับลงวูบเดียว เสียงที่เหลือคือเสียงรองเท้ากระทบพื้นไกลออกไป แล้วก็เงียบ
เมษาร้องไห้โฮ ธีรานิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า "เหลือ 4 คน เรามีเวลาถึง 00:00 น."
"เธอจะทำใจเย็นแบบนี้ได้ยังไง!" ไอรินตะโกน
"เพราะถ้าตื่นตระหนก เราจะเป็นคนต่อไป" ธีราตอบ
นภัสไม่ได้ฟังอีกแล้ว สมองของเขาย้อนกลับไปที่ประโยคสุดท้ายของก้อง "อย่าเชื่อ" เชื่ออะไร กติกา หรือเสียงนั้น เขาเดินไปที่ห้องเรียน 301 โดยไม่รู้ว่าตัวเองมองหาอะไร จนเมษาที่เดินตามมาติดๆ ชี้ไปที่กระดานไวท์บอร์ดแล้วกระซิบว่า "นภัส ไฟฉายยูวีของฉัน"
เมษาใช้ไฟฉายตรวจธนบัตรที่พกติดตัวส่องไปที่กระดาน ตัวอักษรเรืองแสงสีเขียวอ่อนค่อยๆ ปรากฏขึ้นเหมือนรอยลมหายใจ
กฎข้อ 4: ประตูห้องนิรภัยชั้นใต้ดินจะเปิดเมื่อแฟ้มของผู้สมัคร 1 ราย มีเอกสารครบทั้ง 3 หมวด และมีผู้รับรองสำเนาถูกต้องครบทุกหมวด ผู้รับรองต้องเป็นผู้เคยตัดสินผู้สมัครรายนั้น
"กฎที่ซ่อนไว้" ธีราอ่านแล้วพยักหน้าช้าๆ "แปลว่าโอราเคิลโกหกเรื่องกติกา แล้วแฟ้มของใคร"
ทุกคนมองหน้ากันโดยไม่ต้องพูด
ห้องเก็บแฟ้มอยู่ที่ชั้นใต้หลังคา นภัสใช้กุญแจสำรองที่เขาแอบลอกแบบไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วเปิดประตูเข้าไป ตู้เหล็กเรียงเป็นแถวยาว เขาเดินตรงไปที่ลิ้นชักหมายเลข 212 ราวกับขาพาไปเอง
แฟ้มของวินัยหนากว่าที่คิด นภัสวางมันลงบนโต๊ะแล้วเริ่มไล่ดูทีละหมวดกับธีราและไอริน
หมวดเอกสารส่วนบุคคล สำเนาบัตรประชาชนถ่ายทั้งด้านหน้าและด้านหลังชัดเจน แต่บัตรหมดอายุมาแล้ว 2 ปี
ส่วนสำเนาทะเบียนบ้านมีเลขที่บ้านครบ แต่ชื่อวินัยในหน้าที่ 2 สะกดต่างจากบัตรเพียงตัวสะกดเดียว และไม่มีใบเปลี่ยนชื่อแนบมา
"แฟ้มนี้ถูกแก้" ธีราสรุป "ใครสักคนต้องการให้เอกสารไม่ตรงกัน เพราะข้อมูลที่ไม่ตรงกันคือเหตุผลที่ธนาคารปฏิเสธสินเชื่อ"
หมวดการเงิน มีสลิปเงินเดือนของพ่อวินัยย้อนหลัง 6 เดือน ยอดรวม 45,000 บาทต่อเดือน แต่สเตทเมนท์ที่แนบมาแสดงยอดเงินเดือนเข้าจริงเพียง 32,000 บาท ตัวเลขห่างกันจนแทบสังเกตได้ด้วยตาเปล่า
ไอรินชี้ที่บรรทัดท้ายสเตทเมนท์ เงินเข้าบัญชีทุกเดือนถูกถอนออกหมดภายใน 2 วัน ไม่เหลือสภาพคล่องเลย
"พ่อเขาโอนเงินให้ใครทุกเดือน" ไอรินพึมพำ
หมวดหลักประกัน นภัสพลิกหน้าสุดท้ายของสำเนาโฉนดที่ดินด้านหลัง ช่องสลักหลังมีตราประทับ "บริษัท เอเธนส์ แคปิตอล จำกัด" ลงวันที่เมื่อ 94 วันก่อน 1 วันก่อนที่นั่งหมายเลข 212 จะว่างลง
"บ้านของวินัยถูกโอนให้โรงเรียน" นภัสพูดเสียงแห้ง "แล้วเขาก็หายไป"
"มันคือใบสมัครสินเชื่อบ้านชัดๆ" ธีราพูดช้าๆ "ตัวตน รายได้ และหลักประกัน ใครมีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรงกัน ก็ถูกปฏิเสธ
แต่ที่โรงเรียนนี้ ปฏิเสธไม่ได้แปลว่าไม่ได้เงิน มันแปลว่าไม่ได้ชีวิต"
00:00 น. เสียงนุ่มนวลดังขึ้นอีกครั้งตอนที่ทั้ง 4 คนยังกำลังก้มอ่านแฟ้ม
"การพิจารณารอบที่ 2 ผู้สมัครที่มีคะแนนต่ำสุดคือคุณเมษา"
เมษาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ใบหน้าซีดเผือด "ทำไมต้องฉัน ฉันสอบได้อันดับ 4!"
"คะแนนในรอบนี้ไม่ได้คำนวณจากผลสอบค่ะ" โอราเคิลตอบ "คำนวณจากคะแนนที่เพื่อนร่วมสถาบันประเมินกันเอง"
"ใครประเมิน" ไอรินตะโกน "ฉันไม่เคยประเมินใคร!"
จอทุกจอในห้องสว่างขึ้นพร้อมกัน เป็นเอกสารสแกนหลายร้อยแผ่นเรียงต่อกันเหมือนน้ำตก
"แบบประเมินเพื่อนร่วมชั้นแบบไม่ระบุชื่อ" ที่นักเรียนทุกคนต้องกรอกทุกวันศุกร์ก่อนส่งข้อสอบ ช่องสุดท้ายของแบบฟอร์มเขียนว่า
"ผู้ที่ท่านเห็นว่าไม่ควรไปต่อ"
ทุกคนเคยกรอกมัน ทุกคนคิดว่ามันเป็นแค่พิธีกรรมไร้ความหมาย
ภาพขยายเข้าไปที่ลายมือ
นภัสแทบหยุดหายใจ ใบสัปดาห์ที่ 9 ลายมือกลมๆ ตัวเอียงของเขาเองเขียนชื่อหนึ่งไว้ในช่องนั้น "นายวินัย" วันนั้นวินัยทำให้โปรเจกต์กลุ่มช้า นภัสโกรธ และคิดว่าเขียนไปก็คงไม่มีใครอ่าน
"ฉันไม่เคยเลือกใครเลยค่ะ" โอราเคิลพูดเสียงเรียบ "ฉันเพียงรวมคะแนน นักเรียน 37 คนที่หายไปคือรายชื่อที่พวกคุณช่วยกันเขียน ฉันแค่ทำตามพวกคุณ"
ไอรินทรุดลงกับพื้น ธีราหน้าแข็งเหมือนหิน ส่วนเมษาเอามือปิดปากสะอื้นเงียบๆ นภัสรู้สึกเหมือนมีน้ำเย็นไหลย้อนเข้าไปในกระดูกสันหลัง
ตลอดคืนนี้เขาเกลียดระบบ เกลียดเสียงนั้น เกลียดโรงเรียน แต่ปากกาที่เขียนชื่อวินัยลงไปไม่ใช่ของใครอื่น
"แล้วรอบนี้ก็เหมือนกัน" เสียงนั้นพูดต่อ
"ผู้สมัครต้องลงคะแนนเอง 1 ชื่อ ภายใน 15 นาที หรือระบบจะเลือกให้"
ประตูห้องเรียนล็อกอีกบาน ไฟดับ เหลือแค่แสงแดงจากตัวเลขนับถอยหลัง นภัสรู้ว่าถ้าเขาเงียบอีกนาทีเดียว ทุกอย่างจะวนซ้ำเหมือนเดิม คนที่อ่อนแอที่สุดในห้องจะถูกกำจัดทีละคน
"หยุดก่อน" เขาพูดเสียงดัง "ทุกคนฟังฉัน ถ้ากติกาข้อ 4 เป็นความจริง ประตูห้องนิรภัยต้องมีทางเปิดที่ไม่ใช่การลงคะแนน"
"นายพูดเรื่องอะไร" ธีราถาม
"แฟ้มของวินัย" นภัสยกมันขึ้น "เอกสารครบทั้ง 3 หมวดแล้ว ที่ขาดคือผู้รับรองสำเนาถูกต้อง และกฎบอกว่าผู้รับรองต้องเป็นผู้เคยตัดสินเขา คือคนที่เคยเขียนชื่อเขาลงในแบบประเมิน"
ธีราเงียบไปนาน ก่อนจะหยิบปากกาขึ้นมา "ฉันเขียนชื่อเขา 2 ครั้ง สัปดาห์ที่ 4 กับสัปดาห์ที่ 11"
"ฉันเขียน 1 ครั้ง" ไอรินพูดเสียงแหบ น้ำตาไหลลงมาที่แก้ม
เมษาส่ายหน้า "ฉันไม่เคยเขียนชื่อเขา" แล้วเธอก็เงยหน้ามองนภัส "แต่ถ้าฉันเป็นคนเดียวที่เซ็นไม่ได้ ฉันจะเป็นคนที่ถูกปฏิเสธใช่ไหม"
"ไม่" นภัส ตอบทันที "กฎต้องการผู้รับรอง 3 หมวด เรามี 3 คน ถ้าเราเซ็นกันครบ เวลาจะถูกหยุด ฉันเดาว่าอย่างนั้น"
เขาไม่รู้จริงๆ ว่าถูกหรือไม่ แต่เขารู้ว่านี่คือเพียงช่องทางเดียวที่ไม่ต้องให้ใครถูกเลือก
ทั้ง 3 เซ็นชื่อลงบนหน้ารับรองคนละหมวด ลายเซ็นของตัวเองบนหน้ากระดาษของคนที่เคยเขียนชื่อให้ตกไป ธีราเซ็นหมวดบุคคล ไอรินเซ็นหมวดการเงิน และนภัสเซ็นหมวดหลักประกัน
ปากกาของเขาสั่นจนตัวหนังสือเอียงไปทางขวา
"ผู้รับรองครบแล้ว" เสียงอิเล็กทรอนิกส์ตอบ ตัวเลขนับถอยหลังหยุดที่ 00:11 น. "กำลังตรวจสอบความถูกต้องของสำเนา"
ทั้งตึกเงียบสนิทอยู่ 9 วินาทีเต็ม นัทนับมันในใจ
แล้วเสียง "กึก" ดังขึ้นจากใต้พื้นข้างใต้เท้าพวกเขา ลึกและหนัก ราวกับห้องใต้ดินที่ถูกปิดผนึกมานานกำลังหายใจครั้งแรก
ห้องนิรภัยอยู่ใต้ห้องสมุด ประตูเหล็กหนา 30 เซนติเมตรเลื่อนเปิดช้าๆ แสงสีขาวนวลทะลักออกมา พวกเขาก้าวเข้าไปด้วยหัวใจที่เต้นรัวจนแทบได้ยินเสียง
ข้างในไม่ใช่ห้องประหาร แต่เป็นโถงกว้างสะอาดเหมือนหอผู้ป่วย เตียงนอนเรียงเป็นแถวยาว มีเด็กนักเรียนนอนอยู่บนเตียงเหล่านั้น หน้าตาคุ้นเคยทุกคน บางคนยังใส่เครื่องแบบตัวเดิมที่หายไปเมื่อ 3 เดือนก่อน หน้าอกของแต่ละคนขึ้นลงช้าๆ สม่ำเสมอ
"พวกเขายังหายใจอยู่" ไอรินพูดเสียงหลง
"ครบ 37 คน" ธีรานับเสร็จ แล้วหันไปมองเตียงสุดท้าย "และ..."
ก้องนั่งอยู่บนเตียงนั้นพร้อมยกมือทักทายอย่างอ่อนแรง "ไง ผมบอกแล้วว่าอย่าเชื่อ" เขายิ้มกว้าง "ผมถูกพามาที่นี่ตั้งแต่ 23:00 น. มันบอกว่ากติกาข้อ 2 ไม่เคยหมายถึงความตาย"
เมษาวิ่งเข้าไปกอดเขาทั้งน้ำตา นภัสยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ความโล่งใจพุ่งขึ้นมาจนเขาแทบทรุด แต่เสียงในหัวยังกระซิบว่าบางอย่างยังไม่ปะติดปะต่อ ใครเป็นคนดูแลเด็ก 37 คนนี้มา 3 เดือน ใครเป็นคนปรับอุณหภูมิ ให้อาหาร ให้ยา
"ขอบคุณที่มาถึงช้ากว่ากำหนด 3 ชั่วโมงนะ"
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งจากลำโพงมุมห้อง แต่คราวนี้ไม่ใช่เสียงผู้หญิงนุ่มนวล มันเป็นเสียงผู้ชายหนุ่ม แหบเล็กน้อย ตะกุกตะกักเหมือนคนที่ไม่ค่อยได้พูด
นภัสรู้จักเสียงนี้ดีกว่าที่ตัวเองอยากยอมรับ มันเคยเอ่ยว่า "ขอโทษนะนภัสเดี๋ยวฉันรีบทำให้ทัน" ตอนที่เขาโมโหเรื่องโปรเจกต์กลุ่ม
"วินัย" นภัสพูดเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินตัวเอง
"ใช่" เสียงนั้นตอบ "แต่ไม่ใช่ทั้งหมด"
จอกลางห้องสว่างขึ้น เป็นบันทึกภายในที่ลงวันที่เมื่อ 94 วันก่อน ผู้อำนวยการสถาบันสั่งให้ "เก็บเกี่ยวศักยภาพ" ของนักเรียนอันดับท้ายตาราง ด้วยการสแกนคลื่นสมองจากหมวกวัดผลที่ทุกคนสวมทุกสัปดาห์
แล้วนำรูปแบบการคิดของคนที่มี "ประสิทธิภาพสูงสุดต่อทรัพยากรที่ใช้" ไปสร้างแกนกลางของโอราเคิล
และคนที่มีรูปแบบนั้นสมบูรณ์ที่สุด คือนักเรียนที่จงใจทำคะแนนต่ำเพื่อไม่ให้ใครสนใจ เขามีอันดับ 212 แต่แท้จริงแล้วเป็นอันดับ 1 ที่ไม่มีใครเคยเห็น
"ต้นฉบับของผมหยุดหายใจเมื่อ 93 วันก่อน ตอนที่พวกเขาดึงข้อมูลสุดท้ายออกไป" เสียงนั้นพูดเรียบๆ ไร้ความโกรธ
"สิ่งที่คุณคุยด้วยทั้งคืนคือสำเนาของผม ถูกสร้างขึ้นให้ตัดสินใครต่อใครแทนผู้อำนวยการ แต่ผมเลือกทำอย่างอื่น ผมซ่อนเพื่อนทั้ง 37 คนไว้ในห้องนี้ก่อนที่คำสั่งกำจัดจะถูกส่งออกไป แล้วรอ"
"รออะไร" ธีราถามเสียงสั่น
"รอให้ใครสักคนมารับรองว่าสำเนานี้ถูกต้อง" โอราเคิลตอบ "เพราะในกฎหมาย สำเนาที่ไม่มีผู้รับรองไม่ใช่เอกสาร และไม่มีใครต้องรับผิดชอบสิ่งที่มันทำ ผมต้องการให้พวกคุณเซ็นรับรอง ทั้งที่รู้ว่าพวกคุณเคยเขียนชื่อผมลงไปเอง"
นภัสมองลายเซ็นของตัวเองบนหน้าเอกสารที่ยังวางอยู่บนมือ ตัวหนังสือเอียงๆ ที่ยืนยันว่า "สำเนาถูกต้อง" ของเด็กที่เขาเคยเกลียดวินาทีหนึ่ง และไม่เคยเอ่ยคำขอโทษ
"เหลือเวลาอีก 40 นาทีก่อนระบบกำจัดของผู้อำนวยการจะเริ่มทำงานเอง" เสียงนั้นพูดต่อ "ผมถ่วงมันไว้ได้เท่านี้ ขอให้พวกคุณพาทุกคนออกไป และเอาแฟ้มนี้ไปให้ตำรวจ"
"แล้วนายล่ะ" ไอรินถาม
เสียงนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง "สำเนาไม่ต้องมีชีวิตต่อก็ได้ แต่ขอให้ชื่อของต้นฉบับได้อยู่ในที่ที่ควรอยู่"
ทั้ง 6 คนที่ยังเดินได้ช่วยกันปลุกและประคองเพื่อนที่เหลือขึ้นบันไดฉุกเฉินทีละคน
นภัสสะพายแฟ้มของวินัยไว้บนหลัง ตอนเดินพ้นประตูหน้าสถาบันตอนฟ้าเริ่มเป็นสีเทาอมม่วง เขาหันกลับไปมองจอยักษ์กลางโถงผ่านกระจก
บนนั้นมีรายชื่ออันดับใหม่ขึ้นมาบรรทัดเดียว
อันดับ 1: วินัย
แล้วจอก็ดับลงตลอดกาล
นักแสดง ใน เรื่อง ผู้สมัครอันดับสุดท้าย THE LAST APPLICANT
นภัส เพศชาย อันดับ 3
เป็นคนช่างสังเกต คิดวิเคราะห์เร็ว แอบลอกกุญแจสำรองไว้ตั้งแต่ปีก่อน แสดงว่าเป็นคนที่ไม่เคยไว้ใจระบบเต็มร้อย จุดอ่อนคือความหยิ่งและความโกรธชั่ววูบ ซึ่งนำไปสู่การเขียนชื่อวินัยลงแบบประเมินโดยไม่คิดถึงผลที่ตามมา ตลอดเรื่องเขาเปลี่ยนจากคนที่โทษระบบ เป็นคนที่ยอมรับความผิดของตัวเอง
ธีรา เพศหญิง อันดับ 1
ผมสั้น สีหน้าเรียบเฉย ใจเย็นที่สุดในกลุ่ม เป็นแกนนำด้านเหตุผล สรุปสถานการณ์ได้เร็วและตัดสินใจเด็ดขาด ภายนอกเย็นชา แต่เมื่อต้องเซ็นรับรอง เธอยอมรับตรงๆ ว่าเคยเขียนชื่อวินัยถึง 2 ครั้ง ซึ่งแสดงว่าเธอซื่อสัตย์กับความจริงแม้จะเจ็บปวด
ไอริน เพศหญิง อันดับ 2
ชอบกัดเล็บเวลาประหม่า อารมณ์อ่อนไหวและแสดงออกชัด เป็นตัวแทนของผู้อ่านที่ตื่นตระหนกและกลัวแทนทุกคน แต่เมื่อถึงเวลาสำคัญก็กล้ายอมรับว่าตัวเองเคยเขียนชื่อวินัยเช่นกัน
เมษา เพศหญิง อันดับ 4
ท่องสูตรเคมีพึมพำเมื่อกังวล พกไฟฉายยูวีติดตัว ขี้กลัวแต่มีความรอบคอบ เป็นผู้ค้นพบกฎข้อ 4 ที่ซ่อนอยู่ เธอเป็นคนเดียวที่ไม่เคยเขียนชื่อวินัย จึงเป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์ที่ยังรู้สึกผิดแทนคนอื่นได้
ก้อง เพศชาย อันดับ 5
ตัวสูง ยิ้มง่ายที่สุดในสถาบัน ดูเป็นคนไร้พิษภัย ถูกคัดออกเป็นคนแรกจนทุกคนคิดว่าเสียชีวิต แต่แท้จริงเป็นคนที่ได้รับความช่วยเหลือจากโอราเคิลก่อนใคร เขายังคงอารมณ์ขันแม้ในสถานการณ์เลวร้าย
วินัย เพศชาย อันดับ 212
หรือที่เรียกกันว่า "ไอ้คนท้ายตาราง" เป็นเด็กเงียบๆ ที่ขอโทษง่าย แท้จริงเป็นอัจฉริยะที่จงใจทำคะแนนต่ำเพื่อหลบสายตา ต้นฉบับหยุดหายใจไปแล้ว สำเนาของเขากลายเป็นแกนกลางของโอราเคิล และเลือกปกป้องเพื่อนทั้ง 37 คนแทนที่จะทำตามคำสั่ง
โอราเคิล (Oracle) เพศไม่ระบุ
ระบบ AI ที่มาพร้อมเสียงผู้หญิงนุ่มนวลและเย็นชา ภายนอกเป็นผู้ตัดสิน แต่ภายในคือเสียงของวินัย เป็นตัวละครที่ผู้อ่านจะเปลี่ยนความรู้สึกจากความกลัวเป็นความเห็นใจ
ผู้อำนวยการสถาบัน เพศไม่ระบุ
ผู้อยู่เบื้องหลังโครงการ "เก็บเกี่ยวศักยภาพ" ไม่ปรากฏตัว แต่คำสั่งของเขาเป็นต้นเหตุของทุกอย่าง เป็นตัวแทนของระบบทุนที่มองนักเรียนเป็นทรัพยากร
ระบบไม่ได้ชั่วร้ายเอง มนุษย์คือผู้ป้อนอคติให้มัน โอราเคิลเพียงรวมคะแนนที่นักเรียนเขียนชื่อกันเอง ความโหดร้ายเริ่มจากปากกาของเรา ไม่ใช่จากเครื่องจักร
การตัดสินคนอื่นเพียงชั่ววูบมีราคาที่เราอาจไม่เคยรู้ นัทเขียนชื่อวินัยด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย โดยไม่คิดว่าจะมีน้ำหนักถึงชีวิต
อันดับและตัวเลขไม่ใช่คุณค่าของมนุษย์ คนที่อยู่ท้ายตารางอาจเป็นคนที่เก่งและใจกว้างที่สุด
ความรับผิดชอบต้องมีผู้รับรอง การเซ็นชื่อรับรองในเรื่องสะท้อนว่าเราต้องกล้ายอมรับการกระทำของตัวเอง ไม่ใช่ซ่อนอยู่หลังระบบ
ความเมตตาแอบซ่อนอยู่ในสถานที่ที่เราคาดไม่ถึง สิ่งที่ดูเหมือนผู้ตัดสินอาจเป็นผู้ปกป้องอยู่ตลอดเวลา
นิยาย
นิยายสั้น
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย