Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
พงศาวดารวันพรุ่ง (The Tomorrow Chronicles)
•
ติดตาม
1 พ.ย. เวลา 07:08 • ประวัติศาสตร์
เทศบาลนครหาดใหญ่
ตอนที่ 130 ยุทธการออตตลุกเบลี ค.ศ. (1473): ศึกปะทะแห่งสองมหาอำนาจเติร์กเมน และชัยชนะของดินปืนเหนือคมดาบ
🟥นับแต่สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 พิชิตกรุงคอนสแตนติโนเปิลและขยายอำนาจไปครอบคลุมบอนข่านและยุโรปตะวันออกรอบนี้พระองค์ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดจากทางฝั่งเอเชีย
🟥นี่เป็นการปะทะกับมหาอำนาจเกิดใหม่ที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงเช่นเดียวกับจักรวรรดิออตโตมันนามว่า "สมาพันธรัฐเผ่าแกะขาว" “อัก-โก-ยุน-ลู ” (Aq Qoyunlu) ภายใต้การนำของ อุซุน ฮาซาน (Uzun Hasan)
🟥ยุทธการออตตลุกเบลีไม่ใช่แค่การรบเพื่อชิงดินแดน แต่เป็นการพิสูจน์ว่า "เทคโนโลยีทางทหาร" ได้เปลี่ยนโฉมหน้าการทำสงครามไปตลอดกาล นี่คือเรื่องราวของจุดจบแห่งยุคอัศวินม้าธนู และการผงาดขึ้นของจักรวรรดิปืนไฟ
🔸 จากตอนที่แล้ว : อุซุน ฮาซาน รู้ดีว่าออตโตมันกำลังติดพันศึกกับสาธารณรัฐเวนิส เขาจึงจับมือเป็นพันธมิตรกับเวนิสและประกาศตัวเป็นผู้พิทักษ์ "รัฐคารามัน" โดยเวนิสสัญญาว่าจะส่งปืนใหญ่และอาวุธปืนไฟมาสนับสนุนอุซุน ฮาซาน ทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
🔸 แต่เมื่อแผนการส่งยุทโธปกรณ์ล้มเหลวอุซุน ฮาซาน เริ่มส่งกองทัพเข้ามาปล้นสะดมเมืองชายแดนของออตโตมัน สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 จึงตัดสินใจยุติปัญหานี้อย่างเด็ดขาด พระองค์ระดมกองทัพหลวงและเดินทัพไปทางตะวันออกด้วยความรวดเร็ว
🟪 1. ยกแรกออตโตมันเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ
🔹การปะทะที่แตร์จาน (Battle of Tercan) - 4 สิงหาคม 1473
🔹เกิดขึ้นเพียง 7 วันก่อนยุทธการออตตลุกเบลี ขณะที่กองทัพหลวงของออตโตมันกำลังเดินทัพ ฮาส มูราด ปาชา ได้นำกองหน้าล่วงหน้าไปก่อนและได้ปะทะกับกองกำลังทหารม้าของเผ่าแกะขาว ที่นำโดย อูเฆอร์ลู มูฮัมหมัด ลูกชายของอุซุน ฮาซาน บริเวณริมแม่น้ำยูเฟรติส
🔹ทหารม้าของเผ่าแกะขาวใช้ยุทธวิธีคลาสสิกของชนเผ่าเร่ร่อน นั่นคือการ "แสร้งทำเป็นแตกพ่ายและถอยหนี" เพื่อล่อให้ศัตรูเสียกระบวนทัพแม้แม่ทัพคนอื่นๆ ของออตโตมันจะพยายามเตือน แต่ฮาส มูราด ปาชา กลับมีความกระตือรือร้นและมั่นใจเกินไป
🔹เขาออกคำสั่งให้กองหน้าออตโตมันข้ามแม่น้ำยูเฟรติสไล่ตามไปทันที โดยไม่ฟังคำเตือนของ มาห์มุด ปาชา อัครเสนาบดีที่สุลต่านส่งให้มาคอยควบคุมดูแล
🔹เมื่อข้ามแม่น้ำไปแล้ว กองทัพเผ่าแกะขาวที่ซุ่มรออยู่ก็ตลบหลังเข้าโจมตี ฮาส มูราด ปาชา เสียชีวิตในที่รบ (บางแหล่งระบุว่าจมน้ำระหว่างพยายามข้ามแม่น้ำกลับ) กองหน้าออตโตมันถูกตีแตกพ่าย ทหารหลายพันคนเสียชีวิตหรือถูกจับเป็นเชลย
🔹 แม้การตายของฮาส มูราด ปาชา จะเป็นความสูญเสียใหญ่หลวงและทำให้สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 กริ้วมากแต่ในภาพรวมของสงครามความพ่ายแพ้ครั้งนี้กลับเป็นผลดีต่อออตโตมัน
🔹ชัยชนะเหนือฮาส มูราด ปาชา ทำให้อุซุน ฮาซาน ชะล่าใจและประเมินกองทัพออตโตมันต่ำเกินไป เขาเชื่อว่าทหารม้าเติร์กเมนของเขาเหนือกว่า แทนที่จะใช้ยุทธวิธีรบแบบกองโจร ดักซุ่มโจมตี หรือตัดเสบียงกองทัพหลวงของออตโตมันในภูมิประเทศที่ทุรกันดาร อุซุน ฮาซาน กลับตัดสินใจ "ทำศึกเต็มรูปแบบ " ในอีก 7 วันต่อมาที่ออตตลุกเบลี
🟩 2. วันชี้ชะตา ณ หุบเขาออตตลุกเบลี
🔸ในวันที่ 11 สิงหาคม ค.ศ. 1473 กองทัพของทั้งสองมหาอำนาจได้เผชิญหน้ากันที่บริเวณ ออตตลุกเบลี (Otlukbeli) ใกล้กับเมืองแอร์ซินจาน (Erzincan) ทางตะวันออกของตุรกีในปัจจุบัน
🟩 ฝ่ายจักรวรรดิออตโตมัน (สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2): มีกำลังพลประมาณ 70,000 ถึง 100,000 นาย โดยแบ่งเป็นทหารราบติดอาวุธและปืนไฟ (เช่น เจนิสชารี่) ประมาณ 25,000 นาย และทหารม้าหุ้มเกราะกับทหารหน่วยอื่นๆ อีกราว 60,000 นาย
🟥 ฝ่ายสมาพันธรัฐเผ่าแกะขาว (อุซุน ฮาซาน): ตัวเลขในบันทึกประวัติศาสตร์ค่อนข้างแกว่งโดยประเมินไว้ตั้งแต่ 70,000 ไปจนถึง 200,000 นาย (ซึ่งกำลังพลเกือบทั้งหมดเป็น ทหารม้าเติร์กเมน ที่เน้นความคล่องตัวสูง
🔸นี่คือการปะทะกันของปรัชญาการทำสงครามสองรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:
🔸 กองทัพแกะขาวอาศัยความคล่องตัวของ "ทหารม้าเติร์กเมน" จำนวนมหาศาลพวกเขาเชี่ยวชาญการยิงธนูบนหลังม้าการซุ่มโจมตีและการเข้าปะทะระยะประชิดด้วยความรวดเร็วดุจพายุ
🔸 กองทัพออตโตมัน: สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 จัดทัพแบบหน้ากระดานลึก โดยมีพระองค์คุมทัพหลวงตรงกลาง โอรสองค์โตเจ้าชายบาเยซิด คุมปีกขวา และโอรสองค์โปรด เจ้าชายมุสตาฟา คุมปีกซ้าย
🔸ออตโตมันนำสุดยอดนวัตกรรมมาใช้ นั่นคือ ปืนใหญ่ภาคสนาม และทหารราบองครักษ์ รเจนนิสซารี่ ที่ติดอาวุธปืนไฟ
🟥3. เมื่อพายุม้าธนู พุ่งชน กำแพงเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า “ดินปืน”
🔹 ยุทธการเริ่มต้นขึ้นเมื่อทหารม้าเบาของเผ่าแกะขาวเปิดฉากบุกทะลวงเข้าใส่ปีกซ้ายและทัพหลวงของออตโตมันที่นำโดยเจ้าชายมุสตาฟา ตามยุทธวิธีดั้งเดิมทหารม้าเติร์กเมนคาดหวังจะพุ่งเข้าไปทำลายกระบวนทัพทหารราบให้แตกกระเจิง
🔹 แต่เมห์เหม็ดที่ 2 ได้เตรียมการไว้แล้ว พระองค์จะสั่งสอนให้พวกเติร์กเมนป่าเถื่อนได้รู้จักยุทธวิธีที่เคยทำให้ทหารออตโตมันเคยงงเป็นไก่ตาแตก
“กำแพงมรณะ” ทาบูร์ เจนกี (Tabur Cengi)
🔹ย้อนกลับไป 30 ปีก่อน กองทัพออตโตมันของสุลต่านมูรัดที่2 ถูกฮุนยาดีงัดเอายุทธวิธีเกวียนรบ (Wagenburg) ไล่ทุบจนบอบช้ำ ซึ่งสุลต่านและเสนาธิการออตโตมันไม่ได้หยิ่งผยองจนหน้ามืดบอด
🔹แม้จะเป็นความเจ็บปวดแต่พวกเขารูดีว่านี่มันของดีที่ควรนำกลับมา "วิศวกรรมย้อนกลับ" เสนาธิการกองทัพออตโตมันผสานเทคโนโลยีเกวียนรบเข้ากับเทคโนโลยีดินปืน+ปืนใหญ่ที่ล้ำสมัยในเวลานั้น
🔹 ผลที่ได้กำเนิดยุทธวิธีที่ทำให้ศัตรูฝากฝั่งเอเชียที่ยังพึ่งทหารม้าธนูไม่เคยประสบมาก่อนพวกเขานำ "โซ่เหล็กเส้นหนา" ล่ามเกวียนนับร้อยเข้าด้วยกัน ทำให้ไม่มีม้าตัวไหนพุ่งชนจนทะลุแนวได้ ก่อนติดตั้งปืนใหญ่สนามแทรกไว้ระหว่างช่องว่างของเกวียนและให้ทหารเจนนิสซารี่ถือปืนไฟ (Matchlock) ประจำการอยู่หลังเกวียน
🔹 เมื่อทหารม้าของอุซุน ฮาซาน ควบเข้ามาในระยะ สุลต่าน ก็สั่งให้ปืนใหญ่และทหารเยนิเชรีระดมยิงพร้อมกัน
🟥 ความสยดสยองของทหารม้า: เสียงกึกก้องของปืนใหญ่และควันดินปืนทำให้ม้าของเผ่าแกะขาวตื่นตระหนกลูกปืนใหญ่ฉีกร่างทหารม้าและทำลายแนวรบของอุซุน ฮาซาน อย่างราบคาบ ทหารม้าที่เหลือรอดพยายามพุ่งเข้าไปสู้ในระยะประชิด แต่ก็ถูกกองทหารม้าหนัก (Sipahis) ของออตโตมันตีโต้กลับอย่างรุนแรง
🟥 เมื่อเห็นทัพม้าศัตรูปั่นป่วน เจ้าชายมุสตาฟานำทัพปีกซ้ายเข้าตลบหลังและบดขยี้กองกำลังหลักของเผ่าแกะขาวได้อย่างเด็ดขาด จนทำให้แม่ทัพคนสำคัญของอุซุน ฮาซาน ถูกจับตัวได้
🟥 ในขณะที่แนวรบปีกขวา ความเยือกเย็นของเจ้าชายบาเยซิดคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปีกขวาของออตโตมันไม่พังทลาย พระองค์สั่งให้ทหารรักษารูปขบวนอย่างเข้มงวด ไม่เปิดช่องโหว่ และรอจังหวะประสานงานกับกองปืนใหญ่และทหารปืนไฟจากทัพหลวงตรงกลาง เมื่อกองทัพเผ่าแกะขาวถูกอำนาจการยิงทำลายจนเสียขบวน เจ้าชายบาเยซิดจึงสั่งเคลื่อนทัพปีกขวาเข้าบดขยี้และโอบล้อมศัตรูอย่างเป็นระบบ
🟪 3. สิ้นสุดของภัยคุกคามทางตะวันออก
🔹 เมื่อเห็นว่ากองทัพทหารม้าอันเกรียงไกรของตนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ด้วยอาวุธที่มองไม่เห็นแม่กระทั่งลูกปืน อุซุน ฮาซาน รู้ทันทีว่าความพ่ายแพ้มาเยือนแล้วเขาตัดสินใจทิ้งสมรภูมิและหลบหนีเอาชีวิตรอดไปพร้อมกับทหารม้าคุ้มกันเพียงหยิบมือ
🚩บทสรุป -> ประกาศก้องศักดิ์ดา จักรวรรดิแห่งดินปืนถือกำเนิดโดยสมบูรณ์
⬛ แม้อุซุน ฮาซาน จะรอดชีวิตแต่กองทัพและชื่อเสียงของเขาถูกทำลายย่อยยับเผ่าแกะขาวอ่อนแอลงอย่างรวดเร็วและในอีกไม่กี่สิบปีต่อมา ดินแดนของพวกเขาก็ถูกกลืนกินโดยมหาอำนาจซีอะห์ใหม่ที่ต่อนามจะรู้จักในนาม จักรวรรดิซาฟาวิด
⬛ ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ไม่มีใครกล้าท้าทายออตโตมันในภูมิภาคนี้อีกรัฐคารามันที่เคยหวังพึ่งอุซุน ฮาซาน ถูกออตโตมันผนวกและกลืนกินอย่างสมบูรณ์ในเวลาต่อมา
⬛ ยุทธการนี้ส่งสัญญาณเตือนไปทั่วทวีปว่า ยุคสมัยของทหารม้าเร่ร่อนที่ใช้ธนูและดาบได้จบลงแล้วกองทัพที่มีการจัดระเบียบดี มีปืนใหญ่ และมีทหารราบปืนไฟ คือผู้กุมกติกาใหม่ของโลกอย่างแท้จริง
ตอนที่ 131 ผนวกรัฐคารามัน: จุดจบของหอกข้างแคร่ออตโตมันผนวกอนาโตเลียโดยสมบูรณ์
ประวัติศาสตร์
เรื่องเล่า
แนวคิด
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Ottoman Empire: The Great Fatih
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย