เมื่อวาน เวลา 12:00 • ธุรกิจ

ยิ่งรวยยิ่งอันตราย! เจาะลึก 5 มหาเศรษฐีจีนที่จู่ๆ ก็ “หายสาบสูญ”

วันนี้มีมหากาพย์ระดับโลกมาเล่าให้ฟังแบบเจาะลึก เป็นเรื่องของคนรวยระดับหมื่นล้านแสนล้านในแผ่นดินจีน
พวกที่รวยล้นฟ้าจนนึกว่าตัวเองเป็นอมตะ แต่สุดท้ายกลับต้องเจอกับจุดจบที่ทำเอาช็อกวงการไปตามๆ กัน
ลองจินตนาการดูนะครับว่าถ้าเรามีเงินล้นฟ้าขนาดนั้น ชีวิตจะสบายและมีอำนาจมากมายแค่ไหน
แต่ในประเทศจีน ความรวยระดับนั้นไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นคนที่แตะต้องไม่ได้
แต่มันกลับเปิดสปอตไลต์ส่องหน้าให้กลายเป็น “เป้าสายตา” ที่ชัดเจนที่สุดต่างหาก
…
เริ่มจากตัวตึงคนแรกที่ไม่มีใครไม่รู้จัก อย่าง Jack Ma ก่อนที่เขาจะมายืนอยู่บนจุดสูงสุด เขาเคยเป็นแค่ครูสอนภาษาอังกฤษธรรมดาๆ
ชีวิตวัยรุ่นโดนปฏิเสธงานมานับไม่ถ้วน เคยไปสมัครงานที่ KFC แล้วโดนปัดตกคนเดียวจากผู้สมัครทั้งหมด
แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ สร้าง Alibaba ในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ จนกลายเป็นยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซที่เขย่าโลกทั้งใบ
ย้อนไปตอนปี 2020 ในงาน Bund Finance Summit ที่ Shanghai งานนี้มีแต่ตัวบิ๊กๆ ของวงการการเงินจีนมารวมตัวกัน…
Jack Ma ขึ้นเวทีจับไมค์แล้ววิจารณ์ระบบธนาคารจีนแบบไม่ไว้หน้าใคร
เขาด่ากราดว่าธนาคารจีนยังมีกรอบความคิดแบบโรงรับจำนำ ปล่อยกู้ให้เฉพาะคนที่มีของมาค้ำประกันเท่านั้น
ซึ่งไอ้ระบบล้าหลังแบบนี้มันทำร้ายคนรุ่นใหม่และธุรกิจเล็กๆ อย่างแรง
แถมยังบอกอีกว่านวัตกรรมเจ๋งๆ ไม่เคยกลัวการถูกตรวจสอบ แต่มันกลัวการถูกตรวจสอบด้วยวิธีโบราณๆ ของเมื่อวานต่างหาก
ตอนนั้น Jack Ma กำลังเตรียมทำดีลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก เขากำลังจะเอา Ant Group เข้าตลาดหุ้น
ตั้งเป้าระดมทุนมหาศาลระดับ 34,500 ล้านดอลลาร์ มูลค่าบริษัทตอนนั้นพุ่งไปแตะ 313,000 ล้านดอลลาร์ เตรียมล้มแชมป์เก่าอย่าง Saudi Aramco
แต่แค่ 9 วันหลังจากการปากแจ๋วบนเวทีวันนั้น Jack Ma กับผู้บริหารระดับสูงก็ถูกทางการเรียกตัวไปพบด่วน แล้วรัฐบาลก็คลอดกฎหมายใหม่มาสกัดดาวรุ่งแบบทันควัน
ตลาดหุ้น Shanghai กับ Hong Kong สั่งเบรกดีลนี้ทันที ความฝันพังทลายก่อนระฆังเปิดตลาดแค่สองวันเท่านั้นเอง…
หลังจากนั้น Jack Ma ก็หายสาบสูญไปเลย หยุดออกสื่อ หยุดไปงานสังคม แม้แต่รายการที่ตัวเองสร้างก็ไม่ยอมไปปรากฏตัว
คนทั่วโลกตามหากันให้วุ่นว่ามหาเศรษฐีตัวท็อปหายไปไหน ผ่านไปเกือบสามเดือนถึงเพิ่งโผล่มาในคลิปสั้นๆ ทักทายครูชนบท
แถม Alibaba ยังโดนสั่งปรับข้อหาผูกขาดไปอีก 2,800 ล้านดอลลาร์ ตัวเขาเองต้องระเห็จไปอยู่ต่างประเทศเงียบๆ เป็นปี ไปเดินเล่นที่สเปนบ้าง เนเธอร์แลนด์บ้าง หรือแม้แต่แอบไปใช้ชีวิตในโตเกียว
พอกลับมาแผ่นดินแม่ก็ต้องยอมสละอำนาจใน Ant Group ไปจนเกือบหมด เหลือสิทธิออกเสียงแค่ 6.2%
จากมังกรผงาดฟ้า กลายเป็นคนที่ถูกถอดเขี้ยวเล็บไปซะสนิท…
ทีนี้มาดูฝั่งวงการบันเทิงกันบ้าง เรื่องของตัวมารดาอย่าง Zhao Wei นี่คือความลึกลับระดับสิบที่หาคำตอบไม่ได้
ปลายเดือนสิงหาคม 2021 จู่ๆ ผลงานของเธอก็หายไปจากโลกอินเทอร์เน็ตของจีน
คนจีนเปิดแอปสตรีมมิงดังๆ อย่าง Tencent Video หรือ iQiyi แล้วค้นหาชื่อเธอ
แต่สิ่งที่เจอคือความว่างเปล่าแบบงงๆ หนังและซีรีส์หายเกลี้ยง ชื่อโดนลบออกจากเครดิตทุกเรื่อง แฟนเพจที่มีคนตามเป็นแสนก็โดนสั่งปิดภายในพริบตา
ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีหมายศาล ไม่มีการตั้งข้อหาอะไรทั้งนั้น
Zhao Wei ไม่ใช่ดาราธรรมดาทั่วไปที่ใครจะมาแตะได้ง่ายๆ เธอโด่งดังเป็นพลุแตกจากบทบาทองค์หญิงในวังหลวงสมัยราชวงศ์ Qing
กลายเป็นหนึ่งในสี่ดรุณีแห่งวงการบันเทิงจีน แบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Burberry หรือ Fendi ต่างก็แย่งตัวไปเป็นพรีเซนเตอร์ มีเงินถึงขนาดไปกว้านซื้อไร่องุ่นในฝรั่งเศสมาเป็นของตัวเอง…
แถมยังเป็นนักลงทุนตัวยงที่ฉลาดเป็นกรด สนิทกับครอบครัว Jack Ma จนได้ควักเงินมหาศาลเข้าไปถือหุ้นใหญ่ใน Alibaba Pictures รวยจนติดอันดับเศรษฐีนีที่อายุน้อยที่สุด
แต่ความซวยเริ่มมาเยือนตอนที่เธอพยายามเล่นแร่แปรธาตุทางการเงิน เธอพยายามใช้เงินทุนตัวเองแค่ 60 ล้านหยวน เพื่อฮุบบริษัทมูลค่า 3,000 ล้านหยวนด้วยการกู้ยืมแบบเกินตัวถึง 50 เท่า ดีลพังไม่เป็นท่า โดนสั่งแบนจากตลาดทุนไป 5 ปี
แต่การโดนแบนเรื่องหุ้นมันยังพออธิบายได้ด้วยกฎหมาย ทว่าการถูก “ลบตัวตน” ในอีกสี่ปีต่อมานี่สิครับที่น่ากลัวของจริง
รัฐบาลจีนแค่ส่งสัญญาณจัดระเบียบคนดังและกวาดล้างแฟนคลับที่วุ่นวาย
แล้วเธอก็ปลิวหายไปจากพื้นที่สื่อแบบไร้ร่องรอย หายไปสามปีกว่า เพิ่งจะมาโพสต์โซเชียลนิดหน่อยเมื่อไม่นานมานี้เอง
อำนาจรัฐจีนโชว์ให้เห็นเลยว่าสามารถสั่งลบคนดังให้กลายเป็นอากาศธาตุได้ในวันเดียว…
ขยับมาที่ฝั่งการเงินวาณิชธนกิจสุดหรูกันบ้าง นายธนาคารสุดฮอตอย่าง Bao Fan ก็เจอเหตุการณ์ชวนขนลุกไม่แพ้กัน
เดือนกุมภาพันธ์ 2023 มีประกาศแจ้งว่าบริษัท China Renaissance ติดต่อเขาไม่ได้ หายตัวไปดื้อๆ หายแบบไม่มีใครรู้ว่าไปไหนหรือเกิดอะไรขึ้น
พอข่าวออกปุ๊บ หุ้นบริษัทก็ดิ่งพสุธาทันที 50% Bao Fan คือตัวพ่อแห่งการควบรวมกิจการของจีน
ก่อนจะมาเปิดบริษัทของตัวเอง เขาเคยเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ทำงานก้มหน้าก้มตาในวาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่อย่าง Morgan Stanley และ Credit Suisse
พอเก็บเกี่ยวประสบการณ์จนเก๋าเกม เขาก็กลับมาลุยตลาดเทคโนโลยีในจีน ปั้นบริษัทสตาร์ทอัปให้กลายเป็นยูนิคอร์นมานักต่อนัก
เป็นคนจับคู่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Didi กับ Kuaidi ให้มาจูบปากกัน พาแอปส่งอาหารอย่าง Meituan เข้าตลาดหุ้นจนรวยไม่รู้เรื่อง…
แต่ในยุคที่รัฐบาลกำลังกวาดล้างคอร์รัปชันในแวดวงการเงิน ทุกคนก็เสียวสันหลังกันหมด เพราะรู้ว่ารัฐเอาจริง มีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่านักการเงินรวยๆ เคยโดนอุ้มหายไปจากโรงแรมหรูใน Hong Kong
ผ่านไปห้าปีถึงเพิ่งรู้ว่าโดนขังคุกและโดนปรับระดับสถิติประเทศ ดังนั้นพอติดต่อ Bao Fan ไม่ได้ ทุกคนก็รู้ทันทีว่างานหยาบแล้ว บริษัทอ้างว่าเขากำลังให้ความร่วมมือกับการสืบสวนของทางการ
เก้าอี้ประธานว่างไปเป็นปี จนสุดท้ายก็ต้องประกาศลาออก ผ่านไปสองปีครึ่งถึงมีข่าวหลุดว่าถูกปล่อยตัวแล้ว แต่ความมั่งคั่งและอาณาจักรทางการเงินของเขาก็พังทลายไปเรียบร้อย…
แต่ใช่ว่ามหาเศรษฐีทุกคนจะยอมโดนเชือดเงียบๆ เหมือนลูกแกะ
เจ้าพ่ออสังหาอย่าง Guo Wengui เลือกที่จะแหกคอกและสู้กลับ เขาเป็นเจ้าของ Pangu Plaza ตึกหัวมังกรสุดอลังการในปักกิ่ง
พอเห็นพายุกวาดล้างคอร์รัปชันกำลังก่อตัว เขาก็ชิงไหวตัวทันหนีไป New York ซะก่อน
จีนถึงกับต้องเดือดดาลออกหมายแดงตำรวจสากลไล่ล่าตัวเขากลับมา พอหนีรอดไปอยู่อเมริกา เขาก็ผันตัวมาเป็นนักแฉระดับพระกาฬ
1
เขารู้จักวิธีสร้างเครือข่ายความน่าเชื่อถือ ใช้โซเชียลแฉเรื่องฉาวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงจีนจนคนตามดูกันทั่วโลก ถึงขั้นไปจับมือกับ Steve Bannon อดีตกุนซือของประธานาธิบดีอเมริกา ตั้งองค์กรเพื่อโค่นล้มพรรคคอมมิวนิสต์จีน
แต่เบื้องหลังภาพลักษณ์นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ดูหล่อเท่ เขากลับใช้ศรัทธาของแฟนคลับมาสร้างเครือข่ายต้มตุ๋นระดับโลก
หลอกขายหุ้นสื่อ หลอกขายเงินดิจิทัลเถื่อนให้คนที่หลงเชื่อ สูบเงินคนไปเป็นพันล้านดอลลาร์เพื่อเอามาบำเรอความรวยของตัวเอง เอาไปซื้อคฤหาสน์หรู รถสปอร์ตเฟอร์รารี เรือยอร์ชสุดอลังการ หรือแม้แต่ฟูกนอนราคาหลักล้านที่ทำเอาหลายคนอ้าปากค้าง
แต่สุดท้ายกรรมก็ตามทันอย่างไว ไม่ใช่จากศาลจีน แต่เป็น FBI ของอเมริกาที่บุกเข้ารวบตัวถึงที่…
โดนศาลฟาดเรียบข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน รับโทษจำคุกไป 30 ปี พร้อมโดนยึดทรัพย์อีกเพียบ รอดจากพยัคฆ์จีนมาได้ แต่มาตายเพราะความโลภของตัวเองในถิ่นอินทรี
คนสุดท้ายนี่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก Hui Ka Yan ผู้ก่อตั้ง Evergrande อดีตคนที่รวยที่สุดในประเทศจีน เขาไม่ได้ด่ารัฐบาล ไม่ได้ลี้ภัยหนีไปไหน
เขาสู้และอยู่เผชิญหน้ากับปัญหาจนถึงวินาทีสุดท้าย จากเด็กบ้านนอกในมณฑล Henan ที่เติบโตมากับคุณย่า เคยทำงานเป็นแค่ช่างเทคนิคธรรมดาๆ ในโรงงานเหล็กกล้า
แต่เขามีความทะเยอทะยานสูงลิ่ว ลาออกมาตั้งบริษัทอสังหาที่ปั่นราคาที่ดินจนตัวเองกลายเป็นเศรษฐีเบอร์หนึ่ง Evergrande โตมาด้วยสูตรสำเร็จของการเดินบนเส้นด้าย
กู้เงินมหาศาลมากว้านซื้อที่ดิน ขายบ้านล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่สร้าง แล้วเอาเงินไปกู้ต่อ
ขยายธุรกิจไปมั่วซั่วตั้งแต่น้ำดื่มยันรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตไม่ออกซักที ช่วงพีคๆ ความมั่งคั่งของเขาพุ่งไปแตะ 45,000 ล้านดอลลาร์
รวยจนไม่รู้จะเอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหนเลยทีเดียว แต่เมื่อฟองสบู่แห่งหนี้สินมันพองจนตึงเปรี๊ยะ รัฐบาลก็ต้องเข้ามาสกัดด้วยกฎเส้นแดงสามเส้น…
คุมเข้มสัดส่วนการก่อหนี้ของพวกบริษัทอสังหาริมทรัพย์ Evergrande ที่หนี้ท่วมหัวสอบตกทุกข้อเกณฑ์ กระแสเงินสดพังพินาศ ไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ย ไม่มีเงินสร้างบ้านส่งมอบให้ลูกค้า นักลงทุนแห่มาประท้วงหน้าตึกสำนักงานใหญ่แบบมืดฟ้ามัวดิน
วิกฤตนี้ทำเอาตลาดหุ้นทั่วโลกขนลุกไปตามๆกัน เพราะกลัวว่าจะลามเป็นโดมิโน่ทำเศรษฐกิจพังทั้งโลก
เขาพยายามยื้อชีวิตบริษัทอสังหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งนี้อยู่สองปี แต่แผลมันใหญ่เกินกว่าจะเอาพลาสเตอร์มาแปะทับ เขาถูกจับข้อหาฉ้อโกง ยักยอกเงิน และตกแต่งบัญชี
1
หน่วยงานรัฐแฉว่าบริษัทโชว์ตัวเลขรายได้ปลอมๆ สูงถึง 78,000 ล้านดอลลาร์ สุดท้ายในวัย 67 ปี อดีตชายที่รวยที่สุดในเอเชีย ถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตและยึดทรัพย์จนหมดเนื้อหมดตัว
นี่คือจุดจบที่ดาร์กและหดหู่ที่สุดในบรรดามหาเศรษฐีทั้งห้าคนเลยก็ว่าได้
เห็นมั๊ยครับว่าเส้นทางของเศรษฐีระดับหมื่นล้านแสนล้านมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป บางคนโดนยึดอำนาจทางธุรกิจ บางคนโดนลบชื่อออกจากสังคมราวกับไม่เคยมีตัวตน
บางคนหายตัวไปดื้อๆ ไร้ร่องรอย และบางคนต้องไปนอนในเรือนจำตลอดชีวิต
สิ่งที่พวกเขาทำพลาดอาจไม่ใช่อาชญากรรมร้ายแรงมาตั้งแต่ต้น แต่มันคือความยิ่งใหญ่ที่ขยายตัวจนเกินพอดี
เมื่ออาณาจักรธุรกิจเติบโตจนใหญ่คับฟ้า รวยจนแทรกแซงระบบได้ มันก็ยิ่งกลายเป็นเป้าสายตาและเป็นตัวอันตรายในสายตารัฐ
บารมีและเงินทองที่คิดว่าจะเป็นเกราะปกป้องตัวเองได้ กลับกลายเป็น “สปอตไลต์” ที่ฉายแสงให้เห็นจุดอ่อนชัดเจนยิ่งขึ้น…
สัจธรรมของเรื่องนี้มันสอนให้รู้ซึ้งเลยว่า ภายใต้ระบบของจีน ไม่มีใครใหญ่เกินกว่าอำนาจรัฐ ไม่ว่าคุณจะรวยล้นฟ้าหรือมีเครือข่ายทรงอิทธิพลแค่ไหน
ถ้าลุกขึ้นมาท้าทายหรือทำตัวเป็นภัยคุกคาม ก็เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย
เราทุกคนอาจจะฝันอยากมีความมั่งคั่งมากมายก่ายกอง อยากสร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกแบบพวกเขา
แต่เรื่องราวเหล่านี้เตือนสติได้อย่างเจ็บแสบ บางครั้งการบินสูงเกินไป แสงอาทิตย์ก็อาจจะแผดเผาปีกให้มอดไหม้ตกลงมาตายได้
แต่ก็นั่นแหละครับ โลกของการต่อสู้ทางธุรกิจมันไม่เคยหยุดนิ่ง
ในขณะที่อาณาจักรเก่าพังทลายลง กลายเป็นเพียงเศษซากในหน้าประวัติศาสตร์
ที่ไหนซักแห่งในโลก ก็คงมีคนรุ่นใหม่กำลังสร้างตัวขึ้นมาอย่างเงียบๆ รอวันที่จะเติบโตและท้าทายขีดจำกัดเดิมๆ อีกครั้งอย่างแน่นอน
References : [reuters, bloomberg, ft, wsj, bbc]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง หรือคลิกลิงก์ใน Comment ได้เลยครับ
The original article appeared here The original article appeared here
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
โฆษณา