วันนี้ เวลา 02:38 • ประวัติศาสตร์

ยิงขุนศึกกลางงานบุญ แล้วไม่คิดหนี หญิงจีนผู้รอคอย 10 ปีเพื่อล้างแค้นให้พ่อ

ในปีค.ศ.1925 (พ.ศ.2468) “ซุนฉวนฟาง (Sun Chuantang)” ขุนศึกผู้ทรงอำนาจ ได้จับกุม “สือฉงปิน (Shi Congbin)” ผู้บัญชาการทหารซึ่งเป็นบิดาของ “สือเจี้ยนเฉียว (Shi Jianqiao)” และออกคำสั่งให้ประหารชีวิตเขา ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ฝังลึกอยู่ในความทรงจำของสือเจี้ยนเฉียวอย่างไม่อาจลบเลือน เธอจึงตั้งปณิธานว่าจะต้องล้างแค้นให้บิดาให้จงได้
10 ปีต่อมา วันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ.1935 (พ.ศ.2478) สือเจี้ยนเฉียวพบว่าซุนฉานฟางกำลังเข้าร่วมการชุมนุมทางพระพุทธศาสนาแห่งหนึ่งในเมืองเทียนจิน เธอจึงเดินเข้าไปหาและใช้อาวุธปืนยิงเขา ก่อนจะเปิดเผยตัวตนให้ทุกคนในสถานที่นั้นได้รับรู้ ซึ่งแทนที่จะหลบหนี เธอกลับเลือกที่จะอยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมอธิบายว่าการกระทำของเธอมีจุดประสงค์เพื่อล้างแค้นให้แก่บิดา
เรื่องราวของเธอแพร่สะพัดไปทั่วประเทศจีนอย่างรวดเร็ว ผู้คนจำนวนมากต่างยกย่องในความกตัญญูที่เธอมีต่อบิดา ซึ่งแม้ว่าศาลจะตัดสินให้เธอรับโทษจำคุก แต่กระแสความเห็นอกเห็นใจจากประชาชนที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางได้เกิดเสียงเรียกร้องให้ปล่อยตัวเธอ
14 ตุลาคม ค.ศ.1936 (พ.ศ.2479) รัฐบาลชาตินิยมจีนได้ประกาศอภัยโทษให้แก่สือเจี้ยนเฉียว นับเป็นการปิดฉากหนึ่งในคดีล้างแค้นที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์จีน
สือเจี้ยนเฉียวได้เตรียมการมาเป็นอย่างดี โดยเธอนำเอกสารที่พิมพ์ข้อความชี้แจงเหตุผลในการกระทำของตนติดตัวมาด้วย และแจกจ่ายเอกสารเหล่านั้นให้แก่พยานที่อยู่ในงานชุมนุมทางพระพุทธศาสนา และคดีของเธอก็กลายเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตะลึงและได้รับความสนใจไปทั่วประเทศ อีกทั้งยังก่อให้เกิดข้อถกเถียงสำคัญในสังคมว่า ความกตัญญูและความจงรักภักดีต่อบุพการีสามารถใช้เป็นเหตุผลอันชอบธรรมในการละเมิดกฎหมายได้หรือไม่
โฆษณา