วันนี้ เวลา 03:00 • ธุรกิจ

“ขายของใกล้หมดอายุ” โมเดลธุรกิจของ ร้านดังในจีน ที่ขายดี จนมีเกือบ 1,000 สาขา

- ในรูปนี้คือ HotMaxx ร้านค้าโมเดลน่าสนใจในจีน ที่เน้นขายของใกล้หมดอายุ แต่ดันขายดีจนขยายสาขาได้เกือบ 1,000 สาขาในจีน
โมเดลร้านนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง ทำไมขายของใกล้หมดอายุถึงขยายสาขาได้เยอะ ?
- HotMaxx ก่อตั้งโดยชาวจีน 2 คน คือคุณ Gu Xiaojian และคุณ Fan Zhifeng
ทั้งคู่เห็นว่าในช่วงปี 2020 ที่มีโรคระบาดไปทั่วโลก ทำให้หน้าร้านของแบรนด์ต่าง ๆ ไม่สามารถขายสินค้าได้ จนมีสินค้าค้างสต๊อกเยอะ
ซึ่งถ้าปล่อยให้หมดอายุ สินค้าเหล่านั้นก็จะกลายเป็น Waste ไปเฉย ๆ
พวกเขาเลยมีไอเดียว่าจะรวบรวมสินค้าเหล่านี้มาขายในราคาถูก และตั้งใจขายแบบ “ขายหมดแล้วเลิกทำ” ก่อนจะตัดสินใจเปิดหน้าร้านเล็ก ๆ ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ เพื่อขายของใกล้หมดอายุตรงนี้
แต่ปรากฏว่า พวกเขาสามารถทำยอดขายในช่วงแรกได้กว่า 80,000 หยวน หรือราว 400,000 บาทต่อวัน
ทั้งคู่เลยตัดสินใจไปต่อ และตั้งชื่อแบรนด์เป็น HotMaxx นับตั้งแต่ตอนนั้น
จากจุดนั้น HotMaxx ดำเนินธุรกิจมาเรื่อย ๆ โดยใช้กลยุทธ์แบบเดิม คือรับสินค้าใกล้หมดอายุ, สินค้าค้างสต๊อก และสินค้าทดลองตลาดของแบรนด์ต่าง ๆ มาขายในราคาถูก
คล้ายการเอาสินค้าป้ายเหลืองจากหลายแบรนด์มารวมกันในที่เดียว
ซึ่งราคาถูกที่ว่าก็ไม่ใช่ว่าจะเอาสินค้าอะไรก็ได้มาขาย และตั้งราคาถูกกว่าตลาดอย่างเดียว เพราะ HotMaxx จะเลือกเอาสินค้าที่ซื้อง่าย ขายคล่อง อย่างพวกของกินของใช้ในชีวิตประจำวันมาขายเท่านั้น
และของเหล่านั้นจะต้องเป็นแบรนด์ที่ลูกค้ารู้ราคากลางอยู่แล้วด้วย
ส่วนราคาขาย HotMaxx จะตั้งราคาจากการใช้ Data มาคำนวณว่าต้องขายราคาเท่าไร สินค้าถึงจะมีโอกาสขายได้ก่อนหมดอายุ หรือขายหมดใน 20 วัน
สินค้าใน HotMaxx ก็เลยให้ความรู้สึกเหมือนเราเห็นโค้กขวดละ 10 บาท แต่ร้านนี้เอามาขายในราคา 5 บาทอยู่เสมอ
พอเห็นว่าของถูก แถมคนส่วนใหญ่ก็รู้จักราคากลางดีอยู่แล้ว ลูกค้าก็เลยตัดสินใจเดินเข้าร้านและซื้อของกลับบ้านได้ง่าย HotMaxx จึงสามารถขยายสาขาได้ไวมากในช่วงแรกนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม HotMaxx ก็มีการปรับโมเดลของร้านไปตามสภาพตลาดให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ
อย่างตอนที่โรคระบาดหายไป แบรนด์ต่าง ๆ ไม่ค่อยมีสินค้าค้างสต๊อกเยอะเหมือนก่อนแล้ว ทางร้านก็ค่อย ๆ ลดสัดส่วนของสินค้าใกล้หมดอายุลงมา
- ปี 2021 HotMaxx มีสัดส่วนของสินค้าใกล้หมดอายุ 50%
- ปี 2025 HotMaxx มีสัดส่วนสินค้าใกล้หมดอายุลดลงเหลือแค่ราว ๆ 10% และแทนที่ด้วยสินค้าที่แบรนด์ผลิตเกิน, สินค้าเลิกขาย, สินค้าเปลี่ยนแพ็กเกจจิง และเป็นสินค้าทดลองตลาดของแบรนด์ใหม่เสียมากกว่า..
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า HotMaxx จะใช้กลยุทธ์เปลี่ยนสินค้าในร้าน 20% ทุกสัปดาห์ เพื่อทำให้คนกลับมาเดินเข้าร้านได้ซ้ำ ๆ ตื่นเต้นได้เรื่อย ๆ เพราะไม่รู้ว่าวันนี้จะเจออะไร
ซึ่งก็มีอินไซต์ว่าลูกค้าร้าน HotMaxx ที่ซื้อของในโซนความงาม 7-8 ชิ้น จะมี 6 ชิ้นเป็นของที่ไม่เคยซื้อมาก่อน
มาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะเห็นภาพแล้วว่า HotMaxx มีโมเดลแบบไหน และใช้อะไรมาดึงคนเข้าร้าน
ปัจจุบันมีรายงานว่า HotMaxx มีอยู่ราว ๆ 959 สาขา
และในปี 2024 เคยทำรายได้อยู่ที่ 4,850 ล้านหยวน หรือราว ๆ 24,390 ล้านบาทเลยทีเดียว
ซึ่งก็น่าสนใจมากว่า ในไทยยังไม่มีร้านไหนทำโมเดลแบบนี้ เพราะส่วนใหญ่ร้านค้าปลีกในไทยจะชอบเอาของใกล้หมดอายุมาลดราคาขายในช่องทางของตัวเอง ผ่านโปรโมชันป้ายเหลืองกันอยู่แล้ว
แต่ถ้ามีคนทำจริง ๆ ก็น่าสนใจมากว่าจะโตได้เหมือน HotMaxx ในจีนไหม..
โฆษณา