วันนี้ เวลา 02:09 • ธุรกิจ

สิ้นสุดยุคเช่า AI? Apple x Meta แผนลับเขย่าวงการ AI ที่คุณต้องรู้

ทุกวันนี้เคยลองก้มดูบิลในมือถือกันหน่อยมั๊ยครับ ว่าเราหมดเงินไปกี่บาทแล้วกับการสมัครสมาชิกเช่าความฉลาดของ “AI” รายเดือน…
หลายคนจ่ายให้เจ้าโน้นเดือนละเจ็ดแปดร้อย จ่ายให้เจ้านี้ปีละหลายหมื่น อารมณ์เหมือนต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟที่ไม่มีวันสิ้นสุด…
แต่เชื่อมั๊ยว่าอีกไม่นาน เราอาจจะได้จ่ายเงินซื้อ “AI” แค่ครั้งเดียวจบ เหมือนตอนที่เราเดินไปซื้อสมาร์ตโฟนซักเครื่องแล้วใช้กันยาวๆ…
และที่พีคสุดๆ คือคนที่กำลังจับมือกันทำเรื่องนี้ ให้เกิดขึ้นจริง กลับเป็นสองยักษ์ใหญ่ที่เคยเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาก่อน
ซึ่งเรากำลังพูดถึง “Meta” กับ “Apple” สองค่ายคู่แค้นระดับตำนานนั่นแหละครับ…
เรื่องของเรื่องคือเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา “Meta” ได้สร้างความตกตะลึง ด้วยการปล่อยโมเดล “AI” สุดเทพออกมาให้ทุกคนเอาไปใช้กันแบบฟรีๆ
โมเดลตัวนี้ชื่อว่า Muse Spark Open มีขนาดใหญ่ถึงแปดแสนแปดหมื่นล้านพารามิเตอร์ และเปิดให้ดาวน์โหลดซอร์สโค้ดไปรันบนคอมพิวเตอร์ตัวเองได้เลย…
แต่ความน่าสนใจมันอยู่ตรงที่ บริษัทที่เข้ามาช่วยปรับแต่ง ให้โมเดลตัวนี้รันบนคอมพิวเตอร์ได้อย่างลื่นไหล กลับเป็น “Apple” ซะงั้น
พวกเขาใช้ซอฟต์แวร์ MLX ของ “Apple” เชื่อมต่อเครื่อง Mac Studio เข้าด้วยกัน แล้วเอาผลวิจัยขึ้นแสดงบนบล็อกของตัวเองโชว์ซะเลย…
ถ้าใครติดตามข่าวสารวงการเทคมาบ้าง จะรู้เลยว่านี่มันคือเรื่องประหลาดระดับโลก
เพราะย้อนกลับไปปี 2020 สองค่ายนี้เคยแค้นกันหนักมาก ถึงขั้นที่ “Apple” ปล่อยฟีเจอร์ป้องกันการติดตามข้อมูลบน iPhone…
ตอนนั้นฝั่ง “Meta” ถึงกับหัวร้อน จัดโฆษณาเต็มหน้าหนังสือพิมพ์ออกมาด่า “Apple” แบบไม่ไว้หน้า…
Mark Zuckerberg ถึงกับสั่งทีมงานในห้องประชุมว่า ต้องทำทุกทางให้ “Apple” เจ็บปวดอย่างสาสม…
แล้วพอลูกค้ากดไม่ยินยอมให้ติดตาม มูลค่ากิจการของ “Meta” ก็วูบหายไปถึงสองแสนสามหมื่นล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว
นั่นคือการร่วงลงของมูลค่าบริษัท ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เลยก็ว่าได้…
แล้วถามว่าทำไมวันนี้ “Meta” ถึงยอมหันมาจับมือกับศัตรูเก่า แถมยังเอาโมเดล “AI” ระดับโลกมาแจกฟรีอีก
เรื่องนี้ต้องเข้าใจกลยุทธ์ประจำตัวของ “Meta” ก่อน ที่ในทางธุรกิจเขาเรียกว่า Commoditizing your complements…
อธิบายง่ายๆ ให้เห็นภาพ เหมือนคนขายฮอตดอกนั่นแหละครับ ถ้ายิ่งทำให้ขนมปังราคาถูกจนแทบแจกฟรี คนก็จะยิ่งมาซื้อฮอตดอกเยอะขึ้น…
สำหรับ “Meta” สินค้าหลักของพวกเขาคือโฆษณาและเวลาของผู้คน ส่วนโมเดล “AI” ก็คือขนมปังฮอตดอกนั่นเอง
ที่ผ่านมาพอมีคู่แข่งทำอะไรเด่นขึ้นมา “Meta” ก็แค่ก๊อปปี้มาทำตาม แล้วเอามาแจกฟรีให้คนเป็นพันล้านคนใช้…
Snapchat มีฟีเจอร์สตอรี่ Instagram ก็ทำตามจนคนใช้เยอะกว่าเจ้าของเดิม
TikTok ฮิต Reels ก็มาเสียบแทน พอ Twitter สะดุด Threads ก็กวาดคนไปร้อยล้านคนในห้าวัน…
ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ในเมื่อบริษัทอื่นพยายามตั้งกำแพงขาย “AI” แพงๆ “Meta” ก็แค่แจกโมเดลฟรีซะเลย เพื่อทำลายโมเดลธุรกิจของคู่แข่งให้ย่อยยับ
แล้วรู้มั๊ยครับว่าประสิทธิภาพของโมเดลฟรี สมัยนี้มันไม่ได้ไก่กาอย่างที่หลายคนคิดแล้วนะ…
ตอนนี้ช่องว่างความฉลาด ระหว่างโมเดลฟรีกับโมเดลเสียเงินตัวท็อปๆ มันตามหลังกันอยู่แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง
แต่คอขวดที่แท้จริงของการรัน “AI” ฟรีบนโต๊ะทำงาน มันไปตกอยู่ที่เรื่องฮาร์ดแวร์และหน่วยความจำต่างหาก…
โมเดลฟรีตัวโหดๆ ต้องใช้ RAM มหาศาลระดับสี่ร้อยห้าสิบกิกะไบต์ขึ้นไป ถึงจะประมวลผลได้เร็วปรื๊ดแบบที่ตาเราอ่านทัน
คอมพิวเตอร์ทั่วไปรันไม่ไหวแน่นอน เพราะการ์ดจอแยกมี RAM แค่นิดเดียว เหมือนห้องครัวรถเข็นแคบๆ ที่ทำอาหารจานใหญ่ไม่ได้…
และนี่แหละคือจุดที่ “Apple” จะกลายเป็นผู้ชนะที่เงียบที่สุดในสงครามครั้งนี้
สถาปัตยกรรมชิป M ของ “Apple” มีสิ่งที่เรียกว่า “Unified Memory” ซึ่งแชร์หน่วยความจำให้ทุกส่วนใช้งานร่วมกันได้…
มันเหมือนการเปิดห้องครัวขนาดใหญ่โต ให้โมเดล “AI” เข้าไปวิ่งเล่นและประมวลผลได้อย่างเต็มที่
หลายคนอาจจะมองว่า “Apple” ตกขอบในศึก “AI” เพราะ Siri ยังเอ๋อๆ จนโดนฟ้องชดเชยไปสองแสนห้าหมื่นดอลลาร์…
แต่ถ้าย้อนดูประวัติศาสตร์ให้ดี “Apple” แทบไม่เคยเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีอะไรเป็นเจ้าแรกเลยนะครับ
กระเป๋าเงินบนมือถือ Google ทำก่อนสามปี สมาร์ตโฟนจอใหญ่ Samsung ทำก่อนตั้งนาน สมาร์ตวอทช์ Pebble ก็ขายก่อน Apple Watch…
ท่ามาตรฐานของ “Apple” คือการปล่อยให้คนอื่นทุ่มเงินมหาศาลลองผิดลองถูกไปก่อน พอนวัตกรรมนิ่งขึ้น ปัญหาน้อยลง ค่อยเข้ามาทำทีหลังให้ดีกว่าแล้วกินรวบ…
“Apple” รวยเกินกว่าจะไปเผาเงินแข่งเทรนโมเดล ที่นับวันมีแต่จะราคาถูกลงทุกเดือน
สิ่งที่พวกเขาทำคือ นั่งรอให้ความฉลาดกลายเป็นของฟรี แล้วขายคอมพิวเตอร์ราคาแพง ที่เอาไว้รันโมเดลเหล่านั้นแทน…
พฤติกรรมผู้บริหารคนใหม่ยิ่งย้ำชัด Tim Cook เพิ่งส่งไม้ต่อให้ John Turnis วิศวกรสายฮาร์ดแวร์ตัวพ่อขึ้นเป็น CEO
แล้ว “Apple” ก็เริ่มปล่อย “Mac Mini” สเปกเทพราคาเริ่มต้นแปดเก้าเก้าดอลลาร์ ออกมาโปรโมตว่าเหมาะกับการรัน “AI” ข้างโต๊ะทำงานทันที…
ลองนึกภาพตามดูสิครับ ถ้ายุคต่อไป “AI” บนโต๊ะทำงาน สามารถเขียนแอปพลิเคชันขึ้นมาให้เราใช้งานได้แบบเรียลไทม์
คุณแค่นั่งพิมพ์สั่ง แล้วหน้าต่างโปรแกรมที่ต้องการก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าทันที โดยไม่ต้องง้อซอฟต์แวร์เดิมๆ อีกต่อไป…
ที่สำคัญคือข้อมูลส่วนตัวของคุณทุกอย่าง จะประมวลผลอยู่แค่บนโต๊ะทำงาน ไม่หลุดไปหาเซิร์ฟเวอร์ของใครข้างนอกเลย
พวกนักบัญชี หมอ ที่ปรึกษาการเงิน หรือคนที่ทำธุรกิจความลับสูงๆ ต้องถูกใจสิ่งนี้แน่นอน…
แล้วพอมันไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ตประมวลผล ค่าใช้จ่ายเดียวที่คุณต้องเสีย ก็มีแค่ค่าไฟบ้านปกติเท่านั้น
แล้วฝั่งบริษัท “AI” ระบบปิดที่เคยเก็บเงินเช่ารายเดือนจะทำยังไง…
ตอนนี้ค่ายยักษ์ใหญ่เลยเริ่มดิ้นรนกันสุดฤทธิ์ พยายามแจกหุ้นให้รัฐบาล ให้ประชาชน เพื่อดึงคนมาเป็นพวก
เป้าหมายก็เพื่อสร้างกระแสให้ทุกคนอยากเชียร์ให้บริษัทระบบปิดชนะ แล้วคอยนั่งรอรับเช็คปันผลเป็นรายได้พื้นฐาน…
แต่ถ้ายุคหน้าโมเดลฟรีมันฉลาดเท่ากัน คนเราก็แค่ซื้อเครื่องมาตั้งโต๊ะ แล้วใช้ความสามารถของตัวเองสร้างงานทำเงินต่อไป
ระบบทุนนิยมจะยังคงหมุนเวียนไปเหมือนเดิม เงินทองไม่โดนดูดไปกระจุกอยู่กับบริษัทยักษ์ใหญ่แค่ไม่กี่ราย…
แถมบรรดาค่ายระบบปิดที่เคยประเมินมูลค่ากันไว้เป็นล้านล้านดอลลาร์ แต่วันๆ มีแต่ขาดทุนยับเยิน ก็อาจจะพังครืนลงมา
จำเหตุการณ์ตอนที่โมเดลฟรีอย่าง DeepSeek โผล่มาเมื่อต้นปี 2025 ได้มั๊ยครับ วันเดียวทำมูลค่า Nvidia หายไปเกือบหกแสนล้านดอลลาร์…
ถ้าโมเดลฟรีเก่งขึ้นเรื่อยๆ คนทั่วไปเกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์ก็คงเลิกจ่ายเงินเช่า “AI” รายเดือน
แล้วเมื่อถึงวันนั้น “Apple” ก็นั่งยิ้มกริ่ม รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อยู่ปลายน้ำอย่างสบายใจ…
หมากตาสุดท้ายของ “Apple” อาจจะมีสองทาง ทางแรกคือรอให้มูลค่าค่าย “AI” ระบบปิดร่วงลงมาจนติดดิน แล้วค่อยไล่ซื้อมาในราคาถูกๆ
หรือทางที่สองคือ ไม่ต้องซื้ออะไรเลย ปล่อยให้ “Meta” พัฒนาโมเดลฟรีแจกโลกไปเรื่อยๆ ส่วนตัวเองก็กวาดกำไรจากการขาย “Hardware” รัน “AI”…
สุดยอดไปเลยมั๊ยครับ จากค่ายที่ดูเหมือนจะแพ้สงคราม “AI” กลับกลายเป็นค่ายที่จะกุมหัวใจหลักของฮาร์ดแวร์ทั้งหมด
ลองคำนวณเงินในกระเป๋าตัวเองดูเล่นๆ ตอนนี้ถ้าเราจ่ายค่าเช่า “AI” ปีละหลายหมื่นบาท…
เอาเงินก้อนนั้นมาผ่อน “Mac Mini” สเปกโหดๆ ซักเครื่อง ได้ของมาตั้งไว้ที่บ้าน แถมไม่ต้องจ่ายค่าเช่ารายเดือนไปตลอดชีวิต
พอโมเดลฟรีเก่งเทียบเท่าเมื่อไหร่ การย้ายค่ายครั้งใหญ่ของคนทั้งโลกก็จะเป็นเรื่องที่แทบไม่ต้องคิดเลย…
และนี่แหละครับ คือเกมธุรกิจสุดลึกล้ำ ที่บอกเราว่าในโลกเทคโนโลยี คนที่มาก่อน อาจไม่ได้แปลว่าเป็นผู้ชนะเสมอไป
References : [bloomberg, cnbc, wsj, theinformation, fortune]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง หรือคลิกลิงก์ใน Comment ได้เลยครับ
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
โฆษณา