•
4 พ.ย. เวลา 08:33 • ท่องเที่ยว
Shimane Art Museum

# Shimane Art Museum | วันที่สายฝนพาเรามาพบศิลปะ กระต่ายนำโชค และทะเลสาบชินจิ 🐇🌧️

19 ตุลาคม 2026 | Matsue, Shimane, Japan 🇯🇵
หลังจากใช้เวลาช่วงเช้าเดินเที่ยวศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ (Izumo Taisha) เราก็เดินทางต่อมายังเมืองมัตสึเอะ (Matsue) เพื่อเยี่ยมชม Shimane Art Museum หรือ 島根県立美術館 พิพิธภัณฑ์ศิลปะริมทะเลสาบชินจิ (Lake Shinji) ที่ตั้งใจไว้ว่าจะต้องมาให้ได้สักครั้ง โดยเฉพาะเมื่อทราบว่าช่วงที่เดินทางมาจะมีนิทรรศการพิเศษเกี่ยวกับศิลปะและงานออกแบบที่เราสนใจพอดี
วันนั้นฝนตกพรำ ๆ ท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆสีเทาตั้งแต่เช้า หลังจากเดินทางมาถึงสถานี JR Matsue เราตัดสินใจเรียกแท็กซี่ไปพิพิธภัณฑ์แทนการเดินหรือขึ้นรถประจำทาง ใช้เวลาเพียงประมาณ 10 นาที ค่าโดยสาร 1,100 เยน ถือเป็นเงินที่จ่ายเพื่อซื้อความสะดวกสบายให้ตัวเองในวันที่เดินทางมาไกล และอยากเก็บแรงไว้เดินชมงานศิลปะอย่างเต็มที่
ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งหันหน้าเข้าหาทะเลสาบชินจิ จึงมีทางเดินเล่นรอบอาคาร และทางลงไปสัมผัสทะเลสาบอย่างใกล้ชิด
Shimane Art Museum เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1999 เป็นผลงานออกแบบของ Kiyonori Kikutake สถาปนิกคนสำคัญของญี่ปุ่น ผู้มีบทบาทในขบวนการสถาปัตยกรรม Metabolism ตัวอาคารตั้งอยู่ริมทะเลสาบชินจิ ออกแบบโดยให้ความสำคัญกับความกลมกลืนระหว่างสถาปัตยกรรมกับสายน้ำ รูปทรงอาคารที่ทอดยาวและโค้งรับภูมิทัศน์ได้รับแรงบันดาลใจจากจานสีของจิตรกรและภาพดวงอาทิตย์ยามอัสดง
สิ่งที่ทำให้เราตกหลุมรักพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งแต่แรกเห็น ไม่ใช่เพียงผลงานศิลปะที่จัดแสดง แต่เป็นพื้นที่โถงขนาดใหญ่ซึ่งเปิดมุมมองผ่านผนังกระจกสูงจรดเพดานออกไปยังทะเลสาบชินจิอันกว้างใหญ่ ภายในโปร่งโล่ง มีเก้าอี้สีอ่อนจัดวางอย่างเรียบง่าย เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้นั่งพัก มองท้องฟ้า มองสายน้ำ หรือปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย
ในวันที่เราไปเยือน เมฆฝนทอดตัวต่ำเหนือทะเลสาบ ผืนน้ำสงบนิ่งจนแทบแยกไม่ออกว่าตรงไหนคือขอบฟ้า ภูเขาและอาคารที่อยู่อีกฟากหนึ่งดูเลือนรางอยู่ในม่านฝน แม้จะไม่มีแสงแดดสดใส แต่กลับเป็นภาพที่งดงามอย่างประหลาด ราวกับธรรมชาติกำลังจัดแสดงผลงานศิลปะของตัวเองอยู่ด้านนอก ขณะที่เรายืนชมอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์
ผนังสามด้านที่นิทรรศการยินดีให้บันทึกภาพเป็นที่ระลึก ส่วนจัดแสดงเมื่อเดินลับมุมนี้ไปไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพโดยเด็ดขาด
นิทรรศการพิเศษที่ตั้งใจมาชมในครั้งนี้คือ **Arts & Crafts and Design: From William Morris to Frank Lloyd Wright** หรือ アーツ・アンド・クラフツとデザイン ウィリアム・モリスからフランク・ロイド・ライトまで จัดแสดงระหว่างวันที่ 11 กันยายน – 3 พฤศจิกายน 2026
นิทรรศการพาเราย้อนกลับไปสำรวจขบวนการ Arts and Crafts ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในอังกฤษช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 19 ท่ามกลางกระแสการปฏิวัติอุตสาหกรรม เมื่อการผลิตด้วยเครื่องจักรทำให้สิ่งของจำนวนมากถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว นักคิดและศิลปินกลุ่มหนึ่งจึงเริ่มตั้งคำถามถึงคุณค่าของงานฝีมือ ความงาม และความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะกับชีวิตประจำวัน
หนึ่งในบุคคลสำคัญของขบวนการนี้คือ William Morris นักออกแบบ ศิลปิน และนักคิดชาวอังกฤษ ผู้เชื่อว่าความงามไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในหอศิลป์หรือบ้านของผู้มีฐานะ แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คน ผลงานออกแบบผ้า วอลล์เปเปอร์ เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งของเครื่องใช้ของเขาจึงได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ทั้งดอกไม้ ใบไม้ นก และเถาวัลย์ที่ถักทอเป็นลวดลายอันละเอียดอ่อน
อีกมุมของผนังที่งดงามน่ารัก ลงรายละเอียดยิบ
นิทรรศการครั้งนี้รวบรวมผลงานถึง 168 ชิ้น ทั้งสิ่งทอ วอลล์เปเปอร์ หนังสือ เฟอร์นิเจอร์ และงานหัตถศิลป์ เพื่อแสดงให้เห็นพัฒนาการของแนวคิด Arts and Crafts จากอังกฤษสู่ภูมิภาคอื่น รวมถึงอิทธิพลที่ส่งต่อไปถึงงานออกแบบของ Frank Lloyd Wright สถาปนิกชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียง
เราชอบส่วนจัดแสดงลวดลายของ William Morris เป็นพิเศษ โดยเฉพาะ Strawberry Thief ลวดลายนกและผลสตรอว์เบอร์รีอันโด่งดัง เมื่อได้เห็นลวดลายเหล่านี้อยู่ท่ามกลางผนังขนาดใหญ่ จึงยิ่งรู้สึกถึงความประณีตของการจัดองค์ประกอบและสีสัน รวมถึงความตั้งใจที่จะนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์
สำหรับเรา เสน่ห์ของนิทรรศการนี้ไม่ได้อยู่เพียงความสวยงามของผลงาน แต่ยังอยู่ที่แนวคิดซึ่งชวนให้กลับมามองสิ่งของธรรมดารอบตัวด้วยสายตาที่ต่างออกไป เพราะแม้แต่เก้าอี้สักตัว หนังสือสักเล่ม หรือวอลล์เปเปอร์บนผนัง ก็สามารถบอกเล่าเรื่องราวของยุคสมัย ความคิดสร้างสรรค์ และคุณค่าของแรงงานมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ
หลังจากใช้เวลาเดินชมงานศิลปะจนเต็มอิ่ม เราก็แวะพักรับประทานของหวานยามบ่ายที่คาเฟ่ภายในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งมีโต๊ะริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ให้มองเห็นทะเลสาบชินจิได้อย่างชัดเจน
แพนเค้กเนื้อนุ่มฟู ราดครีม ผลไม้ ไอศกรีม มันหวาน อร่อยนุ่มหนึบ สดชื่นมาก
ของหวานที่สั่งมาเป็นแพนเค้กเนื้อนุ่มฟู ราดหน้าด้วยครีมที่มีผิวเกรียมเล็กน้อย เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม ผลไม้ ซอสหวาน และมันหวานชิ้นบางยาวที่จัดวางอย่างสวยงามบนจานสีขาวใบใหญ่ เป็นของหวานหน้าตาน่ารักที่ทำให้ช่วงบ่ายอันชุ่มฉ่ำด้วยสายฝนดูสดใสขึ้นทันที
ระหว่างรับประทาน เรานั่งมองทะเลสาบที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า เห็นอาคารบ้านเรือนและแนวภูเขาอีกฟากฝั่งอยู่ไกล ๆ ฝนยังคงตกเป็นระยะ แต่ภายในร้านกลับอบอุ่นและเงียบสงบ
เป็นช่วงเวลาที่เราชอบมากที่สุดช่วงหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้
การได้นั่งรับประทานของหวานอร่อย ๆ หลังจากเดินชมงานศิลปะที่รัก โดยมีทะเลสาบกว้างใหญ่เป็นฉากหลัง และไม่ต้องรีบร้อนไปไหนในทันที เป็นความสุขเรียบง่ายที่บางครั้งการเดินทางก็หยิบยื่นให้เราโดยไม่ต้องพยายามค้นหา
เมื่อเดินชมพิพิธภัณฑ์จนพอใจ เราจึงออกมาสำรวจพื้นที่ด้านนอก ซึ่งเป็นสนามหญ้ากว้างทอดตัวลงไปจนถึงริมทะเลสาบชินจิ บริเวณนี้มีประติมากรรมกลางแจ้งหลายชิ้นจัดวางกระจายอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์อันงดงาม
ขบวนกระต่าย 12 ตัวแห่งทะเลสาบชินจิ
และแน่นอนว่า สิ่งที่เราอยากพบมากที่สุดก็คือ ขบวนกระต่ายแห่งทะเลสาบชินจิ หรือ Shinji-ko Usagi กระต่ายบรอนซ์ทั้ง 12 ตัวเป็นผลงานของประติมากร Satoshi Yabuuchi จัดวางเรียงกันบนสนามหญ้าในท่วงท่าที่แตกต่างกัน ราวกับกำลังกระโดดโลดเต้นมุ่งหน้าไปยังทะเลสาบ บางตัวกระโดดสูง บางตัวกำลังวิ่ง บางตัวหยุดยืน ทำให้ขบวนกระต่ายทั้งแถวดูมีชีวิตชีวาอย่างน่าเอ็นดู
ประติมากรรมชุดนี้ยังเชื่อมโยงกับตำนานกระต่ายขาวแห่งอินาบะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทพโอคุนินูชิ เทพเจ้าที่ประดิษฐานอยู่ ณ ศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะที่เราเพิ่งเดินทางไปสักการะมาในช่วงเช้าอีกด้วย
ช่างเป็นความบังเอิญที่น่ารัก เพราะเราเริ่มต้นวันด้วยการไปพบกระต่ายที่ศาลเจ้าอิซุโมะ และมาจบช่วงบ่ายด้วยการพบกระต่ายอีกฝูงหนึ่งริมทะเลสาบชินจิ แต่ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านั้น
มีความเชื่อเล่าต่อกันว่า หากได้ลูบกระต่ายตัวที่สองนับจากฝั่งทะเลสาบ โดยหันหน้าไปทางทิศตะวันตก จะนำโชคดีมาให้ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์และความรัก
หลังจากนับกระต่ายจนแน่ใจแล้ว เราก็เดินตรงไปหาน้องกระต่ายนำโชค ลูบหลังเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือไปรองรับอุ้งเท้าของน้อง ราวกับกำลังจับมือทักทายกัน
ลูบกระต่ายรับโชค
ที่ฐานประติมากรรมมีเหรียญเยนและเปลือกหอยเล็ก ๆ วางอยู่มากมาย เป็นร่องรอยของผู้มาเยือนที่เคยแวะมาขอพรและฝากความหวังเอาไว้
ส่วนเราก็ขอฝากความหวังเล็ก ๆ ของตัวเองไว้กับกระต่ายตัวนี้เช่นกัน
ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง มีงานดี ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง มีรายได้เพียงพอสำหรับดูแลคนที่รัก และยังมีโอกาสออกเดินทางไปพบโลกกว้าง ชมงานศิลปะ และค้นพบความสุขเล็ก ๆ เช่นนี้ได้อีกนาน ๆ
หลังจากฝากความหวังไว้กับกระต่ายเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินเล่นต่อไปตามทางเดินริมทะเลสาบชินจิ ท่ามกลางอากาศเย็นชื้นหลังฝนตก
ทะเลสาบชินจิเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และเป็นเหตุผลสำคัญอีกข้อที่ทำให้เราอยากมาเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ในช่วงบ่ายแก่ ๆ
แต่วันนี้เมฆหนาปกคลุมท้องฟ้าเกือบทั้งหมด แสงอาทิตย์ไม่อาจลอดผ่านม่านเมฆลงมาได้ เราจึงไม่ได้เห็นภาพพระอาทิตย์ดวงกลมสีแดงค่อย ๆ ลับขอบน้ำอย่างที่หวังไว้ ถึงอย่างนั้น เราก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังนัก เพราะเมื่อแสงธรรมชาติเริ่มลดน้อยลง สิ่งที่ปรากฏขึ้นแทนกลับเป็นภาพที่สวยงามอีกแบบหนึ่ง
มองจากพิพิธภัณฑ์ เห็นทะเลสาบชินจิและตัวเมืองมัตสึเอะในแสงไฟยามเย็นสงบงดงามอย่างยิ่ง
ไฟสีส้มภายในพิพิธภัณฑ์ค่อย ๆ ส่องสว่างขึ้นทีละดวง แสงอุ่นจากโคมไฟและพื้นที่ภายในอาคารส่องผ่านผนังกระจกออกมาสู่ท้องฟ้าสีเทาหม่นด้านนอก ทำให้อาคารที่ดูเรียบง่ายในตอนกลางวันเปลี่ยนเป็นพื้นที่อันอบอุ่นท่ามกลางความเงียบสงบของทะเลสาบ
เราเดินย้อนกลับมามองตัวอาคารอีกครั้ง แล้วรู้สึกว่าแสงไฟสีส้มเหล่านั้นช่างงดงามเหลือเกิน เป็นความงามของสถาปัตยกรรมที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามแสงและเวลา ความงามของสายฝนที่ทำให้ทุกอย่างดูนุ่มนวลลง และความงามของช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเองอย่างเงียบ ๆ
Shimane Art Museum จึงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์อีกแห่งหนึ่งที่เราอยากกลับมาเยือนอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงเพราะมีนิทรรศการน่าสนใจ แต่เพราะที่นี่ทำให้รู้สึกว่า การชมศิลปะไม่จำเป็นต้องสิ้นสุดลงเมื่อเราเดินออกจากห้องจัดแสดง
แม้วันนี้จะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกดิน แต่เราก็ได้พบความงดงามมากมายเพียงพอที่จะทำให้จดจำบ่ายวันฝนพรำที่เมืองมัตสึเอะไปอีกนาน
ทางเดินแสนสบายจากด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ไปรอบๆ
📍 **Shimane Art Museum (島根県立美術館)**
ที่ตั้ง: 1-5 Sodeshi-cho, Matsue, Shimane, Japan
**เวลาเปิดบริการ**
* ตุลาคม–กุมภาพันธ์ 10.00–18.30 น. (เข้าห้องจัดแสดงได้ถึง 18.00 น.)
* มีนาคม–กันยายน 10.00 น. จนถึง 30 นาทีหลังพระอาทิตย์ตก (เข้าห้องจัดแสดงได้ถึงเวลาพระอาทิตย์ตก)
* ปิดวันอังคาร และ 28 ธันวาคม–1 มกราคม ยกเว้นบางวันตามปฏิทินนิทรรศการ
**นิทรรศการพิเศษที่เข้าชมในครั้งนี้**
Arts & Crafts and Design: From William Morris to Frank Lloyd Wright
จัดแสดง 11 กันยายน – 3 พฤศจิกายน 2026 (สิ้นสุดการจัดแสดงแล้ว)
ค่าเข้าชมขณะจัดนิทรรศการ 1,300 เยน สำหรับนิทรรศการพิเศษอย่างเดียว หรือ 1,500 เยนสำหรับบัตรรวมคอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์ (ราคาผู้ใหญ่ซื้อหน้างาน)
**การเดินทางจาก JR Matsue**
* เดินประมาณ 15 นาที
* รถประจำทาง Matsue City Bus สาย Minami Junkansen (วนด้านใน) จากป้ายหมายเลข 1 ใช้เวลาประมาณ 6 นาที ลงป้าย Kenritsu Bijutsukan-mae
* รถบัสท่องเที่ยว Lake Line ลงป้ายเดียวกัน
* แท็กซี่ประมาณ 10 นาที โดยครั้งนี้จ่าย 1,100 เยน (ค่าโดยสารจริงอาจเปลี่ยนแปลง)
เว็บไซต์: https://www.shimane-art-museum.jp/en/
#TakeABreakDiary #ShimaneArtMuseum #島根県立美術館 #Shimane #Matsue #LakeShinji #宍道湖 #ShinjikoUsagi #WilliamMorris #ArtsAndCrafts #JapanArtMuseum #JapanTravel #เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว #เที่ยวญี่ปุ่น #พิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่น #บันทึกการเดินทาง
โฆษณา