6 ชั่วโมงที่แล้ว • ข่าว

ฝีดาษลิง อาการใหม่ สังเกตอะไรบ้าง

ข้อมูลกรมควบคุมโรค ปี 2569 ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสมในประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น จำนวน 470 ราย เสียชีวิต 3 ราย รายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่วันที่ 14 กันยายน 2569 ระบุว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 – 31 สิงหาคม 2569 ทั่วโลกมีรายงานผู้ป่วยยืนยัน 68,096 ราย และผู้เสียชีวิต 272 ราย จาก 107 ประเทศ ซึ่งแนวโน้มยังคงเพิ่มขึ้น
สาเหตุที่ฝีดาษลิงถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง เกิดจากเชื้อฝีดาษลิง monkeypox virus หรือ MPXV เป็นไวรัส DNA สายคู่ที่มีเยื่อหุ้ม อยู่ในสกุล Orthopoxvirus เช่นเดียวกับไวรัสไข้ทรพิษ แต่เป็นคนละเชื้อกัน แบ่งกลุ่มพันธุกรรมหลักเป็น clade I และ clade II และแบ่งย่อยเป็น Ia, Ib, IIa และ IIb โดย clade IIb ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื้อสามารถแสดงอาการที่แตกต่างกัน
MPXV เพิ่มจำนวนในไซโทพลาซึม ก่อนกระจายไปยังผิวหนังหรืออวัยวะอื่น ทำให้เกิดตุ่นน้ำในลักษณะที่เรามักเห็นอยู่บ่อยๆ
แต่การระบาดในระยะหลังชัดเจนว่าการแสดงอาการมีความหลากหลายขึ้น การศึกษาของโรงพยาบาลจุฬาฯ ที่ตีพิมพ์บน Journal of Infectious Diseases แสดงอาการที่อาจพบได้ของฝีดาษลิง
โดยจากการศึกษา พบผู้ป่วยที่ยืนยันว่าเป็นฝีดาษลิงจำนวน 154 ราย จากคลินิก 14 แห่ง อาการแสดงหลักแบ่งเป็น ไข้ (37.7%) หนาวสั่น (1.9%) ปวดกล้ามเนื้อ (19.6)% ไอ (8.4%) เจ็บคอ (15.6%) และต่อมน้ำเหลืองโต (10.4%) พบรอยโรคบริเวณผิวหนังหรือเยื่อบุในผู้เข้าร่วม 71.4 % ได้แก่ ผื่นบริเวณใบหน้า (44.8)% ผื่นกระจายทั่วร่างกาย (26.0)%
นอกจากนี้ยังพบว่า ผื่นบริเวณทวารหนักและอวัยวะเพศถึง 94 ราย (61.0%) บางรายยังมีอาการเยื่อบุตาอักเสบ (2.6%) น้ำมูกไหล (2.6%) แผลในช่องปาก (2.6%) กลืนลำบาก (2.6%) อาเจียน ( 0.6%) ท้องเสีย (4 2.6%) มีสารคัดหลั่งผิดปกติจากทวารหนักหรืออวัยวะเพศ (13.0%) และอวัยวะเพศบวม (3.9%)
ส่วนการสัมผัสนั้น มีความเสี่ยงการระบาดจากสารคัดหลั่ง สเก็ด แผล เลือด กิจกรรมทางเพศ การจูบ และการสัมผัสของใช้ปนเปื้อน เช่น ผ้าเช็ดตัวหรือเครื่องนอน และทุกเพศสามารถติดเชื้อได้ แม้ว่าจากการเก็บสถิติในไทยจะพบว่าเป็นเพศชายสูงถึง 98.7% ก็ตาม
ภาพจากเพจ ID Chula
นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรส่วนใหญ่สามารถหายได้ด้วยการรักษาตามอาการ เช่น การบรรเทาอาการปวด การดูแลแผล และการป้องกันภาวะแทรกซ้อน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก จำเป็นต้องได้รับการประเมินและดูแลอย่างใกล้ชิด
และหากใครที่มีความเสี่ยงจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่สงสัยว่าจะป่วยจากไวรัสฝีดาษลิง และมีอาการในข่ายต้องสงสัย ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการวินิจฉัยเพื่อเติมและการรักษาอย่างที่เหมาะสม
อ้างอิง
Sterling SL, Rattanathumi K, Yingyong T, Supataragul A, Thippamom N, Srisuk T, Panyaratanaamporn P, Ngambunchuy C, Rakklin P, Suwanmalai T, Sriswasdi S, Wacharapluesadee S, Putcharoen O. Molecular Epidemiology to Decipher the Transmission Networks of Mpox in an Outbreak Scenario: Applications in Thailand During the 2023 Global Health Emergency. J Infect Dis. 2026 Oct 15;234(4):e829-e837. doi: 10.1093/infdis/jiag288. PMID: 42247588; PMCID: PMC13668364.
โฆษณา