โพสต์


Twitter ตอนที่ 2 : Founder
มันเป็นเรื่องที่แตกต่างกันสุดขั้วของผู้ก่อตั้ง social network ที่มีอิทธิพลต่อโลกเราในปัจจุบัน ทั้ง 2 platfrom ระหว่าง facebook กับ twitter   ดังที่ได้เคยกล่าวไปในเรื่องของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก นั้นเป็นอัจฉริยะทางด้านคอมพิวเตอร์ มาตั้งแต่เด็ก ได้เข้าเรียนในมหาลัยอันดับต้น ๆ ของโลกอย่าง ฮาร์วาร์ด ก่อนจะมาสร้าง facebook จากหอพักภายใน ฮาร์วาร์ด ซึ่งเรื่องทางด้านคอมพิวเตอร์นั้น มาร์์ค ไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้วในฮาร์วาร์ด
Founder
ส่วนผู้ก่อตั้ง twitter ทั้ง 4 ซึ่งประกอบไปด้วย เอฟ (Evan Williams) , แจ๊ค ( Jack Dorsey) , บิซ ( Biz Stone) และ โนอาห์ ( Noah Glass)  เป็นความแตกต่าง ที่สุดขั้วกับมาร์ค เพราะ ทั้ง 4 ไม่ได้เป็นอัจฉริยะทางด้านคอมพิวเตอร์ เหมือนมาร์ค เลย มันเป็นแค่ชะตาลิขิต เท่านั้นให้ทั้ง 4 มาเจอกัน และได้สร้าง เครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่มีอิทธิพลสูงอย่าง twitter ขึ้นมาได้
เรามาเริ่มรู้จักตัวตนทั้ง 4 ผู้ก่อตั้งว่ากว่าจะมาเป็น twitter ในวันนี้ นั้น แต่ละคนผ่านเส้นทางเดินอย่างไรมาบ้าง
@ev (เอฟ-Evan Williams)
@ev หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง twitter
เอฟไม่ใช่อัจฉริยะทางคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่เด็ก และไม่มีวี่แววของความเป็นอัจฉริยะเลยด้วยซ้ำ เค้าย้ายจากเมืองบ้านนอกอย่าง เมืองคลาร์ก ใน เนแบรสกา และออกเดินทางมายังแคลิฟอร์เนีย ในปี 1997
ยุคนั้นยังเป็นยุคเริ่มต้นของ dotcom ใน ซิลิกอนวัลเลย์ แต่โชคดีอย่างหนึ่ง คือเขาเป็นคนบ้าเทคโนโลยี จึงได้งานเกี่ยวกับการเขียนคำในสื่อการตลาดของบริษัท  o’reilly media
งานแรกที่ O’reilly media บริษัททำสื่อในขณะนั้น
ถือว่าเป็นงานที่ดีเลยทีเดียวกับการไม่มีใบปริญญา และแทบจะยังไม่มีความรู้เรื่องการเขียนโค้ดเลย งานที่ o’reilly นั้นยังพอช่วยให้เค้าช่วยปลดหนี้สิน ที่เกิดจากบัตรเครดิตหลายหมื่นเหรียญ รวมถึงเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาไปได้บ้าง
เรื่องการเขียนโค้ดนั้น เค้าต้องศึกษาด้วยตัวเอง แต่มันเหมือนสิ่งเดียวที่ทำให้ เอฟ มีความสุขกับชีวิตอันน่าเบื่อกับการทำงานใน o’reilly media เค้าใช้เวลาหลังเลิกงานมานั่งทำความเข้าใจกับภาษาคอมพิวเตอร์เหล่านี้ด้วยความตั้งใจ เพราะความรักในการเขียนโค้ดของเขานี่แหละ ที่พาเขาออกจาก o’reilly media ได้
ในที่สุดเค้าก็ได้มาทำงานกับ intel ยักษ์ใหญ่ใน ซิลิกอน วัลเลย์  และพัฒนาตัวเองต่อเนื่องด้วยการเรียนรู้ด้วยตัวเอง จนมาได้ทำงานอีกแห่งที่ HP ซึ่งตอนนั้นถือเป็นยักษ์ใหญ่ทางด้านธุรกิจ PC
เอฟ รับงานในการเขียนโปรแกรมทั่วไป และเริ่มหา community ในวงการเขียนโปรแกรมและพาเขาไปพบกับ เม็ก อาวริฮาน โปรแกรมเมอร์สาว ที่หลงไหลในการเขียนโปรแกรม และรักเทคโนโลยีเหมือนเอฟ
สุดท้ายด้วยโอกาสที่มากมายในสมัยนั้น และยังเป็นช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ ดอทคอม เค้าก็ได้เริ่มเปิดบริการเว๊บไซต์ ไดอะรี่ ง่าย ๆ ขึ้นมาในชื่อ blogger ซึ่งจะช่วยให้คนที่ไม่มีความรูู้ทางด้านคอมพิวเตอร์สามารถที่จะสร้างบล็อก ขึ้นมากได้
blogger โปรเจคแรกที่พลิกให้คนธรรมดา ๆ อย่าง เอฟ กลายเป็นเศรษฐี
blogger คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญของ เอฟเลยก็ว่าได้จากจุดเล็ก ๆ ซึ่งเรื่องของการเขียน บล็อกยังเป็นเรื่องใหม่ในสมัยนั้น ทำให้คนแห่เข้ามาใช้บริการอย่างมากมาย เพื่อเปิดพื้นที่ online ของตัวเอง โดยไม่จำเป็นที่ต้องมีความรู้ทางด้านการเขียนโปรแกรมใด ๆ
และมันเริ่มทำเงินได้ จาก ร้อยบล็อก ไปสู่พันบล็อก และพุ่งอย่างรวดเร็วจนไปถึง หนึ่งล้านบล็อก ในปี 2002 และมีคนมาใช้งานจากทั่วทุกมุมโลก กลายเป็นบริษัทจริง ๆ จัง  ๆ เริ่มมีการจ้างพนักงาน ออฟฟิสขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว
และตอนนี้เค้าได้กลายเป็นนักธุรกิจเต็มตัว และกำลังเป็นที่น่าจับตามอง ตัวเขาเองก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น จากสื่อต่างๆ  ที่มาสัมภาษณ์ ทำให้เค้าเริ่มมีชื่อเสียง และ blogger ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหล่านักลงทุนเริ่มหันมาสนใจ และทำให้ไปเตะตาบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google ในที่สุด
@noah (โนอาห์-Noah Glass)
@noah โนอาห์ กลาส อีกหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้ง
ทุกอย่างมันเหมือนถูกลิขิตไว้แล้วในปี 2002 ณ อพาร์ทเม้นต์ ของโนอาห์ เขากำลังนั่งอ่านนิตยาสาร ฟอร์บ ซึ่งมีเรื่องของ เอฟ ผู้ก่อตั้ง blogger ซึ่งขณะนั้นเริ่มดังแล้ว เพราะมีผู้ใช้งานจากทั่วโลกกว่า หนึ่งล้านบล็อก
และเค้าก็ต้องตกตะลึงไปมากกว่านั้น เมื่อเหล่มองไปยัง อพาร์ทเม้นต์ที่อยู่ตรงกันข้าม แล้วเห็นชายผู้เดียวกับ ที่เค้ากำลังอ่านในนิตยสาร ฟอร์บฉบับนั้น
ใช่แล้ว เค้าคือเอฟ เอฟและทีมงานย้ายสำนักงานกลับมาที่ อพาร์ทเม้นต์ชั่วคราว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องของโนอาห์พอดิบพอดี มันเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของเค้าทั้งสอง
และเนื่องจากโนอาห์เป็นคนที่มีบุคลิกอันสดใส และมีความเฟรนลี่ จึงกลายเป็นเพื่อนสนิทกันในที่สุด โนอาห์มักมานั่งดื่มเบียร์กับเอฟ ที่เฉลียงห้องที่อยู่ติดกันเสมอ และมักเสนอตัวมาช่วยเหลืองานเอฟ ที่เกี่ยวกับ blogger อยู่เสมอ
แม้ตอนนั้นโนอาห์ จะทำงานจากที่บ้านโดยทำโปรเจควิทยุแบบเถื่อน ๆ มาเกือบสองปีแล้ว แต่เขามักจะรู้สึกเหงา เพราะอยู่คนเดียว โดยภรรยาของเขากำลังเรียนวิชากฏหมายอยู่ จึงมักมาคลุกคลีอยู่ที่ห้อง เอฟอยู่เสมอ
ซึ่งทั้งคู่สนิทกันจนบอกความลับถึงสาเหตุที่ทำการย้ายทีมงานกลับมาที่อพาร์ทเม้นต์ของเอฟ
“Google ยื่นข้อเสนอขอซื้อ Blogger” เอฟกล่าวกับ โนอาห์ และไม่ให้ไปบอกใครโดยเด็ดขาด
จากนั้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปี 2003 ในที่สุดข่าวก็ออกอย่างเป็นทางการ google ปิดดีล ซื้อ blogger ได้สำเร็จ ตอนนี้เอฟ กำลังจะกลายเป็นเศรษฐีเต็มตัวแล้ว
google บริษัทยักษ์ใหญ่ เข้า take over blogger
ทีมงาน blogger ต้องย้ายไปอยู่ที่เดียวกับ office ของ google เอฟกลายเป็นคนดัง สื่อเริ่มตามเรื่องราวของเขามากขึ้น เกิดอะไรขึ้น กับหนุ่มชาวไร่จากเมืองเล็ก ๆ ใน เนแบรสกา สร้าง blogger และถูกซื้อโดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง google มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ชัด  ๆ
นับแต่นั้น โนอาห์ ก็ได้คิดริเริ่มโปรเจ็คใหม่ขึ้นมา ชื่อว่า AudBlog หรือ ออดิโอบล็อกเกอร์นั่นเอง ซึงเป็นแนวคิดคล้าย ๆ blogger ของ เอฟ แต่เป็นการลงเสียงในบล็อกแทน
โนอาห์ชวนเอฟ ให้มาลงทุนร่วมกับเขาได้ในที่สุด เอฟที่ตอนนี้กลายเป็นเศรษฐีย่อม ๆ AudBlog มันเปรียบเหมือนบริการดนตรี ที่ทำให้ง่ายสำหรับใครก็ตามที่ทำ และต้องการจะแบ่งปันคล้าย ๆ podcast ของ apple
และทั้งคู่ได้สร้างบริษัทใหม่ในชื่อ ซิติเซ็นแวร์ และเปลีียนชื่อบริการเป็น โอดีโอ และเริ่มจ้างคน มาร่วมกันพัฒนา platform ใหม่ตัวนี้
และเมื่อหมดสัญญากับ google เค้าก็ได้ลาออกจาก google อย่างเป็นทางการ ตอนนี้เงินในบัญชีของเค้าจากแต่ก่อนที่ไม่พอค่าเช่าอพาร์ทเม้นต์ ตอนนี้เอฟกลายเป็นเศรษฐีย่อม ๆ มีเงินหลายสิบล้านดอลล่าร์ อยู่ในบัญชีแล้วจากการขาย blogger เอฟจึงใช้เวลาพักใหญ่ในการไปออกเที่ยว เพื่อผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าในการทำ blogger มานานและปล่อยให้โนอาห์ดูแล โอดีโอ ไปชั่วคราวก่อน
โอดีโอ โปรเจคใหม่ของ เอฟ จะมาพิสูจน์ว่าเขาจะทำสำเร็จเป็นครั้งที่สองได้หรือไม่
ส่วนโปรเจ็คใหม่อย่างโอดีโอ เริ่มใช้เงินไปอย่างมากมาย จนเงินลงทุนของเอฟก้อนแรกใกล้หมด ตอนนี้ต้องได้รับการอัดฉีดเงินเพิ่มเติม โนอาห์ จึงไปปรึกษาเอฟ อีกครั้ง และรอบนี้ เอฟ ก็อยากพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ถึงเวลาแล้วที่เค้าต้องมาเป็น CEO ของ โอดีโอ และพิสูจน์ให้คนเห็นว่าเค้าไม่ได้แค่เกิดครั้งเดียวจาก blogger แล้ว ดับไป ตอนนี้เอฟ พร้อมแล้วที่จะปั้นธุรกิจอีกตัวให้กลายเป็นธุรกิจร้อยล้าน ได้แบบที่เคยทำกับ blogger
@jack (แจ๊ค- Jack Dorsey)
@jack หรือ jack dorsey อีกหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้ง twitter
สำหรับ แจ๊ค นั้นเป็นหนุ่มรักการเขียน code ธรรมดาคนหนึ่งในเมืองใหญ่ อย่างซานฟรานซิสโก ที่เต็มไปด้วยอัจฉริยะทางด้านคอมพิวเตอร์มากมาย
งานของเขาเป็นงานง่ายๆ  กับบริษัทขายตั๋วแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นงานที่คนที่เขียนโปรแกรมได้ทุกคนในโลก สามารถทำมันได้อยู่แล้ว มันเป็นงานจำเจที่น่าเบื่อ สำหรับแจ๊ค เค้ามักมานั่งทำงานในร้าน แคฟเฟ่ เซ็นโทร พร้อมกับคอมพิวเตอร์คู่กายของเค้าเสมอในทุก ๆ วัน
สไตล์ของแจ๊ค นั้น ไม่มีวี่แวว ของการเป็นอัจฉริยะทางด้านคอมพิวเตอร์เลย ทั้งการเจาะจมูกเพื่อใส่ห่วง สไตล์การแต่งตัวที่ indy มาก ๆ เหมือนวัยรุ่น punk ธรรมดา ๆ คนหนึ่งเพียงเท่านั้น
เมื่อก่อน ต้องเรียกว่า indy ตัวพ่อเลยทีเดียวสำหรับ jack
แต่แล้ววันหนึ่ง ก็ได้มีเหตุการณ์ ที่จะพลิกชีวิต เขาไปตลอดกาล ด้วยการที่ใช้ชีวิตใน ร้าน แคฟเฟ่ เซ็นโทร ทุก ๆ วันนั้น ทำให้วันหนึ่งเค้ามีโอกาสได้เจอกับเอฟในที่สุด
มันเป็นความบังเอิญ ที่เอฟ มาทานกาแฟที่ร้านนี้พอดี ซึ่งตอนนั้นเขาเพิ่งขาย Blogger ให้กับ Google ทุกคนในซิลิกอน วัลเลย์ รู้จักเอฟดี และแจ๊ค ก็เช่นกัน
แจ๊คคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่เค้าจะต้องเปลี่ยนงานที่แสนน่าเบื่อแบบนี้เสียที เขาหวังสุดใจว่าจะได้ทำงานให้กับธุรกิจเกิดใหม่ซักแห่ง และแล้วโชคชะตาก็พาให้เค้ามาเจอเอฟ ที่กำลังก่อร่างสร้างตัวใหม่กับ โอดีโอ พอดิบพอดี
ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้ โอดีโอ กำลังขยายเพื่อรับทีมงาน และอะไรมันจะช่างบรรจวบเหมาะขนาดนี้ แจ๊ค ส่ง resume ไปที่ โอดีโอ และได้รับการสัมภาษณ์ โดย เอฟ กับ โนอาห์ ซึ่งทั้งสามมีแนวคิดคล้าย ๆ กัน และที่สำคัญ แจ๊คก็ยังเป็นหนึ่งใน hacker มือฉมังอีกด้วย
และใช่เลย โอดีโอ ชอบคนพวกนี้อย่างมาก แนวคิดหลายๆ  เรื่องของแจ๊คค่อนข้างเตะตาเอฟ ทั้งเรื่องอุดมการณ์ทางด้านการเมือง แนวคิดการใช้ชีวิต รอยสักต่าง ๆ ในร่างกายแจ๊ค นั้นมันสื่อให้เห็นหลายด้านในตัวเขา แม้สกิลทางด้านการเขียนโค้ดของเค้า จะไม่ใช่ระดับอัจฉริยะก็ตามที ซึ่งตอนนี้มันก็ยังไม่เหมาะกับ โอดีโอ ที่เพิ่งเริ่มกิจการ ที่จะไปจ้างวิศวกรระดับอัจฉริยะในราคาแพงสูงลิ่ว ในซิลิกอน วัลเลย์ แจ๊คเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียวสำหรับ โอดีโอตอนนี้
และสุดท้าย ทังสามก็ได้ร่วมงานกันในที่สุด การทำงานของแจ๊ค ถือว่ามีประสิทธิภาพมาก เค้าค่อนข้างทำงานอย่างเป็นระบบ ที่โอดีโอ เค้ามักถูกโหวตจากเพื่อนให้เป็นพนักงานดีเด่นเป็นประจำ เป็นรางวัลที่เอฟตั้งขึ้นมาเพื่อให้เพื่อนร่วมงานโหวต คนทีทำงานได้ดีที่สุด
จะเห็นได้ว่า ทุกอย่างดูลงตัวอย่างมาก ยกเว้นเพียงอย่างเดียว คือ แจ๊ค จะเป็นคนที่ชอบทดลองอะไรที่แปลกประหลาด อยู่เสมอ ๆ ตัวอย่างเช่น การเดินไปตามถนนในซานฟรานซิสโก แล้วโชว์เบอร์โทรของเขา เปรียบเสมือน บิลบอร์ด เคลื่อนที่ แล้วรอให้คนโทรมา ถึงแม้หลายคนจะเมินคิดว่าเค้าเขาเป็นบ้า แต่ก็มีบางคนโทรมาจริง ๆ มันเป็นการทดลองที่แสนประหลาดอยู่เล็กน้อย
แต่ตอนนี้ แจ๊ค ได้พบสิ่งที่เขาต้องการในชีวิตแล้ว ได้ทำงานกับคนที่เขาปลื้มสุด ๆ อย่าง เอฟ รวมถึงได้เพื่อนซี้ใหม่อย่างโนอาห์ ตอนนี้ไม่มีอะไรที่ดีกว่านี้แล้วสำหรับ แจ๊ค
@biz (บิซ-Biz Stone)
@biz หรือ biz stone อีกหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้ง twitter
ทุกอย่างก็ไม่ต่างจากผู้ก่อตั้ง 3 คนแรก บิซ นั้นไม่ใช่อัจฉริยะ ทางด้านคอมพิวเตอร์ใด ๆ แต่มีความหลงใหลในเทคโนโลยีมาตั้งแต่เด็ก
เค้าเกิดมาในฐานะที่ยากจน ต้องใช้คูปองแลกอาหาร แม้จะได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างยากลำบาก ครอบครัวก็ทะเลาะกันบ่อย ๆ แต่มันแปลกอย่างนึง เขาไม่ได้กลายเป็นเด็กที่มีปัญหา หรือ ต้องปลีกตัวออกจากสังคม เหมือนเด็กทั่ว ๆ ไปที่เจอปัญหาครอบครัวแบบนี้
กลับกัน เขากลายเป็นเด็กที่สนุกสนาน ร่าเริง มีอารมณ์ขัน ซึ่งสุดท้ายมันก็ช่วยเหลือเขาให้ได้งานแรกกับเครือข่ายบล็อกที่ชื่อ Xanga แม้เขาจะไม่จบปริญญา และแทบจะเขียนโปรแกรมไม่เป็นเลยก็ตาม
ทำงานที่ Xanga ได้ไม่นาน เขาก็จำเป็นต้องลาออก เพราะมีปัญหากับเพื่อนร่วมที่กำลังนำเว๊บ ไปในทางผิดจริยธรรม ซึ่งเขาไม่โอเค
และเป็นที่มาของการได้มาเจอเอฟ บิซ นั้นได้อ่านเรื่องราวของเอฟ แล้วชอบในปรัชญาของเอฟ ที่สร้าง blogger มาก ๆ
ในที่สุดเขาก็ส่ง email หาเอฟ เพื่อแจ้งว่าเขาอยากร่วมงานกับ เอฟ  และหลังจากการสัมภาษณ์กันหลายรอบ การปล่อยมุขตลกของ บิซ และแนวคิดเรื่องจริยธรรมที่เค้าหนีมาจาก Xanga
Xanga อีกหนึ่งบริการ บล็อก งานแรกของ บิซ
ในที่สุด บิซ ก็ได้งานที่ google ซึ่งตอนนั้นเป็น เจ้าของ blogger แล้ว แม้ทาง google จะไม่ได้คิดเหมือนเอฟ แต่สุดท้าย เอฟก็สามารถดันให้ บิซ เข้ามาทำงานที่ google ได้สำเร็จ
เหล่าพนักงานของ blogger นั้นแตกต่างจาก พนักงานโดยทั่วไป ที่เป็นอัจฉริยะทางคอมพิวเตอร์ของ google อย่างชัดเจน พวกเขามักทานอาหารร่วมกันเฉพาะพนักงานของ blogger และมักรวมหัวกันนินทา เหล่าอัจฉริยะทางด้านคอมพิวเตอร์ของ google อยู่เสมอ
แต่หลังจากเอฟ ต้องออกจาก google ในปี 2004 บิซ ก็เริ่มที่จะลำบาก บรรดาหัวหน้างานคนใหม่ของ google ที่มาดูแลแทน เอฟ ไม่ได้ไว้ใจเขาเหมือนเอฟเลย ซึ่งถึงเวลาแล้วที่เขาต้องลาออกตามเอฟไป เพื่อไปทำโปรเจคใหม่ของเอฟ นั่นก็คือ โอดีโอ
ที่ google มีแต่วิศวกรอัจฉริยะ ซึ่งไม่เหมาะกับ บิซอีกต่อไป
เขาตัดสินใจลาออก ทิ้งเงินเดือนที่ได้รับมากมายที่ google รวมถึงสิทธิ์ที่จะได้รับหุ้นมูลค่ากว่า 2 ล้านเหรียญทันที เพราะ เอฟไม่ได้สนใจเรื่องเงินมากมายอยู่แล้ว
เขามาอยู่กับ โอดีโอ แต่มันเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่กว่าที่เค้าคิดไว้มาก สภาพออฟฟิส ที่เหมือนที่อยู่คนไร้บ้าน สวัสดิการหลาย ๆ อย่างที่ google เช่น อาหารฟรี รถบัสฟรี
วัฒนธรรม อาหารฟรี ที่ google บิซ จะไม่ได้เจออีกต่อไป
มันถูกแทนที่ด้วย การเดินทางด้วยเท้าเองของเขา และ อาหารฟรีเพียงอย่างเดียว คือ เมื่อเอฟอยากจะเลี้ยงเท่านั้น มันไม่ได้ฟรีทุกวันเหมือนอยู่ google อีกต่อไป
แต่ทุกอย่างมันกำลังจะเปลี่ยนไป  การทำงานร่วมกับเหล่าคนไร้ซึ่งปริญญา ใน โอดีโอ และกลุ่มคนที่บ้าบอคอแตกเหล่านี้ ส่วนผสมที่ดูยังไงก็ไม่ลงตัวมาก ๆ  แต่ด้วยความเทิดทูน เอฟ และรักเอฟ เจ้านายเก่าของเขา ทำให้เขาก็ต้องรับสภาพกับกลุ่มคนพวกนี้ และเริ่มโปรเจคใหม่ โปรเจคที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงโลกอีกครั้ง มันต้องยิ่งใหญ่กว่า blogger ซึ่งเป็นสิ่งที่เอฟเคยทำสำเร็จมาแล้ว อย่างแน่นอน
Founder
หลังจากได้อ่านเรื่องราวของเหล่าผู้ก่อตั้งทั้ง 4 แล้วนั้น มันเหมือน พรหมลิขิต ให้ทั้ง 4 ต้องมาเจอกัน เหล่าคนที่แทบจะไม่มีปัญญา เรียนจนปริญญาตรี ด้วยซ้ำ ความใกล้เคียงกับความเป็นอัจฉริยะทางด้านคอมพิวเตอร์ก็แทบจะไม่มีเลย แต่พวกเค้ากำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต คนทั่วโลก สิ่งที่มีอิทธิพลต่อโลกเราในยุคข่าวสารที่รวดเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป
อ่านตอนที่ 3 : PodCrash
Credit แหล่งข้อมูลบทความ
ช่องทางติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
อ่านเพิ่มเติม
https://m.facebook.com/tharadhol.blog
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
Kittipong Pipattanakosit
สนุกมากครับ
22 ธ.ค. 2018 เวลา 02:22
ชัยวัฒน์
สนุกดีครับ รออ่านตอนที่ทั้งสี่คนลงเอยกันได้ด้วยดี 555
5 ธ.ค. 2018 เวลา 23:10
1
ด.ดล Blog
😎😎😎
6 ธ.ค. 2018 เวลา 04:32
PATTHAWIKORN BOONRIN
🙏🏽🙏🏽🙏🏽
5 ธ.ค. 2018 เวลา 19:56
1
ด.ดล Blog
😄😄😄
5 ธ.ค. 2018 เวลา 19:56
PATTHAWIKORN BOONRIN
เรื่องราวของมาร์คมีมั้ยครับ อยากอ่านนน ไม่เคยอ่านที่ไหนเลย ขอบคุณครับ
5 ธ.ค. 2018 เวลา 19:54
1
5 ธ.ค. 2018 เวลา 19:56
1
Chayasit P. jack
เหมือนอ่านนิยาย 😀หนุกมากกก
5 ธ.ค. 2018 เวลา 15:55
1
ด.ดล Blog
ขอบคุณคร้าบ
5 ธ.ค. 2018 เวลา 15:55
Tonlong324
เขียนมันมาก
5 ธ.ค. 2018 เวลา 14:08
1
ด.ดล Blog
ขอบคุณครับ
5 ธ.ค. 2018 เวลา 14:08
money
อ้าว จบอีกแล้วว
5 ธ.ค. 2018 เวลา 10:16
1
ด.ดล Blog
😄😄😄
5 ธ.ค. 2018 เวลา 10:17
Tuck
สนุกๆๆ ครับ รอตอนต่อไป อย่างใจจด ใจจ่อ
5 ธ.ค. 2018 เวลา 09:10
1
ด.ดล Blog
👍👍👍
5 ธ.ค. 2018 เวลา 09:16