โพสต์


FOCUS : ทองคำได้รับแรงหนุนจากการประกาศปิดเหมืองแร่ในแอฟริกาใต้

ภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่กำลังเผชิญกับสภาวะที่ยากลำบาก จากการ Lockdown ของหลาย ๆ ประเทศเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของ Coronavirus ซึ่งเป็นการเตือนถึงสภาวะที่ต้องใช้ต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่ได้ผลผลิตลดลง

ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมโลหะและแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น แพลตตินั่ม, พาลาเดียม, ถ่านหิน, ทองคำ และแร่เหล็ก ถูกสั่งให้ปิดทำการเป็นระยะเวลา 21 วัน เนื่องจาก แรงงานหลายพันคนในเหมืองของแอฟริกาใต้ ทำงานในพื้นที่ "จำกัด" และพักอาศัยอยู่ในที่ "แออัดและคับแคบ"

แอฟริกาใต้เป็น 1 ในผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยเมื่อปีที่แล้วแอฟริกาใต้ส่งมอบทองคำทั้งหมดประมาณ 75% ของโลก และพาลาเดียมอีกประมาณ 40% ของโลก นอกจากนี้ยังเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของอุตสาหกรรมแร่เหล็ก ถ่านหิน ไททาเนียม แมงกานีส และสินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะวัดผลกระทบของการปิดเหมืองในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่ 2 ที่มีการปิดเหมืองแร่ หลังจากในสัปดาห์ที่ผ่านมา "เปรู" ได้ประกาศสั่งปิดเหมืองเป็นประเทศแรก

การที่ตลาดโลกสูญเสียวัตถุดิบบางอย่างไป อาจไม่ส่งผลต่อราคาในทันที โดยเฉพาะจากการที่ภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวลงเนื่องจากการปิดโรงงานและพรมแดนในประเทศต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม การปิดเหมืองที่ยืดเยื้อจะส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ และจะเป็นประโยชน์กับประเทศที่เหมืองยังคงเปิดทำการ เช่น ออสเตรเลียและแคนาดา เนื่องจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในประเทศเหล่านั้น ส่วนใหญ่จะใช้ระบบขุดเจาะแบบ "อัตโนมัติ" ทำให้สามารถลดการใช้แรงงานมนุษย์ลงไปอย่างมาก

การใช้แรงงานส่วนใหญ่ในออสเตรเลียและแคนาดาจึงเป็นรูปแบบของ "ทีมเล็ก ๆ" ที่มีความเข้าอกเข้าใจกัน มากกว่าที่จะเป็นการใช้แรงงาน "จำนวนมากและหนาแน่น" อย่างในแอฟริกาใต้

Harmony Gold บริษัทเหมืองขุดเจาะทองคำในแอฟริกาใต้กล่าวว่า การปิดตัวลงครั้งนี้ อาจส่งผลให้สูญเสียปริมาณผลผลิตประจำปีถึง 1.4 ล้านออนซ์

แหล่งข่าวกล่าวว่า แร่เหล็กอาจมีราคาสูงขึ้นมากที่สุด (เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนกับแร่อื่น ๆ) เนื่องจากแอฟริกาใต้เป็น 1 ในผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก และมันยังเป็นสินค้าที่จีนกำลังต้องการอย่างมาก หลังจากผ่านพ้นวิกฤตอันร้ายแรงของ Coronavirus และเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวกลับสู่สภาวะปกติ

ผู้ส่งออกแร่เหล็กในออสเตรเลียทั้งหมดรายงานว่าราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นในวันนี้

ข้อสังเกต : ในมุมมองของผู้เขียน ต่อให้ตอนนี้จีนจะควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว แต่ยังจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุม ติดตาม และตรวจสอบไปอีกสักพัก ไม่อาจวางใจได้ 100% ในระยะเวลาสั้น ๆ

ความต้องการในกลุ่มแร่เหล็ก ถ่านหิน และแมงกานีส ยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ภาคการผลิตทั่วโลกกำลังซบเซาลงก็ตาม

แม้ว่าในช่วงตลอด 1 ปีที่ผ่านมา จะมีการวิเคราะห์อย่างกว้างขว้างว่าราคาของแร่เหล็กจะลดลงไปสู่ระดับ 55 $/ตัน แต่จนถึงตอนนี้ราคาของมันก็ยังอยู่ที่ราว ๆ 88 $/ตัน ซึ่งสร้างความประหลาดใจในกับนักลงทุนบางกลุ่มอย่างมากในฐานะที่มันกลายมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

ราคาของถ่านหินเองก็เพิ่มขึ้น 17% ในปีนี้ มาอยู่ที่ประมาณ 165 $/ตัน

ราคาของแพลเลเดียมพุ่งขึ้นกว่า 12.7% ในวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นภายในวันเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2543 เหตุผลหลัก ๆ มาจากความกังวลเรื่อง Coronavirus และ Supply รวมถึงการแทรกแซงค่าเงินของธนาคารกลางทั่วโลก ฝั่งราคาทองคำและทองคำขาวก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น Goldmoney บริษัทที่ลงทุนเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลก ได้ประมาณไว้ว่าการแทรกแซงของธนาคารกลางครั้งใหญ่นี้จะผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากเป็นมากกว่า 2,600 $/oz ในระยะกลาง

การกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม และการติชมในเชิงสร้างสรรค์ของคุณ เป็นกำลังใจให้เราและเหล่าอาชีพนักเขียนทุกคนในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ขอเชิญทุกท่านร่วมสร้างสังคมการเรียนรู้ที่ดีด้วยกันกับเรา

World Maker

สามารถติดตาม World Maker ผ่านทาง Facebook ได้แล้ววันนี้ที่

https://www.facebook.com/WorldMakerTH

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
มุมมอง...ชาวบ้าน🌱🌱
ขอบคุณข่าวสารค่ะ
25 มี.ค. เวลา 13:22
afterlife
ช่วงเย็นวานนี้ก็งงอยู่ว่าทำไม spread ทองคำถึงห่างกันมากเหลือเกิน ยังคิดอยู่เลยว่าคงเป็นสถาบันที่เทรดกันเอง
25 มี.ค. เวลา 12:20
1
อะไรดี
เสียรายได้ไปเยอะเลย
25 มี.ค. เวลา 11:58
1
25 มี.ค. เวลา 11:53
1