รวมพลคนบางบอกดิก...
อารัมภบท
ณ สถานที่ใดที่หนึ่ง
ภายในห้องขังที่ผนังทั้งสามด้านทำจากปูนมีคราบตะไคร่และความชื้นเกาะที่ผนัง จนทำให้รู้สึกได้ถึงความหนาวเย็น ด้านเหน้าเป็นประตูเหล็กบานปิดที่ต้องเปิดจากด้านนอกเข้ามาเพียงอย่างเดียว
เหนือเพดานมีโคมไฟห้อยอยู่ มีบางครั้งที่แกว่งไปมา ทำให้แสงไฟที่สาดลงในห้องเคลื่อนไหวไปมา สลับกับความมืด
แสงไฟที่เคลื่อนไปมา ทำให้เห็นว่ามีผู้ชายสามคนนั่งอยู่อย่างสงบนิ่งที่มุมห้องแต่ละด้าน
ทั้งสามกวาดตามองกันไปมา สายตาแต่ละคนแตกต่างกันไป
หนุ่มใหญ่ท่าทางดูเป็นมิตรกับทุกคน เขาพยายามส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจไปยังผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่มุมหนึ่งของห้องขัง และเมื่อกวาดตามาอีกมุมห้องที่มีผู้ชายอีกคนนั่งอยู่ สายตาเขาแปรเปลี่ยนเป็นทั้งโกรธ ทั้งปวดร้าว
หนุ่มใหญ่พบว่าผู้ชายร่วมห้องขังทั้งสองคนทำให้ภาพอดีตเก่า ๆ ในชีวิตค่อย ๆ ปรากฎอย่างแจ่มชัด เหมือนเวลาที่คนฉายหนังเล่นเครื่องฉายหนังย้อนกลับ
หนุ่มใหญ่อีกคนที่นั่งอยู่มุมห้อง ก้มหน้าเป็นพัก ๆ สีหน้าเขาไม่ต่างจากคนที่ผ่านช่วงเวลาที่ดี และแย่มามากมาย แววตาแม้จะดูอ่อนล้า แต่ก็แฝงความเจ้าเล่ห์เพทุบายไม่เคยเปลี่ยน เขามองผู้ชายที่ท่าทีเป็นมิตรด้วยความกระอักกระอ่วนใจ ทั้งรู้สึกผิด และรู้สึกผูกพัน แต่เมื่อสายตาเขาไปปะทะกับสายตาแข็งกร้าวของชายอีกคนที่มุมห้องขัง หนุ่มใหญ่คนนี้สะดุ้งอยู่ในที เขาไม่แน่ใจว่าเขาควรรู้สึกอย่างไรกับชายที่ส่งสายตาเคียดแค้นคนนี้ หนุ่มใหญ่ทบทวนถ้าย้อนเวลาได้ เขาจะยังทำอะไรที่เลวร้ายแบบที่สมัยหนุ่ม ๆ เขาทำไว้หรือไม่
หนุ่มใหญ่ที่ส่งสายตาเคียดแค้นไปยังชายร่วมห้องทั้งสองคน ใบหน้าเขาดุดัน เหนือริมฝีปากไว้หนวดเรียว ท่าทางคล้ายคนที่ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน ที่ต่างจากเพื่อนร่วมห้องที่เหลือคือเขาคือชายคนนี้ถูกใส่กุญแจมือทั้งสองข้างไว้ แม้ว่าจะนั่งสงบนิ่ง แต่สายตาทั้งคู่ของเขาก็จ้องมองเพื่อนร่วมห้องด้วยความแค้น แต่ลึกลงไปในสายตาเคียดแค้นกลับซุกซ่อนความสับสนเมื่อเขามองไปยังชายท่าทีเป็นมิตร เพราะมันทำให้เขาหวนคิดถึงใครบางคน
แม้ในห้องขังนั้นจะมีคน แต่ก็เหมือนไม่มี เพราะทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบงัน คล้ายรอเวลาว่าใครที่อดรนทนไม่ไหวจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นพูดขึ้นก่อน
เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ เนิ่นนานจนไม่แน่ใจว่านานเท่าไร และในทีสุด ความเงียบงันก็ถูกทำลายลง
“คุณภาพ...เอ่อ...เสือมุบ...” สำเนียงติดเหน่อแต่ดูจริงใจดังขึ้นจากหนุ่มใหญ่ท่าทีเป็นมิตร “บาดเจ็บรึเปล่า?” ถามพลางส่งสายตาด้วยความเป็นห่วงไปที่ชายไว้หนวดที่นั่งมุมห้อง
เสือมุบชายไว้หนวดเงียบ ไม่ใช่ไม่ได้ยิน แต่เขาเลือกจะไม่ตอบ เพราะเขาสับสนว่าความรู้สึกที่มีต่อกำนันข้าวคืออะไรกันแน่
“เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจดังขึ้น “เอ็งจะไปถามมันทำไมวะไอ้ข้าว เอ็งก็รู้ว่ามันแค้นพวกเราสองคนมากแค่ไหน?” เสียงจากชายร่วมห้องบ่นขึ้น “นี่ดีนะที่มันถูกใส่กุญแจมือไว้ ไม่งั้นมันคงฆ่าเราสองคนไปแล้ว”
“ไอ้ก้อม...เอ็งเงียบไปเลย” กำนันข้าวเอ่ยขึ้น “เรื่องทั้งหมดที่มาถึงวันนี้ ไม่ใช่เพราะเอ็งเหรอ?”
“อ้าว ๆ ๆ ไอ้ข้าว เอ็งก็มีส่วนนะ อย่าลืมว่า เอ็งคือคนที่แย่งคนรักมาจากเสือมุบนะ” ก้อมย้อนกลับ
“ก็ถ้าไม่ใช่เพราะความทะเยอะทะยานอยากได้ใคร่มีของเอ็ง พวกเราจะเป็นแบบนี้ไหม?” ข้าวอดไม่ไหวต้องเถียงขึ้น
“หยุดเถียงกันได้แล้ว รำคาญ!” เสือมุบตะโกนดังลั่นห้อง
มันดังมากพอที่จะทำให้ทั้งข้าว และก้อมสงบปากลง
“เรื่องความแค้นของพวกเรา ช้าเร็วก็ต้องสะสาง แต่เวลานี้ท็อปเหลียงจับพวกเราสามคนมาขังไว้ด้วยกันเพื่ออะไรกัน? เสือมุบเอ่ยขึ้นบ้าง
ทั้งสามเงียบลง ต่างก็พยายามทบทวนทำไมพวกเขาถึงถูกจับมารวมกันที่นี่
ทำไม?
ภาพหลายภาพปรากฎขึ้นในความคิดแต่ละคน มันมาจากความทรงจำเก่า ๆ ก่อนหน้านี้
เสียงแห่งความครึกครื้นดังแว่วแต่ไกล
ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยเดินจูงมือลูกเด็กเล็กแดง บ้างถีบจักรยาน บ้างมากันเป็นครอบครัว แต่จุดหมายของทุกคนเป็นสถานที่เดียวกัน นั่นคือ “วัดบางบอกดิก”
งานประจำปีของวัดบางบอกดิก และ หมู่บ้านบางบอกดิก
....
โปรดติดตามได้ในเร็ว ๆ นี้
หลังจากที่ผมได้ประกาศ “หยุดเขียน” ไปแล้ว
ระหว่างที่มีเวลาว่างมากขึ้น ผมได้กลับมาอ่านนิยาย “บางบอกดิก” อีกครั้งหนึ่ง
สิ่งที่ผมค้นพบก็คือ “มิตรภาพและความผูกพัน” ของบรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่ชาวนักเขียนในบีดี ที่มาแสดงความเห็นท้ายนิยายในแต่ละตอน และต่างก็สนุกสนานไปกับบรรดาตัวละครร่างอวตารของเพื่อน ๆ นักเขียน
อาจจะกล่าวได้ว่า “บางบอกดิก” เป็นอะไรมากกว่าเป็นแค่นิยายย้อนยุคเรื่องหนึ่ง
ในวันนี้หลายคนจากไป หลายคนหยุดเขียน หลายคนยังคงอยู่ต่อไป และมีนักเขียนหน้าใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามา
ที่ทุกท่านได้อ่านไปแล้วเป็นตอนอารัมภบทของนิยายในตำนาน “บางบอกดิก 2”
ใช่แล้วครับ...ผมตัดสินใจเริ่มแต่งนิยายต่อแล้วอีกครั้ง ตามคำเรียกร้อง
สำหรับคนที่เคยอ่านนิยายในภาคแรก การที่ผมเปิดเรื่องด้วยตัวละครหลัก 3 คน ย่อมสร้างความสงสัยให้แก่แฟนประจำ พวกเขาทั้งสามมาอยู่ด้วยกันได้อย่างไร แล้วมันเกิดอะไรขึ้น
เสน่ห์ประการหนึ่งของนิยายบางบอกดิก คือ การไม่เล่าเรื่องตามลำดับเวลา และทิ้งปริศนาไว้ตลอดไม่ใช่เหรอครับ
ผมอยากบอกแฟนประจำว่า ผมเริ่มต้นเขียนนิยาย
บางบอกดิก 2 แล้วนะครับ แต่จะเสร็จเมื่อไหร่ และได้อ่านกันเมื่อไหร่นั้น คงต้องขอให้รอต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพราะครั้งนี้ ผมตั้งใจจะเขียนเรื่องจนจบ มากกว่าจะแต่งไปเขียนไปลงไปครับ
จะมีตัวละครร่างอวรตารนักเขียนคนใดบ้างทั้งเก่า และใหม่มาปรากฎใน “บางบอกดิก 2” และชะตากรรมของบรรดาตัวละครเดิม ๆ ทั้งหลายของนักเขียนที่ปัจจุบันไม่ได้เขียนบทความในบีดีแล้ว จะเป็นอย่างไรต่อไป คงเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากรู้
สำหรับนักอ่านรุ่นใหม่ที่เพิ่งมาอ่านบทความชิ้นนี้ เพื่ออรรถรสในการอ่าน ผมขอแนะนำให้ทุกท่านกลับไปอ่าน “บางบอกดิก” ภาคแรก จำนวน 14 ตอนก่อนนะครับ ทุกคนจะได้ไม่งุนงงกับบรรดาตัวละครในภาคสอง
อ่านย้อนหลัง "บางบอกดิก" ได้ที่นี่...
ใครเป็นใครในบางบอกดิก
ก่อนจากกันผมหวังว่า ผมจะมีแรงบันดาลใจ และเขียนนิยายเรื่องนี้จนจบนะครับ
จำได้ไหมที่ผมบอกว่า เมื่อถึงเวลา...เราจะพบกันอีกครั้ง
แล้วพบกันในเร็ว ๆ นี้ครับ
มูฟวี่ เมืองกรุง
ขอบคุณที่มาภาพประกอบ: HadyaiFocus, peopleMthai.com, tvpoolonline.com

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความคิดเห็น
Madam Schoko
หืมมมมม ตอนนี้มีแต่หนุ่มใหญ่ๆ ทั้งนั้น มาดามมันเขี้ยวววว😏
13 พ.ย. 2020 เวลา 17:12
หนูพา
ตามมาอ่านแล้วค่าาา ดีจุง ปลุกวิญญานหมู่บ้านกันอีกครั้ง 😊
5 ก.ย. 2020 เวลา 14:53
หนูพา
ขอบคุณค่ะ จะรีบตามไปนะคะ 🙂
7 ก.ย. 2020 เวลา 05:55
เพ(ร)าะความสุข..อยู่รอบตัว
ดีใจที่พี่มูฟกลับมาเขียน บางบอกดิก ต่อนะครับ นิยายสนุก ๆ พร้อมคอมเม้นฮา ๆ ระดับ 200 up เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้ว 🥳
5 ก.ย. 2020 เวลา 13:13
เพ(ร)าะความสุข..อยู่รอบตัว
ตอนใหม่มาแล้ว ต้องไม่พลาด อิอิ
6 ก.ย. 2020 เวลา 14:59