1 มิ.ย. 2019 เวลา 11:07 • การศึกษา
บทความเรื่อง: เราเกิดมาพร้อมความเหงา ตอนที่ 4
ความเหงาเรื้อรัง อาจกำลังเล่นงานคุณอยู่ โดยที่คุณไม่รู้ตัว
อันตรายจากความเหงาเรื้อรัง
เมื่อคุณได้รับความเจ็บปวดทางกาย (Physical Pain) สมองจะรับรู้ว่ามันเป็นภัยคุกคาม ทำให้คุณเกิดความเครียด (stress) ทำให้ร่างกายคุณอยู่ในสถานะตื่นตัว พร้อมต่อสู้หรือหนี (Fight or Flight)
แต่เมื่อคุณอยู่ในสถานะได้รับความเจ็บปวดทางกายนานๆ (Chronic Pain) สมองและร่างกายของคุณก็จะมีการปรับตัวต่างๆ เพื่อให้คุณพยายามอยู่กับความเครียดระยะเวลายาวๆนี้ให้ได้
ความเจ็บปวดจากการขาดสังคม (Social Pain) ซึ่งเกิดจากความเหงา, สมองก็จะรับรู้ว่ามันเป็นภัยคุกคาม เหมือนกับที่มันรับรู้ความเจ็บปวดทางกายภาพ และทำให้เกิดความเครียดได้ ไม่ต่างกับความเจ็บปวดทางกาย
ในปัจจุบันนี้ เพียงแค่เรามีมือถือ และอินเตอร์เน็ต เราก็สามารถคุยกับใครก็ได้แล้ว
โอเค สมมติในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เราไม่มีเพื่อนใน line หรือ facebook เลย เราก็ยังสามารถหาคนคุยได้ ผ่านช่องทางต่างๆมากมาย
ดังนั้น จึงเป็นอะไรที่ยากมาก ที่ในยุคนี้ เราจะยัง รู้สึกเหงา
ซึ่งก็ไม่จริงเลย ยุคนี้ คือยุคที่มีคนเหงา เพิ่มขึ้นสูงมากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นปัญหาระดับโลก จนอาจถูกยกระดับถึงขั้นเป็น "ยุคแห่งการระบาดของความเหงา (Loneliness Epidemic)"
ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเหงานั้นมีมากมายดังที่เคยกล่าวไป แต่สิ่งหนึ่งที่น่าตกใจ คือ ตัวความเหงาเรื้อรัง นั่นเอง
ความเหงาเรื้อรัง ก็ยิ่งทำให้เราแปลกแยกจากสังคม มากขึ้นไปอีก
ดังที่กล่าวไว้ว่า พันธุกรรมหรือ set คำสั่งในตัวคนเรานี้ ก็ยังเป็นอันเดียวกันกับเมื่อสมัยเราเป็นมนุษย์ถ้ำ หลายหมื่นหลายแสนปี
จินตนาการถึงมนุษย์ถ้ำที่ถูกทิ้งให้อยู่รอดด้วยตัวคนเดียวนานๆ จากเดิมที่สมาชิกในกลุ่มจะช่วยๆกันระวังภัยคุกคาม จากเดิมที่มันสามารถนอนหลับได้สนิท
การที่มันต้องอยู่คนเดียว มันก็จะต้องระแวงสิ่งรอบข้างมากขึ้น ระวังสิ่งแปลกหน้ามากขึ้น ปรับตัวให้Sensitiveกับสิ่งต่างๆมากขึ้น เพื่อให้มันเอาตัวรอดได้นานที่สุด
ความเหงาในสมัยนั้น จึงเท่ากับการต้องระวังและระแวงผู้คน สิ่งมีชีวิตอื่นๆ และสิ่งรอบข้างมากขึ้น นั่นเอง
ย้อนกลับมาในโลกปัจจุบัน ความเหงาอันเรื้อรัง ก็จะทำให้สมองของคุณปรับตัวเพื่อป้องกันภยันตรายต่างๆนี้ แทนที่ยิ่งคุณเหงา คุณก็ต้องรีบหา social connection แต่เปล่าเลย สมองสั่งให้คุณยิ่งต้องระแวงคนอื่นๆมากขึ้น ยิ่งทำให้คุณหา connection นั้น ยากขึ้นนั่นเอง
ความเหงาเรื้อรัง ปรับความคิดของคุณ โดยการทำให้คุณรู้สึกว่าคนรอบข้างตัวเป็นมิตรน้อยลง มีความเป็นศัตรูมากขึ้น มีความประสงค์ร้าย พร้อมจะทำร้ายคุณมากขึ้น สมองจะปรับตัวให้ไวต่อสิ่งกระตุ้นทางสังคมมากขึ้น ปรับตัวให้ไวต่อปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมากขึ้น ไวต่อ Social signal ต่างๆมากขึ้น เช่นสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียงมากขึ้น แต่ “ความไว” นี้ก็เพื่อการอยู่รอด มันจึง “ไว” แต่ “แปรผล” สารต่างๆให้ไปในทางลบมากขึ้น (More Hostile) นั่นเอง
ดังนั้น ความเหงาเรื้อรัง แม้จะทำให้คุณยิ่งใส่ใจความรู้สึกคนอื่นมากขึ้น แต่มันทำให้คุณตีความแปลสารไปในทางลบมากขึ้น ยิ่งทำให้คุณระวังตัวในการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นมากขึ้น เกิดเป็นวงจรอุบาทก์ ที่ทำให้คุณยิ่ง Disconnect กับคนอื่นๆ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมองคนในแง่ร้ายมากขึ้น รู้สึกคนรอบข้างพร้อมจะทำร้ายคุณมากขึ้น คำพูดคนรอบข้างพร้อมจะบาดจิตใจคุณมากขึ้น และรู้สึกคนรอบข้างไม่เห็นคุณค่าของคุณมากขึ้น.....
ให้ตระหนักไว้ว่า คุณอาจโดนความเหงาเรื้อรัง เล่นงานอยู่...โดยไม่รู้ตัว
อ่านบทความนี้ตอนที่ 1 ได้ที่
For the full list of references, please click here click "Visit"
โฆษณา