22 ก.ย. 2019 เวลา 11:01 • ประวัติศาสตร์
การล่มสลายของ​ Aztec ตอนที่ 2
7.
หลายเดือนผ่านไปนับตั้งแต่วันที่คอร์เตสขึ้นฝั่งและตั้งเมืองเวราครูซขึ้น
ในเวลานี้คอร์เตสมีเมืองที่สามารถใช้เป็นที่มั่นสำคัญ
มีชนเผ่ามายาหลายเผ่าที่ยินดีเป็นพันธมิตรในการโค่นล้มอาณาจักรแอซเทค
เขาพร้อมแล้วที่จะเดินทางไปยังแอซเทค
แต่ก่อนจะออกเดินทางก็มีเหตุบางอย่างที่ทำให้การบุกแอซเทคจึงต้องเลื่อนออกไป
กองทหารจากคิวบาที่ส่งมาเพื่อตามล่าคอร์เตสมาถึงเมืองเวราครูซในช่วงเวลานั้นพอดี
อย่างไรก็ตามด้วยกลยุทธ์การต่อสู้ที่เหนือกว่าร่วมไปกับความคุ้นเคยในพื้นที่มากกว่า
ทหารของคอร์เตสจึงสามารถเอาชนะกองทัพที่ส่งมาตามล่าตัวเขาลงได้อย่างไม่ยากนัก
และเพราะเหตุการณ์นี้ คอร์เตส จึงได้รู้ความจริงบางอย่างว่า ในหมู่ทหารของเขานั้นยังมีคนที่จงรักภักดีกับ Velázquez อยู่จำนวนหนึ่ง และมีคนลังเลที่จะเดินทางไปต่ออยู่ไม่น้อย
สิ่งที่คอร์เตสทำเพื่อแสดงให้เห็นว่า เขาไม่ใช่คนที่ใครจะมาหักหลังได้ง่ายๆคือ
การจับหัวโจกที่ปลุกปั่นให้คนอื่นๆลุกขึ้นต่อต้านแขวนคอ
ส่วนทหารคนอื่นๆที่คิดจะหักหลัง คอร์เตสเลือกจะไม่สังหารแต่สั่งให้ตัดเท้าทั้งสองข้างทิ้ง
3
และเพื่อให้แน่ใจว่าในอนาคตจะไม่มีใครหักหลังและคิดจะหนีกลับไปคิวบาอีก คอร์เตสจึงสั่งให้ทำลายเรือของพวกเขาทิ้ง โดยเก็บเศษไม้เหล็ก และสิ่งของที่พอจะใช้ได้เอาไว้ นอกนั้นโยนทิ้งลงทะเลให้หมด
3
ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1519 คอร์เตสก็เริ่มนำทัพออกเดินเท้ามุ่งหน้าไปยังเมืองแอซเทค
1
ตลอดเส้นทาง เขาต้องเดินทางเข้าป่า ผ่านที่ราบ และขึ้นเขาไปเรื่อยๆ คอร์เตสใช้เวลาเดินทัพอยู่นานสามเดือน
ระหว่างทางมีการเผชิญหน้ากับชนเผ่าต่างๆไปตลอดเส้นทาง
บางครั้งก็เป็นการพบกันแบบสันติ บางครั้งก็ต้องต่อสู้กัน
แต่ก็มีหลายครั้งเมื่อชนเผ่าที่ต่อสู้ด้วยรู้ความตั้งใจว่าคอร์เตสต้องการจะโค่นแอซเทคก็ส่งนักรบมาเข้าร่วมเป็นพันธมิตรเดินทัพไปด้วย
แต่ระหว่างทางที่เดินไปนั้น คอร์เตสไม่เคยรู้เลยว่า
กองทัพของเขาถูกซุ่มจับตามาโดยตลอด
8.
นับตั้งแต่วันที่เรือของคอร์เตส มาเทียบชายฝั่งเมื่อหลายเดือนก่อนหน้า คอร์เตสถูกซุ่มจับตาจากสายสืบชาวแอซเทคมาโดยตลอด
ดังนั้นความเคลื่อนไหวของคอร์เตสทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเมืองเวราครูซ การหาพันธมิตรเผ่าต่างๆมาเข้าร่วมทัพ รวมไปถึงการออกเดินทัพเพื่อไปบุกแอซเทค
ล้วนอยู่ในสายตาของม็อกเตซูม่า (มอนเตซูม่าที่ 2 หรือมอเตคาซูม่า) กษัตริย์แอซเทคมาโดยตลอด
1
Moctezuma II ภาพจากวิกิพีเดีย
สายลับที่แอบติดตามดู ไม่เพียงแค่คอยส่งข่าวการเคลื่อนไหวแต่ยังวาดรูปของคอร์เตสส่งให้ม็อกเตซูม่า กษัตริย์ของแอซเทคดูอีกด้วย
มอนเตซูม่าจึงสามารถที่จะขยี้ทัพของคอร์เตสอย่างง่ายดายมาตั้งแต่ต้น
แต่กษัตริย์ม็อกเตซูม่า ก็ไม่เคยทำเช่นนั้น
ต่อมาแม้ว่ากองทัพผสมสเปนและชนเผ่าที่เกลียดแอซเทคจะมีขนาดใหญ่ขึ้นแต่ก็ยังถือว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับกองทัพของแอซเทค แต่ม็อกเตซูม่าก็ยังไม่โจมตีอยู่ดี
1
เมื่อคอร์เตสเข้าไปใกล้เมืองมากขึ้นเรื่อยๆ จนม็อกเตซูม่าคิดว่าต้องทำอะไรบางอย่าง
สิ่งที่ม็อกเตซูม่าตัดสินใจทำคือ นำคนมาส่งของขวัญมีค่าให้มากมาย และขอให้คอร์เตสหยุดการเดินทัพ แล้วหันหลังกลับไป
แต่เมื่อชาวสเปนเห็นทองมากมายก็เกิดความรู้สึกโลภ และเชื่อว่าที่เห็นเป็นเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น อาณาจักรแอซเคคงจะเป็นดินแดนแห่งทองคำ
จึงปฏิเสธที่จะถอยกลับ
คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมม็อกเตซูม่า จึงตอบสนองเช่นนั้น ?
ในแง่กำลังทหาร ชนเผ่าแอซเทคซึ่งมีประชากรหลักหลายล้านก็มีกำลังทหารเหนือกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้เลย ในแง่ภูมิศาสตร์ชาวแอซเทคก็คุ้นเคยกับพื้นที่เป็นอย่างดี และเห็นทุกการเคลื่อนไหวของชาวสเปนมาโดยตลอด ถ้าต้องการจะกำจัดผู้รุกรานชาวสเปนก็สามารถทำได้ตลอดเวลา
จะเข้าใจเหตุผลของม็อกเตซูม่า เราจำเป็นต้องไปเข้าใจเรื่องราวบางอย่างที่เชื่อว่าเกิดขึ้นมานานหลายร้อยปีก่อนหน้าที่คอร์เตสจะมาถึง
9.
ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า ชาวแอซเทค ดั้งเดิมเป็นใครมาจากไหน แต่ที่แน่ๆคือ พวกเขาไม่ใช่คนท้องถิ่นของ mesoamerica แต่เป็นชนเผ่าที่อพยพมาจากที่อื่น
เชื่อว่าถิ่นเดิมของชาวแอซเทคน่าจะอยู่ทางทิศเหนือขึ้นไปในดินแดนที่มีชื่อว่า Aztlan
เมื่อชาวแอซเทคเดินทางมาตั้งรกรากในดินแดนแห่งนี้พวกเขาก็รับเอาวัฒนธรรมและความเชื่อหลายๆอย่างของคนที่เคยอยู่มาก่อน มาผนวกเข้ากับวัฒนธรรมและความเชื่อของพวกเขา
4
ดินแดนที่ชาวแอซเทคมาตั้งรกรากนั้นเดิมเคยเป็นที่ตั้งของเมืองในตำนานแห่งหนึ่ง ที่มีชื่อว่า โทลลาน (Tollan)ซึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโทลเทค (Toltec)ที่ยิ่งใหญ่ (แต่ไม่มีใครรู้ว่าอารยธรรมนี้มีอยู่จริงแค่ไหนเพราะเรามีแต่เรื่องเล่าขานผ่านชาวแอซเทคเท่านั้น)
1
ในวันที่ชาวแอซเทคเดินทางมาสร้างเมืองนั้น เมือง โทลลาน ล่มสลายไปนานแล้วแต่วัฒนธรรมและความเชื่อของ โทลเทค ยังคงอยู่และไม่เพียงแค่คงอยู่ แต่เป็นตำนานที่ชนเผ่าต่างๆในดินแดนนี้เชื่อถือและศรัทธา
1
และเป็นความเชื่อของอารยธรรม โทลเทคนี้เอง ที่ทำให้มอนเตซูม่า เลือกที่จะไม่โจมตีกองทหารของเฮอร์นัน คอร์เตส
10.
เคยได้ยินทฤษฎีของการเกิดจักรวาลที่ชื่อว่าบิ๊กแบงไหมครับ
เริ่มต้นจากความไม่มีอะไรเลย ไม่มีอากาศ ไม่มีอวกาศ แล้วในเศษเสี้ยวของวินาทีก็เกิดการขยายตัวของจักรวาลขึ้นมา จากนั้นก็เกิดกาแล็คซี่ต่างๆ เกิดกาแล็คซี่ทางช้างเผือก เกิดพระอาทิตย์
เกิดโลก เกิดพระจันทร์ เกิดสิ่งมีชีวิต แล้วสิ่งมีชีวิตก็วิวัฒนาการ ไปจนเกิดมนุษย์ขึ้น
1
ฟังแล้วไม่น่าเชื่อใช่ไหมครับ?
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะทฤษฏีบิ๊กแบงเป็นเรื่องหลอกเด็กครับ
1
ผมจะเล่าเรื่องจริงให้ฟังว่า ความจริงแล้วจักรวาล โลกและมนุษย์มีต้นกำเนิดมาอย่างไร รับรองว่าเรื่องที่ผมจะเล่านี้ เข้าใจง่าย น่าเชื่อและสมเหตุสมผลกว่าเยอะ
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าโลกที่เราอาศัยกันอยู่นี้เป็นโลกซึ่งเกิดมารอบที่ 5 แล้ว
ใช่ครับ โลกเกิดขึ้นมาและล่มสลายไปแล้วถึง 4 รอบ
เรื่องราวทั้งหมดเป็นแบบนี้ครับ
2
โลกรอบที่ 1
สร้างโดยเทพเจ้าที่ชื่อ Tezcatlipoca (เทส-คัท-ลี-โพคา)โลกรอบแรกนี้เกิดขึ้นและตั้งอยู่นานประมาณ 676 ปี มนุษย์ในโลกรอบที่ 1 นี้มีร่างกายที่สูงใหญ่เหมือนยักษ์
สามารถถอนต้นไม่ใหญ่ๆออกจากดินได้ง่ายดาย
Tezcatlipoca
แต่มีเทพเจ้าอีกองค์ที่ชื่อ Quetzalcoatl(เคต-ซา-โค-อัท-ทัล)ไม่ชอบโลกใบนี้จึงทำลายโลกรอบที่ 1 ทิ้งไปแล้วสร้างโลกใบที่ 2 ขึ้นมา
Quetzalcoatl
โลกใบที่ 2
สร้างโดยเทพเจ้า Quetzalcoatl มีมนุษย์ที่หน้าตาไม่ต่างไปจากพวกเราเลย แต่โลกใบนี้ก็คงอยู่ไม่นานเช่นกันคือมีอายุแค่ 364 ปีก็พังทลายลงด้วยลมพายุที่ เทพเจ้า Tezcatlipoca (เทซ-คัต-ลิ-โพ-คา เทพผู้สร้างโลกใบแรก)ส่งมาเป็นการแก้แค้น
แต่โลกก็ถูกสร้างขึ้นอีกครั้งเป็นรอบที่ 3
1
โลกใบที่ 3
ถูกสร้างขึ้นโดยเทพเจ้าองค์อื่นที่ไม่ใช่เทพเจ้า Tezcatlipoca และ Quetzalcoatl โลกใบนี้ตั้งอยู่นานประมาณ 312 ปี แล้วก็ถูกเทพเจ้า Quetzalcoatl (ที่ทำลายโลกใบแรก) ทำลายลง
แต่โลกก็ถูกสร้างขึ้นอีกครั้งเป็นรอบที่ 4
โลกใบที่ 4
ถูกสร้างขึ้นโดยเทพเจ้าองค์อื่นเช่นกัน โลกใบนี้ตั้งอยู่นาน 676 ปี แล้วก็ถูกทำลายลงโดยเทพเจ้าที่สร้างโลกใบนี้ขึ้นมาเอง
แต่โลกก็ถูกสร้างขึ้นอีกครั้งเป็นรอบที่ 5
1
โลกใบที่ 5
ซึ่งเป็นโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ สร้างขึ้นจากความร่วมมือของเทพเจ้า Tezcatlipoca และ Quetzalcoatl โดยทั้งคู่ร่วมมือกัน สังหารปีศาจร้ายแห่งทะเล แล้วฉีกร่างเป็นสองส่วน
ส่วนหนึ่งนำไปสร้างเป็นท้องฟ้า อีกส่วนนำไปสร้างเป็นพื้นดิน โลกจึงมีท้องฟ้า ทะเล และผืนแผ่นดินเกิดขึ้น
1
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าร่างกายของปีศาจจะถูกฉีกเป็นสองส่วนแล้ว แต่ร่างกายปีศาจยังหิวโหยอยู่ตลอดเวลา ทำให้ท้องฟ้าและแผ่นดินมีแนวโน้มจะไม่เสถียร
เทพเจ้าทั้งสองจึงให้สัญญากับร่างกายปีศาจว่า
จะคอยหาเลือดและหัวใจมาสังเวยให้อย่างสม่ำเสมอแลกกับการให้พรและคงอยู่เป็นแผ่นฟ้าและแผ่นดินไปเช่นนั้นตราบนานเท่านาน
1
ด้วยเหตุนี้ (และเหตุผลอื่นอีก) มนุษย์จึงต้องคอยหามนุษย์หรือสัตว์อื่นมาฆ่าเพื่อบูชายันให้กับเทพเจ้าเป็นประจำ ถ้าไม่ทำเช่นนั้น โลกใบที่ 5 ก็จะล่มสลายลง
และการล่มสลายครั้งนี้จะเป็นอันจบสิ้น เพราะจะไม่มีโลกใบที่ 6 เกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง
1
ทั้งหมดนี้ก็คือ คำอธิบายที่แท้จริงว่า โลกและจักรวาลเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
1
คราวนี้ผมจะเล่าให้ฟังว่ามนุษย์เกิดขึ้นมาได้อย่างไร
เช่นเคยครับ ลืมทฤษฎีที่พวกนักชีววิทยาเชื่อกันไปก่อน
ทฤษฎีเซลล์ของชวานและชไลเดน ทฤษฎีพันธุกรรมของเมนเดล หรือทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ลส์ ดาร์วิน เป็นเรื่องแต่งทั้งนั้นครับ
ผมจะเล่าเรื่องจริงให้ฟัง
1
หลังจากโลกใบที่ 5 ถูกสร้างขึ้นแล้ว
เทพเจ้า Quetzalcoatl ก็ต้องการจะสร้างมนุษย์ขึ้นมาใหม่ แต่เพื่อที่จะไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ เทพ Quetzalcoatl จึงลงไปยังโลกใต้พิภพเพื่อไปเก็บเศษกระดูกของมนุษย์ที่เคยเกิดขึ้นในโลกใบก่อนๆขึ้นมา
จากนั้นก็นำมาให้ พระแม่ธรณีช่วยบดกระดูกจนเป็นผงละเอียด
เมื่อได้กระดูกที่ถูกบดเป็นผงแล้ว เทพ Quetzalcoatl ก็หลั่งเลือดตัวเองลงไปในผงกระดูกนั้น แล้วค่อยๆปั้นร่างกายของมนุษย์ขึ้นมาใหม่
และนั่นก็คือ เรื่องราวการกำเนิดของพวกเราที่แท้จริงครับ มนุษย์ โฮโม เคตซัลโคอัททัล (Homo quetzalcoatl)
3
ภาพ Homo quetzalcoatl และลูกในถิ่นหากินตามธรรมชาติ
เมื่อมีแผ่นฟ้า แผ่นน้ำ แผ่นดินและมนุษย์แล้ว ก็มาถึงกำเนิดของพระอาทิตย์กันบ้าง
เทพเจ้ารู้ว่าแสงแดดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต โลกจึงต้องมีพระอาทิตย์บนท้องฟ้า
และเพื่อจะสร้างพระอาทิตย์ดวงใหม่ขึ้นมา เทพเจ้าทั้งหลายจึงมาประชุมกันที่เมืองโบราณแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า Teotihuacan (เทโอ-ทิ-ฮวา-คาน) ซึ่งในช่วงเวลาที่ชาวแอซเทคมาตั้งรกรากในดินแดน mesoamerica เมืองนี้ก็เหลือแต่ซากปรักหักพังเสียแล้ว
ซึ่งบ่งว่าเมืองนี้มีความเก่าแก่มากๆ เก่าแก่ยิ่งกว่าอาณาจักร Toltec เสียอีก
เมือง Teotihuacan
เหล่าเทพเจ้าปรึกษากันว่าจะให้ใครทำหน้าที่เป็นพระอาทิตย์ของโลกใบใหม่นี้ดี
มีเทพเจ้าอาสาที่จะทำหน้าที่นี้ 2 องค์ด้วยกัน
เทพเจ้าองค์แรกเป็นเทพเจ้าที่ดูภูมิฐาน แต่งตัวดี ดูหยิ่งทนงในตัวเอง
เทพเจ้าองค์ที่สอง มีร่างกายที่พิการ บุคลิกดูอ่อนน้อม
เมื่อได้อาสาสมัครเป็นที่เรียบร้อย เทพเจ้าอื่นๆก็ช่วยกันสร้างเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ขึ้นเพื่อให้เทพเจ้าที่อาสากระโดดเข้าไปในกองเพลิงนั้น
เมื่อพิธีพร้อม เทพเจ้าสองพระองค์ก็ขึ้นไปยืนบนยอดปิรามิดแห่งหนึ่ง เพื่อเตรียมตัวจะกระโดดเข้ากองเพลิงที่ไฟกำลังลุกโหมอย่างรุนแรง
แต่เทพเจ้าองค์แรกที่ดูหยิ่งทนงเกิดอาการลังเลขึ้นมา และทำท่าเหมือนจะเปลี่ยนใจ
เมื่อเทพเจ้าองค์ที่สองเห็นดังนั้นจึงก้าวขึ้นมาแทนที่แล้วกระโดดลงไปในกองเพลิงทันที
หลังจากนั้นไม่นานท้องฟ้าทางทิศตะวันออกก็เริ่มมีสีแดงฉาน
ชั่วอึดใจต่อมาก็มีพระอาทิตย์ก็ลอยพ้นขอบฟ้าขึ้นมา
เมื่อเห็นดังนั้นเทพเจ้าองค์แรกกจึงเกิดความหึกเหิมขึ้นมาบ้างแล้วกระโจนตามลงไปในกองเพลิง
ชั่วอึดใจต่อมา พระจันทร์ก็ลอยตามขึ้นมา
1
แต่ในวินาทีที่พระจันทร์ลอยขึ้นมา เหล่าเทพเจ้าก็รู้สึกได้ถึง พลังความร้อนจากพระอาทิตย์และพระจันทร์ที่รุนแรงจนเกินกว่าจะทนไหว
เทพเจ้าทั้งหลายจึงช่วยกันจับกระต่ายและโยนขึ้นไปบนดวงจันทร์เพื่อบดบังแสงแดดให้อ่อนกำลังลง
1
และนั่นก็คือคำอธิบายที่มาของกระต่ายบนดวงจันทร์และเหตุผลว่าทำไมดวงจันทร์จึงไม่ร้อนเช่นเดียวกับดวงอาทิตย์
2
เหมือนว่าทุกอย่างจะครบเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ครับ เพราะพระอาทิตย์ที่สร้างขึ้นนั้นไม่ยอมเคลื่อนไปไหน
เทพเจ้าทั้งหลายจึงปรึกษากันอีกรอบ และตัดสินใจที่จะเสียสละตัวเอง มอบเลือดและหัวใจให้กับพระอาทิตย์ที่หิวและกระหาย
เทพเจ้า Quetzalcoatl จึงนำมีดมากรีดหน้าอกของเหล่าเทพเจ้าทั้งหลายแล้วควักหัวใจที่ยังเต้นออกมา ทีละองค์ ทีละองค์และมอบหัวใจเหล่านั้นให้กับพระอาทิตย์
และเพราะความเสียสละเช่นนี้เอง พระอาทิตย์จึงสามารถเคลื่อนจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกได้อย่างสม่ำเสมอในทุกๆวัน
1
เห็นไหมครับ เรื่องราวทั้งหมดก็เป็นเช่นนี้
ก่อนที่เราจะไปกันต่อ ตรงนี้มีจุดที่ผมอยากชี้ให้เห็นสองประเด็นด้วยกัน
ประเด็นแรกผมอยากชี้ให้เห็นถึงความเสียสละของเทพเจ้าที่ต้องหลั่งเลือดของตัวเองเพื่อสร้างคุณและผมขึ้นมา
เทพเจ้ายอมเสียสละเลือดและหัวใจเพื่อให้พระอาทิตย์สามารถเคลื่อนที่ได้
ดังนั้นการที่มนุษย์ต้องหลั่งเลือดเพื่อบูชายันบ้างจึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำ
หลายครั้งมีคนที่ไม่เข้าใจในส่วนนี้ แล้วมองว่าการบูชายันเป็นเรื่องป่าเถื่อนจึงเป็นคำกล่าวของคนที่ไม่รู้ความจริงหรือ คนเห็นแก่ตัว
2
ควักหัวใจเพื่อมนุษยชาติและสิ่งมีชีวิตทั้งมวล
ประเด็นที่สอง การบูชายันที่ชาวแอซเทคทำกันอยู่นั้น พวกเขาไม่ได้ทำไปเพื่อประโยชน์ของพวกตัวเองเท่านั้น แต่ทำเพื่อปกป้องดูแลโลกใบที่ 5 ให้คงอยู่ ผลประโยชน์จึงตกกับมนุษย์และสัตว์ทั้งมวล ดังนั้นการที่ชาวแอซเทคจับคนเผ่าอื่นมาบูชายันบ้างเป็นบางครั้งบางคราวก็เป็นการสมควร มิใช่หรือ ลองคิดดูนะครับ
แน่นอนครับ ถ้ามองผ่านมุมมองของมนุษย์เผ่าอื่นหรือวัฒนธรรมอื่นๆที่ไม่รู้ความจริงของกำเนิดโลกและมนุษย์ แต่ยังงมงายกับทฤษฎีที่ผิดอย่างบิ๊กแบง หรือวิวัฒนาการ ก็ย่อมจะไม่เข้าใจวิถีชีวิตแบบแอซเทคและมองว่าพวกเขาป่าเถื่อน
แต่ผมเชื่อว่าหลังจากที่คุณมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแล้ว คุณคงจะเข้าใจสิ่งที่ชาวแอซเทคทำได้มากขึ้น
1
แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่อธิบายคำถามหลักของเราที่ว่า
ทำไมม็อกเตซูม่า จึงไม่กำจัดกองทัพของคอร์เตสไปให้สิ้นซากไปตั้งแต่แรก?
เรื่องราวมันเกิดขึ้นหลังจากนี้ครับ
11.
เมื่อชาวแอซเทคเดินทางมาถึงดินแดน mesoamerica ในครั้งแรกนั้น
อาณาจักร Toltec ได้ล่มสลายไปแล้ว
แต่ซากเมืองและเรื่องราวแห่งความยิ่งใหญ่ยังคงอยู่
1
ชาวแอซเทคยังได้ยินมาอีกว่า กษัตริย์ของชาว Toltec นั้น
แท้ที่จริงแล้ว เป็นเทพเจ้า Quetzalcoatl ที่จำแลงกายมาในร่างมนุษย์นั่นเอง
1
คำถามที่น่าสนใจคือ
อาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่และมีกษัตริย์เป็นถึงเทพเจ้าที่สร้างโลกนั้น
ล่มสลายลงได้อย่างไร?
เรื่องของเรื่องมันเกิดจากคู่อริเก่าของเทพเจ้า Quetzalcoatl ครับ นั่นก็คือเทพเจ้า Tezcatlipoca (เทซ-คัทลิ-โพคา)
โดยเทพเจ้า Tezcatlipoca ใช้เล่ห์กลหลอกให้เทพเจ้า Quetzalcoatl ดื่มน้ำเมาชนิดหนึ่ง จนเมาไม่ได้สติ
ด้วยความเมาเทพเจ้า Quetzalcoatl จึงชวนน้องสาวมาดื่มด้วยจนเมามายไปทั้งคู่และสุดท้ายทั้งคู่ก็ไปจบลงบนเตียงด้วยกัน
เมื่อตื่นเช้าขึ้นมา เทพ Quetzalcoatl ก็รู้ว่าได้ทำสิ่งที่ผิดมหันต์ไปแล้ว
ก่อนหน้านี้เขาเป็นเทพที่บริสุทธิ์และมีพฤติกรรมที่ดีงามมาโดยตลอด
แต่เพราะโดนเทพเจ้าคู่อริ มอมด้วยน้ำเมา เขาจึงทำสิ่งต้องห้ามเช่นนี้
ด้วยความรู้สึกผิดเทพเจ้า Quetzalcoatl ผู้ซึ่งมีผิวขาวจึงตัดสินใจ
เนรเทศตัวเองออกไปจากเมือง
เขาเดินทางไปจนถึงชายฝั่งทะเล จากนั้นก็ล่องเรือมุ่งหน้าหายไปทางทิศตะวันออกโดยไม่มีใครรู้ว่าเทพเจ้า Quetzalcoatl เดินทางไปไหน
แต่ก่อนที่จะจากไป เทพ Quetzalcoatl ก็ได้ให้คำสาบานไว้ว่า
วันหนึ่งเขาจะกลับมาเพื่อฟื้นเกียติยศของตัวเอง เขาจะมาทำให้บ้านเมืองกลับมายิ่งใหญ่เช่นเดิม
หลังจากที่เมืองไร้ผู้นำได้ไม่นาน อาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่จึงเสื่อมสลายลงไปตามเวลา
12.
ชาวแอซเทค มีปฏิทินใช้อยู่สองแบบ
ถ้าจะเทียบก็อาจจะคล้ายกับที่คนไทยมีปฏิทินสุริยคติ และจันทรคติ
ปฏิทินชนิดแรก จะวนครบรอบปีทุก 365 วัน
ปฏิทินชนิดที่สอง จะวนครบรอบทุก 260 วัน
ปฏิทินทั้งสองต่างก็วนไปเรื่อยๆโดยไม่ขึ้นต่อกัน (คล้ายๆกับ เข็มสั้นและเข็มยาวบนหน้าปัดนาฬิกา)ทุกๆ 52 ปีปฏิทินทั้งสองจะวนมาประสานกัน (คล้ายกับเข็มยาววนมาทับเข็มสั้น)
สิ่งที่เกิดขึ้นในทุกๆ 52 ปีนี้คือ ความไม่แน่นอน
ไม่มีใครรู้ว่าจักรวาลจะหมุนไปต่อหรือจะล่มสลายลง
ดังนั้นทุกๆ 52 ปี นักบวชจะขึ้นไปยืนบนปิรามิดและมองดูดวงดาว
เพื่อพยายามทำนายว่าเมื่อครบ 52 ปีรอบนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับจักรวาล
วันครบ 52 ปีรอบกำลังจะเวียนมาอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้จะพิเศษกว่าทุกครั้ง
เพราะไม่เพียงจะเป็นการวนครบรอบ 52 ปีเท่านั้น แต่เป็นปีที่ เทพเจ้า Quetzalcoatl ประกาศว่าจะกลับอีกด้วย
ดังนั้นปีนี้จึงเป็นปีที่ชาวแอซเทคกังวลเป็นพิเศษ
ชาวบ้าน นักบวช กษัตริย์ รู้สึกกังวลใจกับความไม่แน่นอนนี้
ไม่มีใครไม่รู้ว่าเทพเจ้าผิวขาว Quetzalcoatl จะกลับมาจริงๆหรือไม่
ไม่มีใครรู้ว่า ถ้าเทพเจ้า Quetzalcoatl กลับมาจริงๆจะเกิดอะไรขึ้น
2
นอกไปจากนี้ชาวแอซเทคยังบูชาเทพเจ้า Tezcatlipoca ในฐานะเทพเจ้าแห่งสงคราม ซึ่งชาวแอซเทคเชื่อว่าเป็นเทพที่ทำให้อาณาจักรแอซเทคชนะสงครามและยิ่งใหญ่
แต่เทพเจ้าองค์นี้เป็นคู่อาฆาตของ Quetzalcoatl
การบูชาเทพเจ้าคู่อาฆาตจะสร้างความไม่พอใจให้กับเทพเจ้า Quetzalcoatl หรือไม่
ขณะเดียวกันตามความเชื่อของแอซเทค (ซึ่งรับมาจากวัฒนธรรม Toltec ) กษัตริย์ของพวกเขาก็ถือว่าได้รับพลังและอำนาจมาจากเทพเจ้า Quetzalcoatl
ทุกอย่างจึงเป็นไปด้วยความไม่แน่นอน
ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเทพเจ้า Quetzalcoatl กลับมา
และเป็นช่วงเวลานี้เองที่มีเรือลำหนึ่งแล่นมาเทียบฝั่ง
ชาวยุโรปผิวขาวชื่อเฮอร์นัน คอร์เตส ก้าวลงเหยียบแผ่นดินของแอซเทค
เขาไม่รู้ตัวเลยว่า การเดินทางมาของเขานั้น จะช่วยเติมเต็มให้คำทำนายโบราณเป็นจริงขึ้นมา
เดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกันนั้น กองทัพของคอร์เตส ก็เดินทางไปถึง เทน็อกทิทแลน (Tenochtitlan)เมืองหลวงของแอซเทคที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ
จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้? กองทัพผสมชาวสเปนหลักร้อยและชนพื้นเมืองหลักหมื่นต้นๆ จะทำลายเมืองใหญ่ที่มีคนหลักล้านลงอย่างราบคาบได้อย่างไร?
โปรดติดตามต่อได้ในตอนที่ 3 ครับ
หมายเหตุ เรื่องที่เล่าข้างบนนี้ จริงๆมันซับซ้อนและมีส่วนที่ถกเถียงกันมากเหมือนกัน เรื่องที่เขียนผมเล่าให้มันเรียบง่าย เป้าหมายเพื่อให้อ่านได้ง่าย และคุ้นเคยกับเรื่องราวของแอซเทคมากขึ้นครับ
ปิดท้ายด้วยโฆษณา​
ติดตามช่องทางอื่น
ถ้าชอบดูคลิปวีดีโอ (เน้นประวัติศาสตร์)ก็ตามไปที่ youtube channel นี้ได้ครับ
เพิ่งเริ่มทำนะครับ ช้านิดแต่จะมีคลิปใหม่ๆตามมาอีกแน่นอน
ถ้าเกิดติดใจ​อยากอ่านหนังสือทีผมเขียน​ ซื้อหนังสือออนไลน์ได้ที่

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา