25 ม.ค. 2020 เวลา 04:05 • ข่าว
[UPDATE] โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 อู่ฮั่น 25 ม.ค. 2020
การระบาดเพิ่มจำนวนสูงขึ้นด้วยตัวเลขจำนวนผู้ป่วยยืนยันเกิน 1300 คน
ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ที่ 41 คนทั้งหมดอยู่ในประเทศจีน
ยังไม่พบการติดเชื้อจากคนสู่คนนอกประเทศจีน โดยทั้งหมดเป็นผู้ป่วยนำเข้า (imported cases)
ขณะนี้พบผู้ป่วยอยู่ใน 11 ประเทศทั่วโลกโดยพบในทวีปเอเชีย อเมริกาเหนือ ออสเตรเลียและยุโรป
พบผู้ติดเชื้อเป็นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศสโดยมีผู้ติดเชื้อ 3 คน อาศัยในเมืองบอดู (Bordeaux) 1 คนและปารีส (Paris) 2 คน ทั้งหมดมาจากประเทศจีน การติดเชื้อในฝรั่งเศสนี้นับเป็นครั้งแรกที่พบเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในทวีปยุโรป
ในสหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วยใหม่ในรัฐอิลลินอยส์ โดยเป็นนักท่องเที่ยงเดินทางกลับมาจากประเทศจีน
ในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อแล้ว 5 คน หายป่วยกลับบ้านแล้ว 3 คน ยังไม่มีผู้ป่วยหนักและเสียชีวิต ยังไม่พบการติดจากคนสู่คน ยังมีผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาลที่มีอาการเข้าได้ตามนิยามในหลายโรงพยาบาลทั่วประเทศอีก 23 คน อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่
ทางการจีน ปิดการขนส่งเพิ่มเติมในมณฑลหูเป่ย นอกจากเมืองหลวงอู่ฮั่นแล้วยังมีเมืองต่างๆอีก 10 เมือง ได้แก่ เจียงเหมิน เสียวกัน หวงกัง จือเจียง เชียนเจียง เซียนเต่า ชื่อปี้ เอ้อโจว เอินซื่อและหวงซื่อ
ทุกคนที่มีอาการทางเดินหายใจ ได้แก่ ไข้ ไอแห้ง เหนื่อย จากเมืองเหล่านี้ใน 14 วัน ต้องรีบไปพบและรายงานแพทย์
สำนักข่าว AP
สถานการณ์ของเชื้อ nCoV 2019 นั้นรุนแรงเท่า SARS ไหม
ถ้าพูดตามตรงคือยังตอบไม่ได้เพราะจำนวนตัวเลขยังไม่แน่ชัด ยังไม่รู้ความสามารถในการแพร่กระจายเชื้อ ว่าติดง่ายเพียงใด นอกจากนั้นความรุนแรงของโรคยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องสนใจ
SARS พบครั้งแรกกลางเดือนพฤศจิกายน 2002 ที่เมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง เมืองฝอซานเป็นเมืองเกษตรกรรม และคาดว่าติดครั้งแรกมาจากการจับสัตว์ป่ามารับประทาน
ใช้เวลาราวๆ 4 เดือนทางการถึงสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติในมณฑลกวางตุ้งและทำการประกาศออกสื่อ ในเวลานั้นมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 5 คนและติดเชื้อไปแล้วอีกกว่า 300 คน ตอนนั้นมีบุคลากรการแพทย์ติดเชื้อด้วย
เป็นที่รู้กันทั่วไปว่า nCoV 2019 เริ่มต้นแพร่ระบาดครั้งแรกจากตลาดอาหารทะเลหัวนาน เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ซึ่งการระบาดครั้งแรกเกิดในพื้นที่ชุมชนที่มีคนอาศัยอย่างหนาแน่นและเมืองอู่ฮั่นยังมีสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในภาคกลางของประเทศจีน
ขณะที่ SARS เองแพร่ระบาดอย่างรุนแรงเมื่อเชื้อเดินทางไปถึงฮ่องกงที่อยู่ติดกันกับมณฑลกวางตุ้งในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ฮ่องกงเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ที่มีสายการบินมากมาย
รูปด้านล่างเป็นชั้นเก้าของโรงแรมเมโทรโพลในฮ่องกง การแพร่กระจายของโรคเกิดจากลูกค้าคนหนึ่งที่เข้ามาพัก เขาเป็นคนแรกที่ติดเชื้อในฮ่องกงโดยเชื้อได้แพร่กระจายไปทั้งชั้น ประมาณกันว่าเขาเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมกว่า 80% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดในฮ่องกงที่มีกว่า 1700 ราย
ลูกค้าในห้องสีฟ้าคือผู้ที่ติดเชื้อ
กว่าที่จะตื่นตัวเชื้อก็ได้แพร่กระจายเข้าสู่เวียดนามและสิงคโปร์ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ในเวลานั้นยังไม่รู้เลยว่าเชื้อตัวนี้คืออะไร ยังเป็นเชื้อปริศนาจนถึงปลายเดือนมีนาคมถึงรู้ว่าเป็นโคโรน่าไวรัส ใช้เวลากว่าห้าเดือนถึงรู้ลำดับเบสของจีโนม (genome) ของเชื้อไวรัส SARS
ย้อนกลับมาดูที่ nCoV 2019 ครั้งแรกที่พบการระบาดคือวันส่งท้ายปี 2019 โดยพบว่าสัมพันธ์กับตลาดอาหารทะเลหัวนาน ใช้เวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ วันที่ 11 มกราคม 2020 ทางการจีนรายงานลำดับสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสทั้งจีโนมบนเวปไซต์ทำให้รู้อย่างรวดเร็วว่าเป็นเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับ SARS
ทางการจีนยังประกาศข่าวอย่างต่อเนื่องทำให้ทุกประเทศวางแผนรับมือได้ทันท่วงที จีนยังประกาศตัดการขนส่งทั้งเมืองอู่ฮั่นเมื่อสองวันก่อนและเมืองต่างๆเพิ่มเติมเป็น 11 เมืองเมื่อวานนี้
เมื่อเทียบกันระหว่าง SARS และ nCoV 2019
โดยจากตัวเลขที่มีอัตราการป่วยตายอยู่ที่ 3.1% ความหมายคือจากผู้ป่วย 100 คนจะเสียชีวิต 3 คน ในขณะที่ SARS ที่ระบาดในฮ่องกงเมื่อปี 2002-2003 มีอัตราป่วยตายอยู่ที่ 9.6% หรือมากกว่าเชื้อตัวนี้ 3 เท่า
รูปด้านล่างบ่งชี้ว่าเชื้อได้กระจายไปเกือบทั้งประเทศจีน รวมทั้งเมืองสำคัญอย่าง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง ฉงชิ่ง กว่างโจว
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก
จาก wikipedia 25 ม.ค. 2020 10.00 น. จำนวนเคสของประเทศหกอันดับแรก
จาก https://en.wikipedia.org/wiki/2019%E2%80%9320_Wuhan_coronavirus_outbreak
เชื้อ nCoV 2019 มีอาการอย่างไร
เรายังไม่รู้ว่าหลังจากสัมผัสโรคจะเริ่มมีอาการเมื่อไหร่แน่ จากข้อมูลเท่าที่มีจะอยู่ที่ 2 ถึง 14 วัน นั่นหมายความว่าสมมติถ้าเราได้รับเชื้อโรคจากคนที่ไอใส่เรา จามใส่เรา หรือจามใส่ลูกบิดประตูแล้วเราไปป้ายเข้าปากเข้าตา หลังจากวันนั้นนับไปอีก 2 วันจะเริ่มมีอาการ หรือนานที่สุดปาเข้าไปสองสัปดาห์ถึงเริ่มมีอาการ ระหว่างนั้นจะไม่มีอาการอะไรเลย
อาการแรกเริ่มจะมีไข้ สามารถมีได้ทั้งไข้สูงหรือไข้ต่ำๆ ไอแห้งๆหรือมีเสมหะก็ได้ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย หายใจเหนื่อย ถ้าเป็นมากหน่อยจะเหนื่อยหายใจเร็ว
สำหรับบุคลากรการแพทย์ เมื่อตรวจเม็ดเลือดจะพบจำนวนค่อนข้างปกติ อาจพบเม็ดเลือดขาว lymphocyte ลดลงได้ ค่าตับ AST ขึ้นได้เล็กน้อย LDH สูง Procalcitonin ไม่ขึ้น
ผลเอกซเรย์มักผิดปกติทั้งสองข้าง
รูปภาพเอกซเรย์ปอดของผู้ป่วยอายุ 61 ปี ภาพซ้ายมีรอยขาวเปรอะทั่วปอดทั้งสองข้าง ภาพขวาถูกถ่ายสามวันต่อมา มีของเหลวอยู่ที่เยื่อหุ้มปอด เห็นเป็นฝ้าขาวสองข้างบริเวณด้านล่างชายปอด
เกิดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ Acute Respiratory Distress Syndrome หรือ ARDS เป็นภาวะที่มีของเหลวท่วมในปอดทำให้การขยายของถุงลมเพื่อแลกเปลี่ยนก๊าซทำไม่ได้เต็มที่ต้องการการรักษาด้วยการใส่เครื่องช่วยหายใจ
วิธีการรักษา และป้องกัน
ตอนนี้มีเพียงการรักษาตามอาการ
การป้องกันทำได้โดย
1.หลีกเลี่ยงพื้นที่คนพลุกพล่าน และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศจีนในช่วงนี้
2.ล้างมือฟอกสบู่บ่อยๆ
3.หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า สัตว์เลี้ยงในฟาร์ม
4.ถ้าต้องไปในที่มีความเสี่ยง เช่น มีคนพลุกพล่าน ใกล้ชิดกับผู้มีอาการไข้หวัด ให้ใส่หน้ากาก N95 และล้างมือฟอกสบู่บ่อยๆ
อ้างอิง: US CDC, Thailand DDC
โฆษณา