23 มี.ค. 2020 เวลา 01:00 • ยานยนต์
Carman ยินดีนำเสนอ
EP6 : วิเคราะห์ Suzuki Swift เเบบสรุปสั้นกระชับ เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย ดีพอที่จะน่าซื้อไหม
2
เเบบสรุปสั้นกระชับ
ข้อดี
+มีขนาดภายนอกสั้นกะทัดรัด คล่องตัว
+พื้นที่ภายในพอใช้งานได้ ดีกว่า Mazda2
+อัตราเร่งดีกว่า Eco Car กลุ่มที่ไม่มีเทอร์โบ
+ประหยัดน้ำมันตาม Eco Car Phase2
+ช่วงล่างเกาะถนน ไว้ใจได้
+พวงมาลัยน้ำหนักดีทุกย่านความเร็ว
+ระบบเบรกเป๊ะมาก
+รุ่นท็อปให้อุปกรณ์ที่ควรจะมีมาด้วย
ข้อเสีย
-ขนาดตัวถังภายนอกเล็กกว่าคู่เเข่ง
-ดีไซน์ภายในไม่หรูหราเท่า Mazda2
-วัสดุหลายจุดลดต้นทุนมากไปหน่อย
-ตั้งราคาให้คนซื้อรุ่น GLX มากเกินไป
-ขาดระบบ Active Safety ทั้งหมด
-งกของบางอย่างเห็นเเล้วน่าหงุดหงิด
-ความน่าไว้ใจของศูนย์บริการยังไม่ดีพอ
เเละนั่นละครับ คือ การวิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสีย Suzuki Swift เเบบสั้นกระชับรวดเร็วสำหรับท่านที่ต้องการความรวดเร็ว
คราวนี้สำหรับท่านที่ต้องการดูการวิเคราะห์เเละเจาะลึกข้อดี-ข้อเสียตามเเบบฉบับของ Carman เเล้วละก็ เลื่อนนิ้วลงไปอ่านด้านล่างเลยครับ
ความเดิมตอนที่เเล้ว
หลังจากที่เราได้เจาะลึก Honda City Gen5, Nissan Almera, Mazda2 Sedan&Hatchback เเละ Toyota Yaris ATIV&Hatchback ไปเเล้ว ตามลำดับ
ใครยังไม่ได้อ่าน คลิกได้ที่นี่เลยครับ
คราวนี้เรามาดูรถเเบรนด์รองที่ไม่ใช่ยี่ห้อเจ้าตลาดอย่าง Suzuki Swift กันบ้างดีกว่า
เดิมทีนั้น Swift Gen1 ในเมืองไทยเป็นรถ B-Segment ที่ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร
พอมารุ่นที่เเล้ว Gen2 เปิดตัวช่วงปี 2012ได้เปลี่ยนเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ยัดเข้า Eco Car Phase1 สร้างปรากฏการณ์ยอดจองถล่มทลาย จากดีไซน์ภายนอกเเละภายในที่ดูสวยกว่า Eco Car สมัยนั้นมาก ใช้วัสดุที่ดูดี มีคุณภาพการขับขี่เยี่ยม ออพชั่นดี ทำให้รุ่นที่เเล้วนั้นเป็นที่นิยมอย่างมากในเมืองไทย
ส่วนในรุ่นปัจจุบัน Gen3 เปิดตัวช่วงต้นปี 2018 คราวนี้เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ 1.2 ลิตร Dual JET วัตถุประสงค์เพื่อลดมล
ภาวะเเล้วนำเข้า Eco Car Phase2
ซึ่งราคาหลังเปิดตัวมีดังนี้ครับ
รุ่น GA CVT 499,000
รุ่น GL CVT 536,000
รุ่น GLX CVT 609,000
รุ่น GLX Navi CVT 629,000
ซึ่งราคามันก็ฟังดูคุ้มค่ามากในตอนนั้น เเละน่าจะขายได้ดีมากเลยทีเดียว หลายคนคาดหวังว่ามันจะขายดีเท่ารถรุ่นที่เเล้ว
เเต่กลายเป็นว่ามันก็เเค่ขายได้ในระดับนึง อาจจะไม่ได้ดีมากอย่างที่ทุกคนคาด เเละเเน่นอนครับตอนนั้นมันยังคงทำอะไร Mazda2 ไม่ได้เลย ซึ่งมันก็อาจมีสาเหตุของมันอยู่ในข้อดี-ข้อเสียของมัน ว่าทำไมมันสู้ Mazda2 ไม่ได้เลย เราไปดูกันเลยดีกว่าครับ
ข้อดี
-มีมิติภายนอกที่เล็กสั้นกว่าคู่เเข่งที่เป็น Hatchback เล็กกว่าทั้ง Yaris เเละ Mazda2(หมายถึงตัว Hatchback ของทั้งคู่) ที่เราเคยเจาะลึกไปเเล้ว
Swift | Mazda2 | Yaris
ความยาว 3840 4065 4145
ความกว้าง 1735 1695 1730
ความสูง 1495 1495 1500
ฐานล้อ 2450 2570 2550
จะเห็นได้ว่ามิติในเรื่องของความยาวนั้น Swift สั้นกว่าคู่เเข่งเยอะมาก เเน่นอนครับ มันทำให้การขับขี่ในเมือง การมุด เลาะอะไรต่างๆย่อมทำได้คล่องเเละง่ายดายกว่ามาก
-เครื่องยนต์ประหยัดน้ำมันขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะเป็น Eco Car Phase 2 รถรุ่นที่เเล้วเป็น Eco Car Phase 1 ลดค่าน้ำมันได้มาก
-เเม้จะมีขนาดภายนอกที่สั้นมาก เเต่เมื่อเข้าไปในห้องโดยสารเเล้วต้องถือว่าผิดคาดครับ ถือว่า Suzuki จัดการพื้นที่ภายในมาได้ดีมากทีเดียว เพราะมีพื้นที่ที่ดีในระดับนึงทั้งในส่วนของเบาะหน้าซึ่งนั่งค่อนข้างสบายเพราะทรงปีกเบาะค้อนข้างโอบกระชับไหล่เเละลำตัว ส่วนเบาะหลังนั้นดีกว่า Mazda2 มากๆ เมื่อผมลองปรับเบาะในตำเเหน่งเบาะหน้าที่นั่งถนัดเเล้วมานั่งหลังตัวเอง พบว่ามี legroom ที่วางขาอยู่พอสมควร ไม่ได้อึดอัดเหมือน Mazda2 เเละมี headroom ที่เหนือศีรษะค่อนข้างโปร่ง ผมสามารถเอา 3-4 นิ้วมือสอดในเเนวนอนบนหัวได้เลยทีเดียว เเม้เบาะหลังอาจไม่สบายเท่า Yaris Hatchback เพราะรายนั้นเบาะรองนั่งเขายาวกว่า รวมถึงมี legroom ใหญ่กว่า เเต่หากคุณมองจากมิติภายนอก ถือว่าดีเกินคาดครับ มันไม่อึดอัด มันมีเบาะรองนั่งที่ยาวกว่า Mazda2 เเละความสบายเบาะหลังที่ดีกว่ามาก ส่วนนึงคาดว่าอาจมาจากความกว้างตัวถัง 1735 มม. ค่อนข้างใหญ่กว่าคู่เเข่ง Hatchback รวมถึงทรงรถที่ทำออกมาดูเป็นเเนวกล่องๆ ทำให้บรรยากาศภายในดูโปร่งเเละนั่งสบายกว่ามิติภายนอก อีกทั้งยังมีพื้นที่เก็บของท้ายรถมากกว่า Mazda2 Hatchback ด้วย ใส่ของได้ในระดับนึงเลย
-เครื่องยนต์ใหม่ 1.2 ลิตร Dual JET เป็นเเบบหัวฉีดคู่ซึ่งเเม้ว่ากำลังเเรงม้าจะออกมาน้อยกว่ารถรุ่นที่เเล้ว คือ 83 เเรงม้า เเรงบิด 108 นิวตันเมตร(ตัวเดิม 91 เเรงม้า เเรงบิด 118 นิวตันเมตร)ซึ่งโดนถล่มในโซเชียลตามระเบียบว่าอืดขึ้น ทำไมห่วยลง เเรงม้าน้อยกว่าคู่เเข่ง เเต่พอนำไปจับ 0-100 km/h ปุ๊ป ได้ราวๆ 13 วินาที ปรากฏว่าดีที่สุดในกลุ่ม Eco Car ที่ไม่มีเทอร์โบครับ ดีกว่ารุ่นเดิมมาก สาเหตุที่ทำให้ดีขึ้นมากเเบบผิดคาด คือ ระบบหัวฉีดคู่ Dual JET ครับที่จากเดิมเป็นหัวฉีดเดี่ยว พอเป็นคู่ปุ๊ปทำให้อัตราการฉีดจ่ายน้ำมันดีขึ้น เเละอีกประเด็นคือน้ำหนักตัวรถครับ จาก Platform ใหม่นี้ ทำให้ Swift มีน้ำหนักเเค่ 910 กก.ในรุ่น GLX Navi ซึ่งน้ำหนักมันหายไปราวๆ 65 กก. ถือว่าเยอะมากนะครับสำหรับรถขนาดเล็ก เวลาเราจะดูรถว่าเเรงไม่เเรง สิ่งสำคัญ คือ เราต้องดูครับว่า 1 เเรงม้าเเบบน้ำหนักกี่กก. ยิ่งเเบกน้อยเท่าไหร่ก็ทำให้เร่งดีเท่านั้นครับ นึกภาพเหมือนเวลาคุณเเบกของอะครับ ถ้าของที่เบากว่าคุณก็จะรู้สึกว่าเเบกได้ง่ายกว่า สบายกว่า ประมาณนั้นครับ เมื่อคำนวณเเล้ว 1 เเรงม้า เเบก 10.96 กก. ขณะที่ Mazda2 1
เเรงม้าเเบก 11.33 กก. เเละ Yaris 1
เเรงม้าเเบกถึง 13.43 กก.
ทำให้ Swift มีอัตราเร่งที่ค่อนข้างดี ถือว่าเร่งได้ใกล้เคียงกับ City รุ่น Gen2 ปี 2002(ที่เป็นรุ่น 1.5 VTEC 110 เเรงม้า)น่าจะเพียงพอเเล้วสำหรับคนใช้รถทั่วไปเเละสามารถที่จะใช้รอบประเทศได้เเบบไม่ต้องเหนื่อยนัก
-ด้วยความที่ Swift เป็นรถญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นเพื่อตีตลาดยุโรป ดังนั้น ช่วงล่างคือจุดเด่นครับ ถามว่าใครเป็นเบอร์ 2 ต่อจาก Mazda2 ในเรื่องของการเกาะถนน เจ้านี่เลยครับ ขับสนุก หนึบ นิ่ง ไว้ใจได้เวลาใช้ความเร็วสูงเเละการเข้าโค้ง เเถมนุ่มพอประมาณในความเร็วต่ำ นุ่มกว่ารุ่นที่เเล้วเยอะมาก
วัยรุ่นน่าจะถูกใจ เพียงเเต่ว่าเวลามีกระเเสลมมาประทะด้านข้างอาจมีหวิวเล็กน้อยเพราะตัวรถเบามาก เเต่ในภาพรวมถือว่าทำได้ดีครับ
-พวงมาลัยดีเป็นเบอร์ต้นๆของกลุ่มในทุกย่านความเร็ว หนืดกำลังดีในความเร็วสูง ไม่มีอาการส่าย หรือรู้สึกตึงเครียดเวลาใช้ความเร็วเดินทางเเต่อย่างใด เซ็ตมาได้ดีมาก
-เป็น Eco Car เพียงไม่กี่คันที่ราคาเเค่ 629,000 เเล้วได้ระบบเบรกเป็นเเบบดิสก์เบรก 4 ล้อในรุ่น GLX ทั้งตัวมีเเละไม่มี Navi เบรกดีครับ ตอบสนองไว กดปุ๊ปหยุดปั๊ป ผ้าเบรกไม่ fade ง่ายเหมือนพวกรถ Honda
-ในรุ่น GLX เเละ GLX Navi มีอุปกรณ์ที่ควรจะมีในการขับขี่ที่ถนัดสำหรับผู้ขับ คือ เบาะนั่งปรับได้ 6 ทิศทาง, พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทางเเละเข็มขัดนิรภัยปรับสูง-ต่ำได้ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเหมือน Mazda2 ทุกค่ายควรจะมีสิ่งเหล่านี้มาให้ครบ เเถมยังมีมาตรวัดอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นมาให้ด้วย รถเล็กสมัยนี้ยากมากที่จะมีสิ่งนี้ รวมทั้งมี Criuse Control, ล้ออัลลอย 16 นิ้วเเละระบบ Navigation System มาให้ในาราคาเพียง 629,000 บาทซึ่งถือว่าค่อนข้างครบครันในเเง่ของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครับ
ทีนี้เรามาดูข้อเสียกันบ้างดีกว่า
-ในข้อดีเรื่องขนาดตัวถัง ก็เป็นข้อเสียเช่นเดียวกันในอีกมุมนึง คือ มันดูเล็กกว่าคู่เเข่งสมัยนี้มาก ทำให้ลูกค้าชาวไทยหลายคนที่ชื่นชอบในเรื่องของขนาดตัวถังที่ดูใหญ่โตคุ้มค่าเกินราคา ไม่น่าจะชอบ Swift เเละน่าจะมองไปที่ Yaris กันมากกว่า
-เป้าหมายตอนเเรกของ Swift คือ จะเเย่งส่วนเเบ่ง Mazda2 เเต่ดันมาเสียที่ภายในเนี่ยสิครับ คือ มันดูธรรมดาเชยกว่า Mazda2 ค่อนข้างมาก ซึ่งเเม้ดีไซน์ภายในจะไม่ได้เเย่อะไร เเต่ในเมื่อคู่เเข่งตัวหลักของเขาดันทำมาดูดีกว่ามาก เเค่นี้คนที่เข้ามานั่งภายในเทียบกับ Mazda2 ก็อาจจะเผ่นไป Mazda2 หลายคนเเล้วครับ เพราะบางทีคนซื้อรถส่วนมากเพราะดีไซน์ภายในนะครับ
ถ้า Swift ไม่สวยเท่าเขาก็จบเลยครับเเบบนี้
เป็นสาเหตุที่ทำให้ขายได้ไม่ดีเท่าที่คาดหวัง
-เเม้รุ่นที่เเล้วจะได้ชื่อเรื่องวัสดุภายในที่ดูค่อนข้างดี เเต่ในยุคนี้คู่เเข่งหลายค่ายพัฒนาวัสดุภายในให้ดูพรีเมี่ยมขึ้นมาก ทำให้วัสดุภายในของ Swift ไม่เด่นอีกต่อไป
อีกทั้งยังเเย่ลงตรงที่เเผงประตูคู่หลังไม่ได้มีวัสดุบุนิ่มมาเลย ถ้าเป็นรุ่นที่เเล้วตรงเเผงประตูส่วนที่วางศอกจะบุผ้ามาให้ ส่วนรุ่นนี้เป็นพลาสติกเเข็งครับ เสียเปรียบคู่เเข่งเลย คู่เเข่งเกือบทุกค่ายเขาบุหนังมาให้มี่เเผงประตูทั้งนั้น คุณพี่เล่นใช้พลาสติกทั้งเเผง
เเถมรุ่น GLX Navi ยังคงเป็นเบาะผ้าทั้งที่คู่เเข่งรุ่นท็อปเขาเบาะหนังกันเกือบหมดเเล้ว
เสียเปรียบเรื่องสัมผัสความไฮโซเเละ
การดูเเลรักษาที่ยากกว่าเบาะหนังเเน่นอน
-ในรุ่น GL ราคา 536,000 บาท นั้นอุปกรณ์จืดสนิทครับ โอเคครับ เราเข้าใจว่ามันเป็นรุ่นย่อยกลาง เเต่ควรจะมีออพชั่นมามากกว่านี้ เช่น ใส่ Bluetooth, Push Start หรืออะไรก็ได้เพิ่มเข้าไปสักหน่อย ไม่ใช่การตัออพชั่นจนโล้นเเบบนี้ เพื่อที่ว่าจะดันลูกค้าให้ไปซื้อตัว GLX,GLX Navi วิธีนี้มันมัดมือชกเกินไปครับ ทำให้ Suzuki มีกลุ่มลูกค้าที่เเคบลงไปโดยปริยายเลย
-เเม้จะมีระบบ Traction Control,ESP,HDC มาทุกรุ่น รวมถึงตัว GLX ทั้ง 2 ตัวจะมีถุงลม 6 ใบด้วย ซึ่งมันก็ครบเเหละครับ เเต่ถ้าหากคนเทียบข้ามรุ่นไปเทียบกับพวกรถสี่ประตู เช่น Almera ตัว VL ที่เเพงกว่าตัวท็อปตัวนี้ 10,000 บาท(Almera VL 639,000)คุณจะได้ระบบเตือนการชนด้านหน้า,ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ,กล้องรอบคัน 360 องศา,ระบตรวจจับวัตถุรอบคัน,ระบบเตือนมุมอับสายตาเเละระบบเตือนเมื่อรถถอยผ่าน ซึ่ง Swift ไม่มีเเม้เเต่อย่างเดียว.... นั่นละครับ เลยทำให้ Swift ดูโล้นไปในเรื่อง Active Safety
-มีการงกในสิ่งของหลายอย่างที่น่าหงุดหงิด เช่น รุ่น GA เบาะคู่หน้าเป็นชิ้นเดียวกันปรับพนักพิงศรีษะไม่ได้เเถมปรับขึ้น-ลงก็ไม่ได้อีก, โดยทั่วไปรถปกติจะต้องมีไฟในรถ 2 ตำเเหน่ง 3 ชิ้น ก็คือ ด้านหน้า 2 ชิ้น เเละกลางรถ 1 ชิ้น ทว่า Swift ให้เเค่ด้านหน้าครับ เเถมไม่ได้มี 2 ชิ้นด้วย มีชิ้นเดียว...มันน้อยไปไหมครับ,กระจก One-Touch บานคนขับเลียนเเบบ Honda BRV หรอครับที่ Auto ขาลง ขาขึ้นเป็นเเมนนวล เอิ่ม... เเละไม่มีพนักเท้าเเขนสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า รถยุคนี้เขามีกันหมดเเล้วครับ นั่นละครับ มันดูตัดมากเกินไป ตัดจนน่าเกลียดอะครับ สิ่งเหล่านี้ควรปรับปรุงในรุ่น Minorchange
-ศูนย์บริการยังคงเป็นรองยี่ห้ออื่นพอสมควรในเเง่ของจำนวนศูนย์ที่รองรับ,การบริการ,ความทนทาน,ความน่าไว้ใจ ซึ่ง Swift รุ่นที่เเล้วที่เกียร์ CVT จาก Jatco นั้นไม่ทนทานเท่าที่ควร พังง่ายเกินไป ซึ่งในรุ่นนี้ก็ยังคงมาจาก Jatco ดังนั้นในระยะยาวเราต้องพิสูจน์ความทนทานอีกเยอะ รวมถึงปัญหาอื่นๆของตัวรถที่อาจตามมาในอนาคต
ต้องดูเเลเเละเอาใจใส่มาก ซึ่งนี่ก็เป็นอีกสาเหตุนึงที่ทำให้ขายได้ไม่ดีตามที่คาดหวัง
สรุป-มีดีเมื่อสัมผัส เเต่ต้องใส่ใจเขานิดนึง
ในภาพรวมเราจะเห็นได้ว่า Suzuki Swift มีจุดเด่นที่ใช้ได้เลยทีเดียว คือ เครื่องยนต์ที่เเรงพอประมาณระดับนึง ประหยัดน้ำมัน ช่วงล่างเเละการขับขี่ทั้งหมดทำออกมาเเนวขับสนุก เเต่ยังสามารถใช้เป็นรถให้พ่อตาเเม่ยายนั่งได้ โดยที่ท่านไม่บ่นมากนัก รวมทั้งมีออพชั่นที่เยอะพอสมควร เช่น ล้ออัลลอย 16 นิ้ว, ดิสก์เบรก 4 ล้อ, Criuse Control, Navigation System มาในราคาเเค่ 629,000 บาทก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่เหมือนกัน
อย่างไรก็ตามยังมีหลายสิ่งที่ต้องปรับปรุงทั้งในเรื่องของดีไซน์ภายในให้ดูพรีเมี่ยมขึ้น วัสดุภายในต้องดูเนี๊ยบกว่านี้ จัดวางออพชั่นในรุ่นรองให้ดีขึ้น ใส่ Active Safety เเละ
เลิกงกของกระจุกกระจิกเสียที รวมถึงในเรื่องของศูนย์บริการที่ต้องรอดูในระยะยาวว่าจะโอเคไหม ต้องใส่ใจพอสมควรทีเดียว
โดยรวมมันเหมาะกับคนที่อยากขับสนุกใกล้เคียง Mazda2 เเต่ติดที่คุณไม่ชอบพื้นที่ภายในของมัน หรือคุณมีครอบครัว เเละคุณไม่ชอบอัตราเร่งในรุ่นเบนซิน ต้องการรถที่ราคาถูกลงมา(รุ่นท็อป Mazda2 เบนซินราคา 690,000 บาท)ไม่ต้องการภายในที่หรูหราหรือ Active Safety อะไร
มากมายเเละรับได้กับเรื่องของศูนย์บริการ
Swift นี่ละครับตอบโจทย์คุณที่สุดเเล้ว
ถ้าให้เปรียบเป็นคน คือ เขาอาจเป็นคนที่ภายนอกหน้าตาไม่ได้ดีมาก เเถมยังดูออกเเนวโลกส่วนตัวจนเราไม่กล้าที่จะเข้าหาเขาเพราะไม่รู้เขาจะดีกับเราไหม เเต่เมื่อได้ลองคบเขาเป็นเพื่อนเเล้ว เเละได้ลองใส่ใจดูเเลเทคเเคร์เขา จะพบว่าเขามีดีมากกว่าที่คิด ดีมากกว่าที่คุณเห็นภายนอก เขาสามารถบู๊ผจญภัยกับคุณได้เเละมีความอ่อนน้อมถ่อมตนเข้ากับผู้หลักผู้ใหญ่ได้ เขาสามารถเข้าสังคมกับเพื่อนของคุณง่าย เขาอาจไม่ได้หน้าตาดีหรือความสามารถเก่งจ๋าเหมือนคนอื่น เขาอาจไม่ได้สมบูรณ์เเบบในนิสัยบางอย่าง เเต่เขาก็มีเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ภายในที่น่าค้นหาเเละลองคุยมากพอสมควร ซึ่งไม่เเน่ในอนาคตถ้าคุณกับเขามีหัวใจที่รู้สึกตรงกันเขากับคุณอาจได้เป็นมากกว่าเพื่อนกันก็ได้
เเละทั้งหมดนั่นละครับ คือ การเจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย Suzuki Swift
อย่าลืมนะครับ ถ้าชอบบทความเเบบนี้ อย่าลืมกดไลค์ กดเเชร์ กดฟอลโลว์กันนะครับ
เเละอีกช่องทางการติดตามนึงสำหรับผู้อ่านย้อนหลัง คือทาง FB: Carman สามารถติดตามย้อนหลังจากเผยเเพร่ทาง Blockdit 2 วัน ไปกดไลค์กดติดตามกันได้นะครับ
ใครมีความรู้สึกยังไง, มีข้อเสนอเเนะสามารถคอมเม้นลงมาที่ด้านล่างนี้เลยนะครับ ขอบคุณที่ติดตามรับชมครับ
วันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา