22 เม.ย. 2020 เวลา 00:52 • ข่าว
Oil Update : สถานการณ์น้ำมันล่าสุด ดูแย่ลงกว่าเดิมหลังจากโดนเทขายอย่างหนักในวันอังคาร จนล่าสุดซื้อขายกันอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 20 $/บาร์เรล
วันนี้ World Maker มาชี้ให้เห็นบางจุดที่น่าสนใจในตลาดน้ำมันอีกแล้วครับ ถือเป็นเรื่องที่น่าห่วงอย่างมากในปัจจุบัน หากยังไม่มีการปรับปรุงราคา
เพียง 1 วันหลังจากสัญญาน้ำมันดิบ WTI futures เดือนพฤษภาคมถูกเทขายจนติดลบต่ำกว่า 0 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และสัญญานั้นก็ได้หมดอายุลง เริ่มต้นสัญญาเดือนใหม่คือมิถุนายนที่ระดับประมาณ 25 $/บาร์เรลในวันอังคารที่ผ่านมา
สถานการณ์นั้นดูเหมือนจะดีขึ้นสำหรับการปรับเพิ่มราคาขายในช่วงแรก ทั้งน้ำมันดิบ WTI และ Brent เปิดตลาดที่ราคาสูงขึ้นกว่าเดิมประมาณ 7 $/บาร์เรล แต่แล้วในระหว่างวันก็โดนเทขายอย่างหนัก ทำให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงถึง 43% และราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลงกว่า 25%
ทั้งหมดที่กล่าวส่งผลให้ปัจจุบัน สัญญาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ส่งมอบเดือนมิถุนายน 2020 ซื้อขายกันอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 20 $/บาร์เรลไปแล้ว ซึ่งเป็นการลดลงมากกว่า 10 $/บาร์เรล จากราคาเปิดตลาด ในเวลาไม่ถึง 24 ชม.
Bloomberg รายงานว่าการพังทลายลงของราคาน้ำมันในขณะนี้ ส่งผลให้มีการสูญเสียงานหลายหมื่นตำแหน่ง รวมถึงสภาพคล่องอีกหลายพันลานดอลลาร์ที่หายไป
นี่เป็นภาวะเงินฝืดในตลาดน้ำมันอย่างมาก (คนมีเงินไม่อยากใช้ ลดราคาเท่าไหร่ก็ไม่มีคนซื้อ) ขณะที่ถังกักเก็บน้ำมัน ท่อส่ง และรถบรรทุก ถูกเติมเต็มไปด้วย Oversupply จากน้ำมันที่ Demand พังทลายลงในขณะนี้
ไม่เพียงแค่นั้น หากเราลองมาสังเกตราคาน้ำมันดิบ WTI ในขณะนี้ ก็จะพบเรื่องน่าตกใจอย่างหนึ่งว่า...ราคาขายที่ตั้งไว้จนถึงเดือนมีนาคมปี 2021 นั้น
"ต่ำกว่าที่ Shale Oil ของสหรัฐฯ จะสามารถทำกำไรได้ในตลาด"
เนื่องด้วย Production Cost หรือต้นทุนการผลิตของ Shale Oil นั้นจะอยู่ราว 40-90 $/บาร์เรล ดังนั้นแล้วมันจึงหมายความได้อย่างชัดเจนว่า
"แม้ราคาที่สูงที่สุดที่มีการประกาศมาแล้วในขณะนี้ คือเดือนมีนาคม 2021 ก็ไม่อาจทำให้อุตสาหกรรม Shale Oil ของสหรัฐฯ ทำกำไรได้ในตลาดเลย"
พูดให้ง่ายกว่านั้นคือ
"บริษัท Shale Oil ของสหรัฐฯ ต้องขาดทุนไปจนถึงอยางน้อยในเดือนมีนาคม 2021 ที่ราคาขาย ณ ปัจจุบัน"
ดังนั้นแล้วมันจึงเป็นเหตุการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยมีคาดการณ์จากบริษัทด้านพลังงานระดับโลกอย่าง Rystad Energy ระบุเอาไว้ว่า ที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ประมาณ 20 $/บาร์เรล จะสามารถทำให้บริษัทด้านน้ำมันต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ล้มละลายได้เกือบ 400 แห่งภายในสิ้นปี 2020 และจะล้มละลายมากกว่า 500 แห่งภายในสิ้นปี 2021
ทีนี้เราลองมาวิเคราะห์กันดู ว่ามันมีความน่าสนใจอย่างไร ?
1. เทียบจากคาดการณ์ด้านบน กับระดับราคาขายปัจจุบันที่ประมาณ 13.5 $/บาร์เรล ผู้อ่านคิดว่าหากเป็นเช่นนี้จะทำให้บริษัทล้มละลายได้ถึงกี่แห่ง ?
2. เมื่อเทียบจากระดับราคาขายล่วงหน้าไปจนถึงเดือนมีนาคม 2021 ที่ประกาศในปัจจุบัน ต่อให้บวกราคาเปิดขึ้นมาอีกเดือนละ 10 $/บาร์เรล ก็ยังไม่พ้นระดับ 40 $/บาร์เรลอยู่ดี ยกเว้นในเดือนมีนาคม 2021
3. แน่นอนว่าในอนาคตน้ำมันจะต้องปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่คำถามคือ จะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่? เพิ่มขึ้นตอนไหน? แล้ว Shale Oil จะทนได้นานแค่ไหน? ต้องทนขายขาดทุนไปถึงเมื่อไหร่? จะขึ้นมาทันเวลาก่อนล้มละลายหรือไม่?
4. ทั้งหมดที่กล่าวมาหมายความว่า ราคาขายในปัจจุบันต้องเพิ่มขึ้นไปอีกอย่างน้อย 30 $/บาร์เรล ให้อยู่ในระดับราคาขายที่สูงกว่า 50 $/บาร์เรล นี่แค่ขั้นต่ำนะครับ คำถามถือเรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้ตอนไหน? เมื่อไหร่ที่ราคาน้ำมันจะกลับขึ้นไปถึง 50 $/บาร์เรล?
5. แน่นอนครับว่าราคาจะไม่ขึ้นจนกว่า Demand จะกลับมา ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่อีกอยู่ดี หรือถ้าตามที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอก อย่างเร็วก็ในอีก 2-3 เดือนหลังจากนี้ที่ Demand จะเริ่มฟื้นตัว แต่ที่รู้แน่ ๆ ตอนนี้คือ Shale Oil จะต้องล้มละลายอย่างน้อย 100 แห่ง หากราคายังเป็นเช่นนี้อยู่
6. ท้ายที่สุดแล้วทุกประเทศจำเป็นต้องลดการผลิตน้ำมันลงอย่างแน่นอน เนื่องจากที่กักเก็บไม่พอแล้ว แต่คำถามก็ยังคงเป็นเช่นเดิมคือ เมื่อไหร่ ?
7. ราคาน้ำมันตอนนี้ World Maker คิดว่ามันกำลังวิ่งอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดแล้วล่ะครับ แต่สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ นั้น World Maker ยังมองไม่เห็นจุดต่ำสุดเลยครับ
8. เหตุการณ์ที่เกิดในปัจจุบันนี้ เราจะสังเกตได้ว่าหลายอย่างผิดแปลก ผิดเพี้ยน ไปจากสภาพปกติของมันอย่างมาก ดังนั้นแล้วควรระวังตัวไว้ให้ดีเสมอครับ "สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร"
รายละเอียดอื่น ๆ ที่น่าสนใจมีดังนี้
1. ถังกักเก็บน้ำมันทั่วโลกกว่า 70% ได้ถูกใช้ไปหมดแล้ว
2. การผลิตของสหรัฐฯ ลดลงประมาณ 700,000 บาร์เรล/วัน
3. ล่าสุด IMF ยังคงคาดการณ์ GDP ทั่วโลกหดตัว 3%
4. ในปัจจุบันมีการผลิตน้ำมันทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 90 ล้านบาร์เรล/วัน แต่ความต้องการทั่วโลกอยู่ที่ 75 ล้านบาร์เรล/วัน นั่นหมายความว่าเรายังมี Oversupply ถึง 15 ล้านบาร์เรล/วัน
5. Reuters รายงานว่า Demand น้ำมันทั่วโลกได้ลดลงไปแล้วถึง 30%
6. การลดลงของราคาน้ำมันจนติดลบในครั้งนี้ส่งผลต่อ U.S Dollar Index และ US 10-year yield เช่นกัน ซึ่งมันหมายความว่าความกังวลทางเศรษฐกิจกำลังเพิ่มขึ้น
6. กองทุน ETF ต่าง ๆ กำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างในการถือหุ้นใหม่
7. นักลงทุนต่าง ๆ เริ่มแห่ถอนหุ้นในบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ
8. กองทุนรวมน้ำมันของสหรัฐฯ ลดลงกว่า 25%
ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญบางส่วน
1. Goldman Sachs
หลังจากวันที่ 21 เมษายน จะเป็นสุดท้ายของสัญญาซื้อขายเดือนพฤษภาคม แต่ความเป็นจริงทางกายภาพแล้ว ตลาดน้ำมันยังคงมี Oversupply อยู่อย่างล้นหลาม และมีแนวโน้มที่จะกดดันต่อราคาสัญญา WTI เดือนมิถุนายน"
อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วปริมาณการจัดเก็บที่ จำกัด จะบังคับให้การผลิตลดลงอย่างมาก เพื่อทำให้ตลาดเกิดความสมดุล และจะเป็นช่วงที่น้ำมันกลับมามีราคาสูงขึ้น แต่ทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้หลังจากที่ Demand เริ่มฟื้นฟูแล้ว
2. Edward Moya นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสจาก OANDA
นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ เนื่องจากความพยายามของทรัมป์ที่จะปกป้อง Shale Oil กำลังจะหมดลง
ผู้ผลิต Shale Oil ในอเมริกาเหนือจะถูกบังคับให้ปิดตัวลงในไม่ช้า และผู้เล่นรายย่อยส่วนใหญ่ จะไม่สามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่มีราคาต่ำ รวมถึง Demand ที่น่าหดหู่เช่นนี้
ความผันผวนของราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง และสิ่งที่เกิดขึ้นกับสัญญาน้ำมันดิบ WTI เดือนมิถุนายนในขณะนี้ ทำให้เราไม่ประหลาดใจเลย หากต้องเห็นว่าราคาน้ำมันกลับลงไปสู่แดนลบอีกครั้ง ในช่วงเวลาต่อจากนี้
Edward Moya
3. Konstantinos Venetis นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก TS Lombard
เช่นเดียวกับการที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะป้องกันภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ดังนั้นการลด Supply น้ำมันจะไม่ช่วยให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น เว้นแต่ว่า Demand จะเริ่มสูงขึ้นก่อนแล้ว
ผู้ผลิต Shale Oil ของสหรัฐฯ กำลังเข้าใกล้จุดที่ถูกบังคับให้ปิดตัวลง ซึ่งผู้ผลิตเหล่านี้จะต้องชั่งน้ำหนักในเรื่องของต้นทุน และราคาขายเป็นอย่างมาก
การกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม และการติชมในเชิงสร้างสรรค์ของคุณ เป็นกำลังใจให้เราและเหล่าอาชีพนักเขียนทุกคนในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ขอเชิญทุกท่านร่วมสร้างสังคมการเรียนรู้ที่ดีด้วยกันกับเรา
World Maker
สามารถติดตาม World Maker ผ่านทาง Facebook ได้แล้ววันนี้ที่

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา