22 เม.ย. 2020 เวลา 02:16 • ไลฟ์สไตล์
EP.3 เรื่องเล่าบาริสต้าในต่างแดน
หลังจากที่บินออกไปสู่โลกกว้าง.. เราได้งานร้านคาเฟ่ฝรั่ง เจ้าของเป็นผู้ชายตัวผอมๆ ดูใจดี(ในวันแรก) เขารับเราทำงานด้วยการทดลองทำลาเต้ เพราะลาเต้ ส่วนใหญ่จะใส่แก้วใสเห็นฟองนมได้ชัด ซึ่งลาเต้จะต้องมีฟองนมประมาณ 0.5-1 cm. กะเอาด้วยสายตาได้เลย บาริสต้าที่เก่งๆจะสามารถเทฟองนมได้เท่าๆกันในทุกแก้ว และหน้ากาแฟต้องเนียนด้วยนะคะ (เดี๋ยวเราจะมาเขียนวิธีทำในตอนต่อๆไปนะคะ ฝากติดตาม) ลายที่ทำง่ายที่สุดของเราคือลายทิวลิป เพราะขึ้นลายง่ายและดูชำนาญ
อันที่จริง ร้านนี้เขาไม่คำนึงถึงลาเต้อาร์ทค่ะ แต่ต้องทำแล้วอร่อยและถูกกฎของการทำกาแฟ ร้านกาแฟสัญชาติเอเชียจะเน้นลาเต้อาร์ท แต่ถ้าเป็นสัญชาติออส ส่วนใหญ่จะเน้นแค่ความอร่อยและเร็วก็เพียงพอแล้ว
เริ่มทำงานวันแรก ตี 5 ครึ่งค่ะ.. พระเจ้า.. เราไม่เคยทำงานเช้าขนาดนี้ เลยต้องรีบตื่นมาตั้งแต่ตีสี่ เพื่อจะได้ออกจากบ้านให้ทันตอนตี 5.. ตอนนั้นเมืองเมลเบิร์นเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ประมาณ 8 องศาได้ค่ะ หายใจแล้วควันขึ้น แล้วเราต้องไปทำงานแต่เช้าตรู่ ลองจินตนาการดูนะคะ ผู้หญิงตัวเล็กๆยืนหนาวช่วงเช้ามืดคนเดียวเพื่อรอรถแทรม แจ็คเกตก็ไม่ค่อยช่วยอะไรแล้วค่ะ ณ จุดนั้น
บนรถแทรมมีคนแค่ 3-4 คนเองค่ะ ฝรั่งคงนึกในใจ ยัยเอเชียนี่ไปไหนแต่เช้า 😂 บางวันมีฝนตกปรอยๆมาซ้ำเติมอีกค่ะ ตัวสั่นเลยทีเดียว..
ถึงที่ทำงานแล้ว.. เรามาเปิดร้านกับเจ้านายแค่สองคนค่ะ ภารกิจแรกของเราคือช่วยเจ้านายยกโต๊ะ ตามด้วยเทน้ำใส่ชามให้น้องหมา.. จัดของในร้าน และซื้อหนังสือพิมพ์ ช่วงนั้นภาษาอังกฤษของเรายังงูๆปลาๆอยู่เลยค่ะ ทำให้ไม่กล้าพูดกับเจ้านายสักเท่าไหร่ ยิ่งเงียบ.. เขายิ่งเพ่งเล็งสิคะ..
ช่วงสายๆเริ่มมีคนเข้าร้านเยอะขึ้น.. ปรากฎว่าเราทำกาแฟไม่ทันค่ะ เพราะเคยฝึกมาแต่ลาเต้อาร์ทซึ่งทำทีละแก้วและเคยขายแค่ตอนเย็น..โดนดุไปตามระเบียบ ยิ่งช่วงยุ่งๆแล้วนั้น เจ้านายต้องมาทำแทนค่ะ รู้สึกแย่สุดๆ
เพื่อนร่วมงานที่นี่เป็นวัยรุ่นออสซี่ทั้งหมด ซึ่งเด็กกว่าเราอีกค่ะ มีเราเป็นเอเชียอยู่คนเดียว.. ภาษาก็ไม่แน่น เจ้านายไม่ให้เราไปเสิร์ฟเลย กลัวคุยกับลูกค้าไม่รู้เรื่อง.. ถ้าว่างก็ไล่กลับบ้านสถานเดียว
วันแรกเจ้านายให้ผ้ากันเปื้อนมีแบรนด์กับเราค่ะ แต่พอวันที่สอง เราทำหายไว้ในรถไฟ.. ฝืนใจไปทำงาน เจ้านายสั่งให้เราหยุดงานแล้วไปซื้อใหม่เดี๋ยวนั้นเลย.. เมื่อมีวีรกรรม(แย่ๆ)ที่สองแล้ว ก็ต้องมี สาม สี่ ห้า ตามมา.. เช่น เจ้านายใช้เราไปหยิบ Asparagus หรือหน่อไม้ แต่เราแปลไม่ออกค่ะ หยิบผิดจ้า เสียเวลาไปอีก..(คลังเก็บของอยู่ด้านหลังร้านซึ่งต้องเดินไปไกล) หรือบางทีเราทำกาแฟแล้วความร้อนไม่ถึง โดนลูกค้าคอมเพลน เจ้านายก็จะมาตักเตือนเราอีกที บางวันเครื่องกาแฟมีปัญหา เจ้านายก็โทษเราค่ะ ผิดทุกที 😢
ทำงานไปได้สักพัก.. เจ้านายเริ่มบ่นเรากับเพื่อนร่วมงาน ฟังออกบ้าง ฟังไม่ออกบ้าง.. เจอหน้าเราก็หงุดหงิดใส่ ทำขนมปังมาแจกทุกคนยกเว้นเรา.. ทั้งที่เราต้องมาทำงานเช้าที่สุด.. เราก็ต้องทนหิวไปทั้งช่วงเช้า ฟางเส้นสุดท้าย.. คือเจ้านายให้เราเข้างาน ตี 5 ครึ่ง แล้วไล่กลับบ้านที่ 7 โมงเช้าต่อหน้าเพื่อนเด็กเสิร์ฟทุกคน เปลืองค่าแทรมและเสียหน้าไปอีก พอกันที.. เราทนจนวันรับเงินแล้วลาออกเลยค่ะ เจ้านายขอโทษเรา บอกว่าอยากสอนเรา และเรียกเรามาทำงานอีก แต่เราไม่โอเคแล้วค่ะ 👋
1
เมืองเมลเบิร์นเริ่มหนาวขึ้นมาก.. หนาวกายหนาวใจ บรรยากาศหดหู่ไร้แสงแดด เราตัดสินใจย้ายไปเมือง Cairns ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก เพื่อไปต่อวีซ่าปีที่สอง ถึงแม้ว่าจะถูกคัดค้านจากทางบ้านและเพื่อนๆก็ตาม..
ฝากติดตาม EP.ต่อไปที่เมือง Cairns นะคะ.. 😊

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา