25 เม.ย. 2020 เวลา 03:39 • ไลฟ์สไตล์
EP.5 เรื่องเล่าบาริสต้าในต่างแดน
ตี 5 ของเช้าวันทดลองงาน เรานัดเจอกับคนขับรถซึ่งเป็นเชฟสาวเกาหลีที่ทำงานอยู่ที่นั่นได้สักปีนึงแล้ว เธอขับรถเก๋งสีดำมาจอดรับเราที่ยืนอยู่บนถนนข้างโฮสเทลท่ามกลางความมืด
เมืองแคนส์ไม่มีรถไฟฟ้าและแทรม วิธีเดียวที่จะสัญจรระยะไกลได้ในราคาถูกที่สุด คือรถบัส ซึ่งมีชั่วโมงละคันเดียว แต่..รถบัสเริ่มทำงานตอน 8 โมงเช้าซึ่งเป็นเวลาเข้างานส่วนใหญ่ของคนที่นี่ ราคาค่ารถบัสไม่ถือว่าถูกเลยถ้าเทียบกับเมืองอื่น (เริ่มต้นตั้งแต่ 2.90-5.90 ดอล ต่อเที่ยว) และไม่มีบัตรเหมาจ่ายรายเดือน
แสงไฟสลัวๆจากถนนข้างหน้า ทำให้เราไม่สามารถเห็นอะไรได้ชัด ข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ ภูเขา และป่า เงียบสงัด อากาศเย็นยะเยือกในตอนเช้า ยิ่งทำให้เรากลัวขนลุกซู่ขึ้นไปอีก ยังดีที่คนขับเป็นผู้หญิงหน้าตาน่ารัก บรรเทาความกังวลในจิตใจลงไปได้บ้าง
ไม่ถึง 1 ชั่วโมงถัดมา รถของเธอก็จอดลง ณ ที่แห่งหนึ่ง บริเวณรอบๆมีรถยนต์จอดบ้างประปราย เราเดินตามเธอเข้าไปในรั้วที่ไม่อาจมองเห็นสถานที่เต็มๆตาได้ วางกระเป๋าไว้ในล็อคเกอร์แล้วเดินออกมาตามโซนที่เธอได้บอกเอาไว้
ภาพข้างหน้าของเราเป็นบาร์สเตชั่นที่เต็มไปด้วยเหล้าและไวน์ชั้นดีประมาณ 50 ขวด เป็นร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดที่เคยทดลองงานก็ว่าได้ เรารีบกุลีกุจอเข้าไปช่วยงานบาริสต้าหลักที่มาถึงก่อนแล้ว.. เธอเป็นผู้หญิงมาเลเซียตัวเล็กกว่าเราอีกค่ะ
เราถูกทดลองงานโดยการทำกาแฟให้ทุกคนในร้านเป็นอย่างแรก เราทำทุกอย่างที่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นยกถังน้ำแข็งที่หนักมากๆจากห้องเย็นด้านหลัง หั่นแตงโมและสัปปะรด คั้นส้ม 50 ลูก ยกถังนมเก้าแกลลอนในเวลาเดียวกัน สต็อกเหล้าและไวน์กว่าร้อยขวด และอื่นๆ
งานที่นี่เป็นงานที่หนักที่สุดที่เราเคยเจอมาแล้ว แต่เราตื่นเต้นมากๆเพราะได้เรียนรู้ใหม่ในทุกๆด้าน ช่วงสายๆร้านเต็มไปด้วยลูกค้าที่เข้ามาเยอะจนไม่สามารถทำกาแฟได้ทัน (มีมากกว่าร้อยโต๊ะ) เราจึงย้ายตำแหน่งไปสตรีมนมอย่างเดียวแล้วปล่อยให้สาวมาเลเซียคุมเครื่องกาแฟ
ในวันแรก..ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ทุกคนชมว่าเราสตรีมนมได้ดีมากๆ (วันนั้นสตรีมนมไปหลายร้อยรอบ) และแล้วเราก็ได้ยูนิฟอร์มร้านและใบรับรองงานกลับบ้าน
แต่ปัญหาคือ..เราต้องเข้างาน 6 โมงเช้าทุกวัน แล้วไม่มีรถนี่สิ..
ติดตาม EP. ต่อไปนะคะ วันนี้ฝากไว้ด้วยภาพคาเฟ่ที่เราได้งาน 😊

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา