25 เม.ย. 2020 เวลา 08:16 • ประวัติศาสตร์
การว่ายน้ำครั้งแรกของผม
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่น่ารัก วันนี้ไม่ได้พาไปเที่ยวแต่จะพาไปย้อนวันวานในวัยเด็ก เพราะช่วงโควิด ทำให้ผมมีเวลาครุ่นคิดอะไร ๆ มากขึ้น
ใครหลายคนมักจะมีกีฬาที่ชื่นชอบอยู่ในใจ เพราะ"กีฬา" ถือว่าเป็นกิจกรรมนันทนาการที่ดีอย่างหนึ่ง ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สำหรับผมก็เช่นกัน
ว่ายน้ำ (Swimming) เป็นกีฬาที่ชอบที่สุดของผม ด้วยเหตุว่า นอกจากจะเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งนั้น มันได้บันทึกประสบการณ์และความทรงจำอีกหลายอย่างไว้ด้วย ดังที่ผมจะนำมาเล่าให้ทุกท่านได้ทราบจากนี้ครับ
ย้อนเวลาไปสักยี่สิบปีกว่า ๆ เห็นจะได้ สมัยที่ผมจะเริ่มหัดว่ายน้ำ หลังเลิกเรียนคุณแม่พาผมไปลงเรียนว่ายน้ำที่สระน้ำของโรงเรียน บรรยากาศนักเรียนหัวเราะเริงร่า เสียงตีขาในน้ำดังเป็นจังหวะ รุ่นพี่กำลังอบอุ่นร่างกายอยู่ที่ริมสระก่อนการฝึกซ้อม ผมเห็นจนชินตาทุกเย็น แต่ที่อาจยังไม่ชินสำหรับพ่อแม่ นั่นคือ พัฒนาการของผมในการเรียนว่ายน้ำที่ยังไม่เป็นที่พอใจเท่าที่ควร
จนกระทั่งโรงเรียนเข้าช่วงปิดเทอม พ่อกับแม่พาผมกลับไปเยี่ยมปู่ย่าที่ต่างจังหวัด และคุณพ่ออาสาที่จะสอนว่ายน้ำให้ผมด้วยตัวเอง ในตอนแรกผมก็คิดว่าจะพาไปฝึกที่สระว่ายน้ำที่ไหนสักแห่ง แต่เปล่าเลย พอรู้ตัวอีกทีผมกับพ่อก็โผล่มาที่ริมแม่น้ำแล้ว ซึ่งท่าน้ำแห่งนี้อยู่ถัดจากบ้านปู่กับย่าผมไม่ไกลมากนัก ผมเคยเห็นเด็ก ๆ กระโดดเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน บางคนเล่นพิเรนทร์ถึงขั้นกระโดดจากสะพานปูนข้ามคลองลงมาในน้ำเสียงดังตูมตาม แต่ทว่า...ในใจผมตอนนั้นบอกเลยครับว่าไม่มีทางไปทำอะไรแบบนั้นแน่นอน
พ่อจับมือจูงผมไปต่อไม่รอให้เสียเวลา เร่งรีบพาผมไปที่ท่าไม้เล็ก ๆ ริมแม่น้ำทันที ผมเองก็เตรียมกางเกงและแว่นตากันน้ำมาเรียบร้อย พอกำลังจะจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า พ่อบอกว่าเราเป็นคนต่างจังหวัด ไม่ต้องมีชุดอะไรทั้งนั้น ก็ชุดที่แกใส่นั่นแหละ ผมถึงกับอึ้ง เพราะชุดที่ฝึกว่ายน้ำครั้งนี้ ก็คือชุดธรรมดาที่ผมใส่มา กางเกงคอกลมตราห่านกับกางเกงเจเจขาสั้นเบา ๆ ผมเลยบอกพ่อไปว่า ผมไม่ฝึกว่ายที่นี่ได้ไหม มันดูไม่สะอาดและน่ากลัว ประกอบกับเริ่มมีเด็ก ๆ จากบริเวณแถวนั้นเริ่มมาเล่นน้ำแล้ว ผมยิ่งเกิดความอายและขัดขืนที่จะไม่ฝึกว่ายน้ำในครั้งนี้
เหนือสิ่งอื่นใดด้วยความเป็นเด็ก การขัดขืนคำสั่งผู้ใหญ่ก็คงจะไม่ได้ผลนัก สุดท้ายผมก็ต้องจำใจฝึกว่ายน้ำกับพ่อที่ริมแม่น้ำแห่งนั้น เสียงหัวเราะชอบใจของเด็ก ๆ ที่รู้ว่าเรายังว่ายน้ำไม่เป็น ยิ่งทำให้ผมฉุนมาก คิดว่าไม่อยากจะมาเหยียบที่นี่อีก และเกิดความรังเกียจในกีฬานี้เป็นที่สุด แถมยังต้องมาใช้อุปกรณ์ของพ่อที่ให้ฝึกก็แสนทุเรศในตอนนั้น นั่นคือ ลูกมะพร้าวแห้งที่ร้อยเป็นพวง พ่อใช้มันช่วยพยุงผมให้ลอยตัวอยู่ในน้ำ แทนที่จะใช้ตีนกบอันเก่งกับแว่นตากันน้ำราคาแพงที่แม่ซื้อให้ใช้ฝึก กลับไม่มีประโยชน์เอาเสียเลยกับการฝึกในครั้งนี้
เราทั้งสองฝึกแบบนี้ทุกวัน เป็นเวลาสี่วัน จนวันสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพ พ่อจะให้ผมลองลอยตัวในแม่น้ำดูว่าใช้ได้ไหม ผมก็รู้สึกว่า ทำอะไรซ้ำเดิม มันจะได้ผลอะไร สู้กลับไปเรียนกับครูที่โรงเรียนเหมือนเดิมดีกว่า เรื่องแบบนี้มันต้องเรียนกับครูที่สระจะดีกว่า ผมยังไม่ทันจะเปลี่ยนเสื้อผ้า เอามะพร้าวแห้งมาใส่ จู่ ๆ พ่อก็อุ้มผมขึ้นจนตัวลอยแล้วโยนลงท่าน้ำทั้งอย่างนั้น ผมตัวเปล่า ๆ ไร้อุปกรณ์ใด ๆ ช่วยเหลือ ประกอบกับตกใจสุดขีด เลยทั้งโกรธแค้น ร้องไห้ และอีกหลากหลายอารมณ์ ตอนนั้นทำตัวไม่ถูก คิดอย่างเดียวว่าขึ้นไปได้จะไปต่อยพ่อให้ดูเลย (โกรธขนาดนั้นเลยครับ) ทำไมทำกับเราอย่างนี้
เสียงหัวเราะร่วนเชิงเย้ยหยันของเด็กคนอื่นที่เล่นน้ำอยู่แถวนั้นดังมาก ผมยิ่งอายเข้าไปใหญ่
แต่จู่ ๆ ผมก็รู้ตัวอีกทีว่าผมลอยตัวในน้ำได้แล้ว ตอนนั้นผมอยู่ในชุดธรรมดาอย่างเสื้อยืด กางเกงยีนและรองเท้าผ้าใบ แต่ผมกลับไม่รู้สึกหนักเลย แขนกับขาทั้งสองทำงานประสานกันช่วยพยุงร่างกายให้ลอยตัวขึ้นได้ คนว่ายน้ำเป็นอาจจะคุ้นชื่อท่าแรกนี้ของผม นั่นคือ "ท่าลูกหมาตกน้ำ" ผมดีใจมาก เพราะผมว่ายน้ำเป็นแล้วครับ พ่อบอกว่าให้ว่ายเข้าฝั่งมาเร็ว แม้เสื้อกางเกงที่ตัวผมจะเลอะเทอะโคลนไปบ้าง แต่กลายเป็นการว่ายน้ำครั้งแรกที่สนุกที่สุดสำหรับผม
จากวันนั้นจนถึงบัดนี้...ผมกลายเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนไปแล้ว ความทรงจำร้าย ๆ เริ่มเลือนลาง มีแต่ความสุขใจ สนุกกับการแข่งขันคัดตัวนักกีฬา จนถึงช่วงเวลาที่ต้องหยุดเล่นตามอายุที่มากขึ้น และเปลี่ยนเป้าหมายไปสู่การเรียนและการทำงานแทน
สำหรับผมถือว่านุษย์เราเป็นสัตว์ที่โชคดีอย่างหนึ่ง คือ นอกจากที่จะพิชิตและครอบครองพื้นพิภพได้แล้ว ยังสามารถพิชิตท้องนภา รวมถึงท้องธารามหาสมุทรได้อีกด้วย แต่มันมีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น นั่นคือ มันขึ้นอยู่กับพวกเราว่ามีความรู้สึก และมีภาพจำกับสิ่งนั้นอย่างไรมากกว่า เพราะหลายครั้งที่ผมเคยดูสารคดีผู้พิชิตยอดเขาอย่างเอเวอร์เรสต์ (EVEREST) ความสุขของคนที่พิชิตยอดเขาสูง หรือทำลายสถิติว่ายน้ำข้ามทวีปได้ หลายคนอาจคิดว่าแค่ทำตามแผนที่วางไว้ เก่ง อดทนได้ไง จึงพิชิตได้ และมีความสุข
แต่เปล่าเลยครับ... ผมกลับคิดต่างออกไป ความสำเร็จเหล่านั้นเพียงแค่ทำให้เรารู้ว่าจะสิ้นสุดการเดินทางแล้วนะ เหนื่อยอีกหน่อย เห็นไหมนั่นอีกไม่ไกล เราเข้าใกล้มันมากแล้ว อย่าล่าถอยซะก่อน จนเรามีเรี่ยวแรง แรงใจไปต่อเป้าหมายนั้น และทำมันสำเร็จ
แต่แท้ที่จริงแล้ว... ความสำเร็จเป็นเพียงแค่ปลายทาง สิ่งที่อยู่ระหว่างทาง รวมถึงสิ่งที่ทำอยู่นั่นต่างหาก ที่เป็นความสำเร็จที่แท้จริง เพราะคุณลงมือทำมันแล้วไงเล่า
สำหรับผมแล้วคงคาดเดาได้เพียงว่า ในวันที่คุณได้มีโอกาสปักธงบนยอดเขา หรือเอื้อมเหยียดมือจนแตะขอบสระว่ายน้ำอย่างผม ภาพต่าง ๆ จะวิ่งเข้ามาในหัว เพื่อให้เรารับรู้ได้เองว่าความรู้สึกนั้นเป็นเช่นไรครับ
ติดตามงานเขียนและการท่องเที่ยวต่อได้ที่ลิ้งค์ด้านล่าง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา