9 มิ.ย. 2020 เวลา 07:34 • ธุรกิจ
ออมให้เงินโต ภาคกองทุนรวม EP3
“กองทุนรวมมาจากไหน เราจะโดนโกงมั๊ย”
สวัสดีครับ ในที่สุดวันนี้ก็เข้าเรื่องกองทุนรวมกันแล้ว เฮ้ๆๆ
รู้หรือเปล่าครับว่าการลงทุนในกองทุนรวมนั้นคือการให้เงินไปทำงานแบบนึง ซึ่งถ้าพูดถึงการใช้ “ให้เงินไปทำงาน” เรื่องนี้น่าจะเป็นความฝันของหลายๆคน
แต่ทว่ามันทำได้ยังไงล่ะครับ?
จาก EP ที่แล้วเรารู้ละว่า ถ้าเราเอาเงินไปลงทุนให้ชนะเงินเฟ้อ เมื่อเวลาผ่านไปเงินจะมีมูลค่าเพิ่มเร็วขึ้นกว่าราคาสินค้า การที่เราเอาเงินไปลงทุนให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรมากนี่เอง ที่เราเรียกว่า “ให้เงินทำงาน”
ที่สำคัญคือการให้เงินทำงานผ่านกองทุนรวมนั้นเข้าใจง่าย และ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นอย่างเราๆ
แต่อย่างที่เคยบอกนะครับ ความง่ายไม่ได้แปลว่าหลับตาจิ้มแล้วจะได้ตังค์
ก่อนที่เราจะลงเงินในอะไรสักอย่าง เราก็ต้องรู้จักมันให้ดีซะก่อน
ม่ะ ไปรู้จักมันกันเลย
(ถาม) กองทุนรวมคืออะไร?
(ตอบ) คำถามนี้ง่ายมากครับ ผมตอบแบบนี้ประจำ
มันก็คือ กอง+(เงิน)ทุน+รวม แปลได้ความหมายว่า เอาเงินทุนมากองรวมๆกัน
ซึ่งส่วนใหญ่ได้ยินคำตอบแบบนี้ เขาจะหาว่าผมกวนตีนครับ ถถถถ ลองมาดูกันว่ามันจริงหรือมั่วแหลก
กองทุนรวมนั้นเกิดมาจากแนวคิดแบบนี้ครับ
ในทุกวันนี้มีคนทั่วไปแบบเราๆนี่แหละที่ทำอาชีพต่างๆตามความถนัด ซึ่งถ้ามีเงินเหลือเก็บ ก็มักจะฝากธนาคารหรือลงทุนไปตามความรู้ความเข้าใจของแต่ละคน
บางคนที่เข้าใจการลงทุนดีก็ดีไป คือลงทุนแล้วได้กำไร แต่ทว่าส่วนใหญ่ที่ไม่ได้มีความถนัดในการลงทุนก็มักจะขาดทุน
และที่สำคัญ พวกเราจำนวนมากไม่ได้มีเงินเหลือเก็บมากมายขนาดจะไปลงทุนใหญ่ๆ บางคนเหลือเก็บเดือนละไม่กี่ร้อยบาท
จะเห็นว่าสำหรับคนทั่วไป การลงทุนนั้นทำได้ยากเพราะต้องการเงินค่อนข้างเยอะ ไหนจะความรู้ในเรื่องที่จะไปลงทุน บวกกับเวลาที่ใช้ในการบริหารการลงทุน แค่งานประจำก็จะตายแล้ว เจอแบบนี้ก็พอดีไม่ต้องมีเวลานอน
มันน่าจะดีกว่า ถ้ามีกลุ่มคนที่มีความถนัดในการลงทุนเข้ามา “รับจ้าง” เอาเงินจากคนที่ไม่มีความถนัดในการลงทุน ไปลงทุนให้ “ชนะเงินเฟ้อ” โดยไม่จำเป็นว่าต้องใช้เงินเยอะ
มีเงินหลัก 100-500 บาทก็ลงทุนได้ ไม่ต้องใช้เวลามาติดตามการลงทุนมาก แค่สัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้งก็ยังได้ โดยกำไรที่ได้มานั้นก็จะแบ่งกันไปตามสัดส่วน ใครลงเยอะก็ได้เยอะ
กองทุนรวมก็มีที่มาแบบนี้ล่ะครับ จะเห็นว่าโดยหลักการมันเป็นการรวบรวมเงินมา(กอง)รวมกัน แล้วเอาไปให้คนที่เชี่ยวชาญในการลงทุนเอาไปบริหารจัดการให้เงินงอกเงยเพิ่มขึ้นนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม การที่มีกลุ่มคนเข้ามา “รับจ้าง” เอาเงินของประชาชนทั่วไปอย่างเราๆไปลงทุนนั้น ก็อาจจะมองได้ว่าเป็นการเปิดช่องให้มีการหลอกลวงกันได้ ดังนั้นทางรัฐจึงต้องมีการควบคุมการทำธุรกิจประเภทนี้อย่างเข้มงวดสุดๆ
เข้มงวดอย่างไร?
ก่อนอื่นรัฐจะออกกฏหมายเพื่อควบคุมการทำงานของกลุ่มคนที่เข้ามารับจ้างทำงานนี้ โดยปัจจุบันในบ้านเรา ถ้าใครต้องการรับจ้างลงทุนจะต้องจดทะเบียนจัดตั้งเป็น บลจ. ย่อมาจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซะก่อน
หลังจากนั้นก็มีการแต่งตั้งองค์กรณ์มาคอยตรวจสอบการทำงานของ บลจ. ในบ้านเราองค์กรณ์นี้มีชื่อว่า กลต. ย่อมาจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เจ้าเดียวกับที่คอยดูแลตลาดหุ้นนั่นเอง
ต่อไปนี้อธิบายจากรูปจะง่ายกว่า ลองดูรูปนะครับ
โอ้ว ทำมันยุ่งยากแบบนี้ ตาลายไปหมดแล้ว
ไม่ต้องตกใจครับมาเริ่มดูไปพร้อมๆกัน เริ่มจากด้านบนรูปตึกสีเขียวๆก่อน นั่นคือ บลจ. ที่จัดตั้งขึ้นมา โดยการทำงานของ บลจ. นั้นจะมี กลต.ที่เป็นตึกสีเลือดหมูที่อยู่มุมบนซ้ายคอยตรวจสอบการทำงาน
หลังจากนั้น บลจ.ก็จะทำการตั้งกองทุนรวมที่เป็นรูปถุงเงินตรงกลางรูปขึ้นมา โดยจะเปิดขายให้ประชาชนทั่วไปได้ซื้อลงทุน กองทุนรวมนี้จะมีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกออกมาจาก บลจ. นะครับ ถ้าเกิดกรณีที่ บลจ. ขาดทุนจะเจ๊งแล้ว บลจ. ไม่สามารถไปดึงเงินจากกองทุนรวมมาช่วยชีวิตตัวเองได้ สิ่งที่ บลจ. จะได้จากกองทุนรวมคือค่าธรรมเนียมเท่านั้น
ทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนรวม จะถูกเก็บรักษาโดย ผู้ดูแลผลประโยชน์ (ตึกสีฟ้าทางขวาในรูป) ซึ่งจะต้องเป็นสถาบันการเงินที่ไม่เกี่ยวกับ บลจ. เช่น กองทุน A บริหารโดย บลจ.กสิกร ผู้ดูแลผลประโยชน์อาจจะเป็น ธนาคารกรุงเทพ หรือ ธนาคารอื่นๆที่ไม่ใช่ธนาคารกสิกร
ผู้ดูแลผลประโยชน์นอกจากจะเก็บรักษาทรัพย์สินแล้ว ยังดูอีกว่า บลจ. เบิกเงินไปเนี่ย เอาไปลงทุนตามนโยบายจริงหรือเปล่า, NAV ที่คำนวณในแต่ละวันนั้นคำนวณถูกหรือเปล่า เดี๋ยวเรื่อง NAV จะพูดใน EP ถัดๆไปนะครับ ตอนนี้ก็อ่านผ่านตาไปก่อน
ซึ่งตามกฏแล้วทาง บลจ. จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับผู้ดูแลผลประโยชน์ด้วยเป็นค่าบริการในการตรวจสอบ
กลับมาดูที่กองทุนรวมนะครับ เมื่อได้เงินจากคนที่ซื้อกองทุนมาแล้ว กองทุนรวมก็จะเอาเงินไปลงทุนตามนโยบายของกองทุนนั้นๆ เรื่องนโยบายนี้เดี๋ยวจะว่ากันทีหลัง
ซึ่งการลงทุนนั้นคนที่บริหารจัดการก็คือทีมงานจาก บลจ. ที่เรียกว่า “ผู้จัดการกองทุน” อันนี้ไม่ได้อยู่ในรูปนะครับ ขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติม
ผู้จัดการกองทุนจะไม่ได้มีแค่ 1 คนเนาะ แต่เป็นทีมงานซึ่งประกอบไปด้วย ทีมวิเคราะห์ ทีมซื้อ ทีมขาย ช่วยกันบริหารกองทุน ว่ากันแบบนั้น
อ่าๆ แล้วไม่ใช่ว่าจะเอาใครก็ได้มาเป็นผู้จัดการกองทุนนะครับ บุคคลเหล่านี้จะต้องผ่านการคัดกรองมีทั้งการสอบ และ ต้องมีประสบการณ์ทำงานในด้านนั้นๆเป็นระยะเวลาตามเกณฑ์ของ กลต.
จากโครงสร้างกองทุนรวมที่มีการคัดกรองและควบคุมที่เข้มงวดแบบนี้นี่เอง โอกาสที่ บลจ. จะโกงเรานั้นแทบเป็นไปไม่ได้ และในประวัติศาสตร์กองทุนรวมในประเทศเรานั้น (ตั้งแต่ปี พศ.2520 ถึงปัจจุบัน) ยังไม่ปรากฏว่ามีการโกงเกิดขึ้น
แต่ๆๆๆเคยมีเคสการโกงเกิดขึ้นนะ ไม่ใช่ไม่มี แต่สาเหตุมาจากตัวเจ้าหน้าที่เอง ไม่ได้เกิดจากทาง บลจ.
คือมีการหักเงินลูกค้าไปซื้อกองทุน แต่ไม่ได้เอาไปซื้อจริง ซึ่งเรื่องนี้จริงๆแล้วป้องกันได้ง่ายมากๆ เพียงแค่เราเช็คยอดในบัญชีทุกครั้งหลังการซื้อขาย ถ้าเจอว่ายอดไม่ตรงก็ให้แจ้งกับทาง บลจ.
คือตัวระบบมันเข้มงวดจริง แต่เราก็ต้องระวังในส่วนของเราเองด้วยนะครับ
ถ้าว่ากันตรงๆ กองทุนรวมนั้นมีโอกาสถูกโกงน้อยกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์มากๆ ซึ่งการออมเงินในสหกรณ์ออมทรัพย์นั้นถือเป็นการลงทุนยอดนิยมในบ้านเราแล้วก็มีข่าวโกงกันบ่อยๆ สาเหตุที่คนไม่ค่อยซื้อกองทุนรวมก็คือไม่เข้าใจนี่แหละ พอไม่เข้าใจ ซื้อไปแล้วขาดทุนก็เลยเข็ดไม่กล้าซื้ออีก แนวๆนี้
ซึ่งการที่เราจะลงทุนในกองทุนรวมแล้วทำกำไรได้นั้น ก่อนอื่นเราต้องรู้จักธรรมชาติ และ ลักษณะของกองทุนที่เราจะไปลงทุนซะก่อน ว่ากองทุนนั้นเนี่ย มันลงทุนในอะไร ความเสี่ยงคืออะไร ซึ่งพอเราเข้าใจมันแล้ว โอกาสได้กำไรก็จะอยู่แค่เอื้ิอม
แล้วความเสี่ยงคืออะไรล่ะ? อยากรู้มั๊ย
ถ้าอยากรู้ ต้องรบกวนให้ช่วยติดตามตอนต่อไปนะครับ 5555 ตัดจบ
วันนี้สวัสดีครับ ชุบ ชุบ
ออมให้เงินโต วางแผนการเงินด้วยตัวเอง ใช้ภาษาบ้านๆ เข้าใจง่าย อ่านฟรีครับ
อ่านแล้วมีคำถาม ถามได้ที่เพจตลอดเวลา ยินดีตอบคำถามอย่างมากๆครับผม
ถ้าอ่านแล้วชอบ สั่งซื้อหนังสือออมให้เงินโตได้จากช่องทางต่อไปนี้นะครับ
Line : @proudorder
คลิก > https://bit.ly/33z7RLe
หรือ > Lazada : PROUD

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา