15 มิ.ย. 2020 เวลา 03:24 • ความคิดเห็น
[ตอนที่ 2 : เรื่องของวิว] คอนโดตึกนึงมียูนิตเป็นร้อยเป็นพัน จะเลือกชั้นไหน? ห้องไหน? ให้เหมาะกับเรา
จากตอนที่แล้ว เราพูดถึงเรื่อง "ทิศ" ไปแล้ว ซึ่งต่อให้เรื่องทิศจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็มาคู่กับเรื่องถัดไปเลยครับ คือวิวและพื้นที่รอบข้าง
เรื่องทิศที่พูดมาทั้งหมดในข้อแรกอาจจะไม่มีความหมายเลยก็ได้ ถ้ามีเรื่องของวิวมาเกี่ยวข้อง ลองนึกภาพว่าถ้าหากเป็นคอนโดที่วางตัวในทิศตะวันออก/ตะวันตก แต่ทางทิศตะวันออกติดกับตึกข้างๆ แบบระยะประชิด แต่ทิศตะวันตกไม่มีตึกข้างๆ เห็นวิวเมืองได้ ถึงทิศตะวันตกจะร้อนกว่ายังไง ทิศตะวันตกก็ยังน่าเลือกกว่า ด้วยห้องที่มีวิว มีแดดส่องถึง ดีกว่าห้องที่ต้องเห็นแต่หน้าต่างห้องข้างๆ ใช่ไหมหล่ะครับ ดังนั้นห้องวิวบล็อกก็เป็นอีกหนึ่งข้อที่หลายๆ คนมักจะเลี่ยงกัน
แต่บางคนอาจจะบอกว่าอยู่ห้องก็ปิดม่านตลอดวิวบล๊อกก็ไม่เป็นไร อันนี้ก็สามารถเลือกได้ครับ ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับก่อนว่าในเวลาขายต่อหรือปล่อยเช่าอาจจะยากกว่าห้องที่วิวเปิดนะครับ
(แต่ในหลายๆ โครงการ ห้องวิวบล๊อกก็ราคาดีจริงๆ นะ)
แล้วถ้าวิวที่ไม่บล็อก ส่วนใหญ่จะมีวิวอะไรให้เลือกบ้าง?
-- วิวบ้าน/วิวชานเมือง --
วิวนี้ส่วนใหญ่จะเป็นวิวที่เห็นได้จากคอนโดช่วงรอบนอก หรือส่วนที่เป็นรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย คือเมืองอาจจะยังไม่เจริญมาก โดยจะเป็นวิวที่มองออกไปทางนอกเมืองครับ ยังเป็นบ้านเรือนทั่วไปที่ไม่สูงมาก หรือบางทำเลถัดออกไปยังมีพื้นที่สีเขียวเป็นสวนหรือที่ว่างอยู่ อาจจะเป็นวิวที่ไม่ได้มีอะไรมาก ข้อดีก็คือวิวจะค่อนข้างโล่งสบายตา ไม่ค่อยมีอะไรบัง ในช่วงกลางคืนก็อาจจะดูมืดๆ นิดนิง
วิวนี้ถ้าเราเลือกชั้นที่สูงไปซักประมาณนึงแล้ว ถ้าเลือกชั้นสูงขึ้นไปอีกก็อาจจะเริ่มไม่รู้สึกถึงความต่างที่มากนัก เพราะยังดูโล่งๆ ไปหมดพอกัน อันนี้ก็ลองบาลานซ์ระหว่างงบที่มี กับชั้นที่สูงขึ้นนะครับ
ที่มาภาพ: Narai Property
-- วิวเมือง --
วิวนี้ก็ตามชื่อครับ เป็นวิวที่มองเข้ามาในเมือง ซึ่งก็จะได้วิวของความเป็นตัวเมือง ตึกต่างๆ ทั้งกลางวันและแสงไฟจากตัวตึกในตอนกลางคืน
ความสวยก็ขึ้นอยู่กับว่าตัวคอนโดนั้นตั้งอยู่ที่ไหนแล้วมองไปเมืองฝั่งไหน ถ้าเป็นคอนโดที่อยู่ในเมือง หากเลือกชั้นที่สูงขึ้นก็จะยิ่งได้เห็นเมืองในมุมกว้างและวิวก็จะยิ่งดูโปร่งโล่งขึ้น เพราะยิ่งสูงตึกที่อยู่ในระดับความสูงเดียวกันก็จะยิ่งน้อยลงไป จะไม่ค่อยอึดอัด แต่ราคายิ่งชั้นสูงราคาห้องก็จะยิ่งสูงขึ้นตาม วิวเมืองบางมุมถ้ามีถนนขนาดใหญ่หรือทางด่วนบางทีก็จะช่วยให้วิวในตอนกลางคืนดูมี dynamic มากยิ่งขึ้นด้วย
แต่ด้วยความที่อยู่ในเมือง ในอนาคตก็อาจจะมีตึกอื่นขึ้นมาในระยะใกล้ในวิวของเราเช่นเดียวกัน ดังนั้นอาจจะต้องลองทำการบ้านเรื่องนี้ด้วยครับ
วิวจากคอนโดผมเอง
-- วิวสวนและส่วนกลาง --
วิวนี้แทนที่เราจะต้องไปพึ่งวิวข้างนอก ก็เลือกวิวที่เป็นสวนหรือส่วนกลางของโครงการเป็นวิวของห้องเราซะเลย วิวนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชั้นที่ไม่สูงมาก เช่นถ้าตึก 30 ชั้น วิวสวนอาจจะเป็นห้องที่ชั้น 6-7 ที่เห็นสวนบนชั้นโพเดียมชั้น 6 เหนือที่จอดรถของตึกเป็นต้น
ห้องประเภทนี้ก็จะไม่แพงมากเพราะยังเป็นชั้นที่ไม่สูง แต่ก็ยังมีจุดเด่นที่วิวที่แตกต่างจากชั้น 8 ที่ถ้าเทียบกันก็ไม่ได้สูงต่างกันมาก แต่มองออกมานอกหน้าต่างก็ไม่เห็นอะไร (ถ้ากังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวไม่อยากอยู่ชั้นเดียวพอดีกับสวนเลย เขยิบขึ้นมาจากชั้นสวนซักชั้นนึงก็ได้ครับ ก็น่าจะยังได้วิวของต้นไม้อยู่)
หรือบางห้องอาจจะเห็นส่วนกลางที่เป็นสระว่ายน้ำ อันนี้อาจจะต่างกันกับวิวสวนนิดนึงตรงที่พยายามอย่าเลือกอยู่ชั้นเดียวกับสระว่ายน้ำ แต่เลือกชั้นที่มองลงมาแล้วเห็นวิวสระ (ถ้าเห็นสระแนวยาวได้จะยิ่งดี) สูงขึ้นไปซัก 2-3 ชั้น เพื่อให้ยังได้ความเป็นส่วนตัวอยู่ นึกภาพว่าใครอยู่ที่สระก็มองเห็นห้องเราหมดคงไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไหร่ รวมถึงเรื่องของ "เสียงจากสระ" ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็จะเบาลง
ที่มาภาพ: Narai Property
-- วิวที่มีจุดเด่นจากพื้นที่รอบข้าง --
วิวนี้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ อย่างเช่นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา หรือวิวสวนลุมพินี/วิวสวนจตุจักรเป็นต้น เป็นวิวที่มีจุดเด่น จุดขายในตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นการเลือกชั้นอาจจะต้องลองดูเช่น วิวแม่น้ำ ชั้นไหนที่โค้งน้ำกำลังดูสวย ไม่สูงเกินไป ไม่เตี้ยเกินไป หรืออย่างวิวสวนสาธารณะกว้างๆ อย่างสวนลุม สวนจตุจักร บางคอนโดอยู่ตรงข้ามสวนเลย การเลือกชั้นคอนโดที่ไม่สูงมาก เช่นประมาณชั้น 10 นิดๆ ก็กลับได้วิวสวนที่ดูสวยกว่าไปอยู่ชั้น 30-40 ก็มี
แต่ข้อที่ต้องระวังก็คือระหว่างวิวเรานั้น มีอะไรสามารถมาบดบังในอนาคตได้หรือไม่ ไม่งั้นจ่ายเงินซื้อวิวไปซะดิบดี กลายเป็นเสียเงินฟรีไปซะอย่างงั้น
-- วิวผสม --
วิวผสมนี้อาจจะเป็นหลายๆ ข้อรวมกันครับ เช่น ห้องเหนือสระที่เห็นวิวสระว่ายน้ำ แล้วยังมองลงออกไปเห็นวิวเมืองกว้างๆ อันนี้วิวที่ออกมากก็ค่อนข้างที่จะสวยทีเดียว แต่แน่นอนว่าราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก
ที่มาภาพ: Sansiri PLC
ดังนั้นเรื่องวิว หลักๆ คือพยายามหลีกเลี่ยงวิวที่ถูกบล๊อกก็โอเคแล้วครับ ส่วนจะเลือกวิวแบบไหนอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบ, ทำเล และ กำลังทรัพย์ครับ
สำหรับคอนโด Low Rise
ลักษณะของคอนโดประเภทนี้จะสูงไม่เกิน 8 ชั้น ดังนั้นลักษณะของวิวที่ได้ชั้น 2-8 ก็จะต่างกันนิดหน่อย ไม่ถึงกับมากนัก ถ้าหากเป็นโครงการเล็กๆ ห้องก็อาจจะหันออกไปด้านนอกโครงการหมด แต่ถ้าหากโครงการที่ใหญ่ขึ้นมา ก็จะเริ่มมีห้องที่หันเข้าด้านใน ซึ่งในหลายๆ ที่พื้นที่ตรงกลางด้านในอาจจะทำเป็นสวน หรือสระว่ายน้ำ ช่วยให้วิวที่มองออกไปผ่านหน้าต่างดูผ่อนคลายมากขึ้นและเงียบสงบกว่า และก็การันตีในอนาคตได้ด้วยว่าวิวมันก็จะเป็นแบบนี้ไปตลอดเพราะอยู่ในโครงการเอง ในหลายๆ ที่ ที่เป็นคอนโดแบบ Low Rise วิวด้านในจึงแพงกว่าด้านนอก
ที่มาภาพ: Sansiri PLC
ส่วนวิวด้านนอก อันนี้ก็จะแล้วแต่ว่าพื้นที่รอบข้างเป็นอะไร ถ้าเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ก็อาจจะได้มุมมองที่กว้างกว่าวิวด้านใน แต่ก็อาจจะต้องลองดูความเป็นไปได้ว่าที่ข้างๆ เค้าจะมีอะไรขึ้นมาในอนาคตหรือไม่
ในเรื่องระดับความสูง สำหรับวิวภายในชั้นที่ไม่สูงมากเช่นประมาณชั้น 2-4 ก็จะได้เห็นวิวสวนและต้นไม้ต่างๆ ได้ แต่ถ้าวิวด้านนอกก็อาจจะเลือกเป็นชั้นสูงหน่อย เพื่อหลบตึกรอบข้างที่อาจจะเป็นบ้านหรือตึกแถว ซึ่งเราจะพูดถึงในหัวข้อถัดไปครับ
กดติดตามเพจ LivingPop.com ใน Blockdit แล้ว อย่าลืมตามไปกด Like เพจของเราบน Facebook ด้วยนะฮะ
โฆษณา