20 มิ.ย. 2020 เวลา 02:27 • ธุรกิจ
ออมให้เงินโต ภาคกองทุนรวม EP5
“กองทุนรวมมีกี่ประเภท”
สวัสดีครับ จาก EP ที่แล้ว เราทิ้งท้ายกันว่าถ้าเราเข้าใจความเสี่ยงแล้ว เราจะหาทางป้องกันมันได้ และใน EP นี้เราจะเริ่มแหย่เท้าไปทำความรู้จักของกองทุนรวมกันแล้ววว
(ถาม) เดี๋ยวๆๆ ทำไมไม่พาไปรู้จักความเสี่ยงเลยล่ะครับ
(ตอบ) คือแบบนี้ครับ ความเสี่ยงของกองทุนเนี่ยมันจะขึ้นอยู่กับประเภทของกองทุน แต่ละแบบก็เสี่ยงไม่เหมือนกัน ถ้าเรารู้จักกองทุนแต่ละประเภทดีแล้ว เราจะเข้าใจว่ากองทุนแบบนั้นมันจะเสี่ยงแบบนี้ แนวๆนี้ครับ
กองทุนรวมทุกๆประเภทจะมีขั้นตอนการทำงานแบบหยาบๆตามรูปนี้ครับ
คือเมื่อเราซื้อกองทุนรวมปุ๊ป กองทุนรวมก็จะเอาเงินที่ได้จากพวกเราไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตามนโยบายการลงทุนของกองทุนนั้นๆ ซึ่งในตอนนี้ยังไม่ต้องสนใจทั้งในส่วนนโยบายและของสินทรัพย์แต่ละตัวนะครับ
ที่อยากให้สนใจคือการแบ่งประเภทของกองทุนรวม โดยทั่วๆไปแล้วเราจะมีวิธีการแบ่งอยู่ 2 วิธี
วิธีแรกคือแบ่งโดยดูจากเวลาที่เปิดให้ซื้อขาย และ อีกวิธีคือดูจากสินทรัพย์ที่กองทุนรวมไปลงทุน เอาง่ายๆก็ดูตามรูปด้านล่างเลยครับ แบบซ้ายวิธีนึง แบบขวาวิธีนึง
การแบ่งโดยดูจากเวลาซื้อขาย เราจะแบ่งกองทุนได้ 2 ประเภท
1. กองทุนปิด คือกองทุนที่................ปิด ถุ้ยยยย 5555 มันใช่เวลามั๊ยๆๆๆๆ
ขอโทษครับ กองทุนปิดคือ เมื่อ บลจ.จัดตั้งกองทุนแล้วจะเปิดขายหน่วยลงทุนทีเดียว (หรืออาจจะหลายที แต่นานๆจะเปิดขายที) พอขายหมดแล้วก็ปิดไม่ให้ซื้อขาย พอถึงเวลาที่กำหนดไว้ก็จะมีการรับซื้อคืน
อย่างไรก็ตามนะฮะ กองประเภทนี้ส่วนใหญ่แล้วพอขายหน่วยลงทุนครบ บลจ.จะเอาไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ ที่เราเรียกว่าตลาดหุ้นนั่นล่ะ ทำให้ในทางปฏิบัติแล้วเราสามารถซื้อขายกันได้ในตลาดหุ้นทุกวัน
ถ้าเราอยากซื้อกองทุนรวมกลุ่มนี้ เราก็ต้องไปเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นก่อน ซึ่งพอเราเปิดบัญชีแล้วเราสามารถซื้อได้ทุกกองทุนที่อยู่ในตลาดหุ้น และถ้าอยากซื้อหุ้นด้วยก็ได้นะ
ตัวอย่างกองทุนกลุ่มนี้ที่เห็นชัดๆก็ได้แก่พวกกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน
กองทุนปิดนี้ส่วนตัวไม่แนะนำสำหรับมือใหม่นะครับ
2. กองทุนเปิด คือกองทุนที่เราสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ (วันทำการก็คือวันจันทร์ถึงศุกร์ ที่ไม่ใช่วันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยทาง บลจ.จะเปิดให้เราซื้อกองทุนตั้งแต่ 8.30 – 15.30 แต่จะมีกองทุนบางกองที่เวลาซื้อ-ขายไม่ตรงตามนี้เด๊ะๆนะครับ เช่น อาจจะซื้อขายได้ตั้งแต่ 8.30-13.30 อะไรทำนองนี้
ซึ่งอันนี้ยังดีนะ เมื่อซัก 4-5 ปีก่อนมันจะมีกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศที่เปิดให้ซื้อขายอาทิตย์ละ 1 วัน ไม่แน่ใจว่าเดี๋ยวนี้ยังมีอยู่หรือเปล่า เอาเป็นว่าก่อนจะซื้อกองทุนก็ควรดู วัน-เวลาซื้อขายด้วยนะครับ และ มันจะมีกองทุนเปิดที่คล้ายๆกองทุนปิดด้วย ซึ่งเราจะได้รู้จักใน EP ต่อๆไป
1
กลับมาที่เวลาซื้อขายนะครับ เนื่องจากเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้เราสามารถส่งคำสั่งซื้อขายกองทุนออนไลน์ได้สะดวกมากขึ้น คือสามารถสั่งซื้อขายได้ 7 วัน 24 ชั่วโมง
แต่ทว่า เราจะทำได้แค่ส่งคำสั่งนะครับ การซื้อขายจริงจะเกิดขึ้นในทำการเท่านั้น อย่างเช่น เราส่งคำสั่งซื้อออนไลน์วันเสาร์ ทาง บลจ.จะรับคำสั่งไว้และซื้อให้ในวันจันทร์ที่เป็นวันทำการ ถ้าวันจันทร์เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็จะได้ซื้อในวันอังคาร
การซื้อกองทุนในกลุ่มนี้ วิธีเดิมคือเราต้องไปเปิดบัญชีคล้ายๆบัญชีเงินฝากธนาคาร 1 บัญชี ต่อ 1 กองทุน แต่ในปัจจุบันเราสามารถเปิดบัญชีทีเดียวแต่ซื้อหลายกองทุนได้ เรื่องนี้จะเก็บไว้คุยกันใน EP ท้ายๆนะครับ (อีกแล้ว 5555)
ที่สำคัญคือ กองทุนในกลุ่มนี้แหละที่เหมาะสำหรับมือใหม่อย่างเราๆ และ เนื้อหาส่วนใหญ่เราจะคุยกันเรื่องกองทุนเปิดนี่แหละ
จบละครับการแบ่งกองทุนตามเวลาซื้อขาย สั้นมั๊ย 555 ที่สั้นเพราะว่าการแบ่งตามประเภทสินทรัพย์มันจะยาวน่ะครับ
ก่อนอื่นเรามารู้จักคำศัพท์ในวงการ 2 คำกันก่อนนะครับ
ศัพท์คำแรก “สินทรัพย์” มันต่างจากทรัพย์สินยังไง? พูดคำนี้มาหลายรอบละ น่าจะมีคนสงสัยอยู่นะ
(ตอบ) ในทางบัญชีมันจะต่างครับ แต่สำหรับนักลงทุนอย่างเราๆให้มองว่ามันเหมือนกันไปเลยก็ได้ครับ ไม่ซีเรียส
ศัพท์คำที่สอง “แผนภาพแสดงความเสี่ยง” จาก EP ที่แล้วเรารู้จักความเสี่ยงละ แล้วแผนภาพแสดงความเสี่ยงคืออะไร?
(ตอบ) เป็นการทำให้ความเสี่ยงมันดูง่าย และ เปรียบเทียบกันง่ายขึ้นครับ
สมมุติเราบอกว่ากองทุน A เสี่ยงมาก และกอง B เสี่ยงน้อยกว่ากอง A แบบนี้มันพอจะเปรียบเทียบกันได้เนาะ
แต่ถ้าเราอยากเปรียบเทียบกองทุนหลายๆกอง เช่น กอง A กับกอง C และ กอง D ด้วยมันจะเริ่มงงๆละ
ดังนั้นถ้าเราสามารถบอกความเสี่ยงออกมาเป็นตัวเลขได้ มันก็จะดูง่ายและเปรียบเทียบง่ายกว่า เป็นที่มาของรูปนี้ครับ
จากรูปจะเห็นว่า ความเสี่ยงต่ำสุดคือ 1 ด้านซ้ายมือ ความเสี่ยงสูงสุดคือ 8 ด้านขวามือ
ความเสี่ยงจะแบ่งเป็น 5 กลุ่ม วนตามเข็มนาฬิกาคือ
กลุ่มเสี่ยงต่ำ ความเสี่ยงระดับ 1-2
กลุ่มเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ ความเสี่ยงระดับ 3-4
กลุ่มเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง ความเสี่ยงระดับ 5
กลุ่มเสี่ยงสูง ความเสี่ยงระดับ 6-7
กลุ่มเสี่ยงสูงมาก ความเสี่ยงระดับ 8
วิธีดูว่ากองทุนที่เรากำลังดูอยู่ มันเสี่ยงระดับไหน ให้ดูว่าเข็มมันชี้ไปที่เลขไหน จากรูปคือเสี่ยงระดับ 6 นะครับ
ความหมายของความเสี่ยงในที่นี้คือ ยิ่งกองทุนนั้นเสี่ยงมากเท่าไหร่ เราจะยิ่งมีโอกาสเสียเงินที่เราเอาไปลงทุนมากเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราลงทุนในกองที่เสี่ยงระดับ 1 โอกาสขาดทุนจะน้อยกว่ากองที่เสี่ยงระดับ 2 ถึงระดับ 8
อย่างไรก็ตามตัวเลขความเสี่ยงนี้มันบอกได้แค่คร่าวๆประมาณนึงเท่านั้นนะครับ อย่างเช่น กองทุน 2 กอง ที่เสี่ยงระดับ 4 เหมือนกัน จริงๆแล้วอาจจะเสี่ยงไม่เท่ากันก็ได้ อารมณ์แนวๆกองนึงมันเสี่ยง 4.2 แต่อีกกองมันเสี่ยง 4.7 คืออันเนี้ยต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจของเราละถึงจะดูออก
อีกอย่างที่เคยเจอคือ บางทีมันจะมีกองทุนที่ไม่เข้าพวก เช่นกองอสังหาฯบางกอง เขาจะจัดไปไว้ระดับ 8 เลย ทั้งๆที่ลงไปดูรายละเอียดลึกๆความเสี่ยงมันแทบไม่ต่างกับกองที่เสี่ยงระดับ 7 ซึ่งเรื่องนี้เราจะรู้ตอนที่เราลงไปเจาะในกองทุนแต่ละประเภทเนาะ
(ถาม) แล้วเราควรซื้อกองทุนที่ความเสี่ยงระดับไหนล่ะครับ?
(ตอบ) ตอนเราไปเปิดบัญชีกองทุนรวม เราจะต้องทำแบบประเมินครับ ผลของแบบประเมินจะบอกว่าเราซื้อกองทุนได้เสี่ยงระดับไหน แต่ทว่า ถ้าอ่านซีรี่ย์นี้จบ จบแบบเข้าใจนะ 555 เราสามารถซื้อกองทุนเสี่ยงได้ถึงระดับ 6 อาจจะมีระดับ 7 บ้างตามความเข้าใจ
ม่ะ เรามาดูการแบ่งประเภทกองทุนรวมตามสินทรัพย์เลยดีกว่า เรียงตามความเสี่ยงจากน้อยไปมากนะครับ
แบ่งแบบนี้ส่วนตัวผมคิดว่าเข้าใจได้ง่ายกว่าการแบ่งแบบเป็นทางการทั่วไปนะครับ แต่จะแปะรูปการแบ่งแบบเป็นทางการให้ดูประกอบด้วย
เสี่ยงระดับ 1-2 กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund)
ลงทุนในเงินฝากและพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุสั้นมาก อย่างยาวไม่เกิน 1 ปี กองที่มีการลงทุนเฉพาะในบ้านเราจะเสี่ยงระดับ 1 ถ้ากองไหนที่มีการลงทุนในต่างประเทศด้วย ความเสี่ยงจะเป็นระดับ 2
กองทุนกลุ่มนี้ให้ผลตอบแทนแถวๆ 1-2% ต่อปีทบต้น
เสี่ยงระดับ 3-4 กองทุนรวมตราสารหนี้ (Fixed Income Fund)
ลงทุนในตราสารหนี้ กองที่ลงในตราสารหนี้ภาครัฐ (พันธบัตร) มากๆ ความเสี่ยงจะอยู่ที่ระดับ 3 แต่ถ้าลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชน (หุ้นกู้) เกิน 20% ความเสี่ยงจะอยู่ที่ระดับ 4
กองทุนตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนแถวๆ 1-5% ต่อปีทบต้น
โห 1-5% นี่คือช่วงของผลตอบแทนมันกว้างมากๆ อธิบายแบบหยาบๆคือ ตราสารหนี้มันมีหลายแบบ และ แต่ละแบบให้ผลตอบแทนแตกต่างกันไปน่ะครับ
เสี่ยงระดับ 5 กองทุนรวมผสม (Mixed Fund)
ลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ ไปจนถึงหุ้น (ชื่ออย่างเป็นทางการของหุ้นคือตราสารทุน เผื่ออ่านเจอจะได้ไม่งงนะครับ) สัดส่วนของหุ้นคือตั้งแต่ 35-65%
ให้ผลตอบแทนประมาณ 4-6% ต่อปีทบต้น ตามสัดส่วนของหุ้น ยิ่งมีหุ้นเยอะก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนเยอะ
เสี่ยงระดับ 6 กองทุนรวมหุ้น (Equity Fund แต่มันจะมีบางกองทุนที่เราจะเรียกแบบเจาะจงว่า Index Fund เดี๋ยวค่อยว่ากัน)
ลงทุนในหุ้นมากกว่า 80% ขึ้นไป
ให้ผลตอบแทน 8-12% ต่อปีทบต้น
ส่วนตัวแล้วคิดว่ากองหุ้นนี่แหละที่ให้ผลตอบแทนดีมากเมื่อเทียบกับความเสี่ยง แนะนำๆ
เสี่ยงระดับ 7 กองทุนรวมหุ้นเฉพาะอุตสาหกรรม
ลงทุนในหุ้นเฉพาะอุตสาหกรรมมากกว่า 80% ขึ้นไป คำว่าอุตสาหกรรมในที่นี้ไม่ได้แปลว่าโรงงานอุตสาหกรรมนะครับ แต่หมายถึงประเภทธุรกิจ เช่น ธุรกิจโรงพยาบาล ในวงการลงทุนเขาจะเรียกว่า อุตสาหกรรมโรงพยาบาล 555 แปลกดีเนาะ ดังนั้นกองทุนในกลุ่มนี้จะเน้นลงทุนเฉพาะในกลุ่มธุรกิจนั้นๆ ที่ฮิตๆก็จะมี กลุ่มพลังงาน, โรงพยาบาล, เทคโนโลยี, อสังหาริมทรัพย์
กลุ่มนี้ผลตอบแทนจะพอๆกับกองหุ้นครับคือ 8-12% ต่อปีทบต้น แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะค่อนมาทาง 10-12%
เสี่ยงระดับ 8 กองทุนสินทรัพย์ทางเลือก
ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกคือ ทองคำ หรือ น้ำมันมากกว่า 80%
ประโยคต่อไปนี้อ่านแล้วอาจจะทำหน้างงๆกันนะครับ กองทุนกลุ่มนี้เราไม่สามารถคาดเดาผลตอบแทนได้นะครับ ตอนนี้เข้าใจแค่นี้ก่อน
(ถาม) เท่าที่อ่านๆมา ไม่เห็นมีกองทุน SSF, RMF เลยครับ ข้ามไปหรือเปล่า?
(ตอบ) ไม่ข้ามครับ กองทุน SSF, RMF นั้นคือกองทุนที่เราซื้อแล้วเอาไปลดภาษีได้ แต่เราต้องไปดูเป็นกองๆไปว่า กองนั้นลงทุนในสินทรัพย์ตัวไหน เช่น SSF ที่ลงทุนในหุ้น ก็จะมีผลตอบแทนเหมือนกองหุ้นทั่วๆไป ถ้าลงทุนในตราสารหนี้ก็เหมือนกองตราสารหนี้
สิ่งที่กองทุน SSF และ RMF ต่างจากกองทุนทั่วๆไปก็คือ มีเงื่อนไขในการซื้อ-ขาย เราไม่สามารถซื้อขายได้ตามใจชอบนะครับ ผิดพลาดไปจะโดนปรับได้ เนื้อหาตรงนี้เดี๋ยวเราจะได้คุยกันใน EP ที่เกี่ยวกับ SSF และ RMF
ก่อนจบเนื้อหาวันนี้ขอแปะตารางกองทุนแบบที่เป็นทางการนิดนึง เอาไว้ดูเปรียบเทียบนะครับ
เดี๋ยว EP หน้าเราจะมาดูว่าเราได้เงินจากกองทุนรวมได้ยังไง
วันนี้สวัสดีครับ ชุบ ชุบ
ออมให้เงินโต วางแผนการเงินด้วยตัวเอง ใช้ภาษาบ้านๆ เข้าใจง่าย อ่านฟรีครับ
อ่านแล้วมีคำถาม ถามได้ที่เพจตลอดเวลา ยินดีตอบคำถามอย่างมากๆครับผม
ถ้าอ่านแล้วชอบ สั่งซื้อหนังสือออมให้เงินโตได้จากช่องทางต่อไปนี้นะครับ
Line : @proudorder
คลิก > https://bit.ly/33z7RLe
หรือ > Lazada : PROUD

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา