11 ก.ค. 2020 เวลา 02:09 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ออมให้เงินโต ภาคกองทุนรวม EP8
“ความผันผวนและผลตอบแทนของกองทุนแต่ละประเภท”
สวัสดีครับ ใน EP ก่อนเราแบ่งกองทุนเป็น 3 กลุ่มตามลักษณะความผันผวนของกราฟ NAV
ซึ่งลักษณะกราฟ NAV นี้ นอกจากจะเป็นตัวกำหนดว่าเราต้องซื้ออย่างไร และ นานแค่ไหนถึงจะได้กำไรแล้ว ยังเป็นตัวกำหนดว่า กองทุนนี้ ”ควรซื้อไปทำไม” อีกตะหาก
ถ้าให้ใช้ภาษาแบบเป็นทางการหน่อยก็ต้องบอกว่า กองทุนแต่ละแบบนั้นเหมาะสมกับจุดประสงค์ในการลงทุนต่างกัน
จุดประสงค์ในการลงทุนนี้สำคัญมากนะครับ และด้วยความรู้ของเราตอนนี้ เราก็พอจะบอกได้แล้วนะ
ถ้าจุดประสงค์ของเราคือ การเก็บเงินเพื่อใช้ระยะใกล้ๆถึงใกล้มาก เราควรซื้อกองทุนกลุ่มที่ 1 ที่ไม่มีความผันผวน ถึงจะได้กำไรน้อยก็ไม่เป็นไรเพราะเราอาจจะได้ใช้เงินก้อนนี้ได้ทุกเมื่อ
แต่ถ้าเรามีเงินเย็นๆที่สามารถลงทุนระยะยาว เกิน 5-7 ปีได้ เราก็ควรซื้อกองทุนในกลุ่มที่ 2 ที่จะได้กำไรเยอะๆในระยะยาว
ซึ่งเรื่องนี้เดี๋ยวเราจะคุยกันละเอียดๆอีกทีใน EP ท้ายๆครับ
วันนี้เราจะไปดูกันว่าความผันผวนและผลตอบแทนของกองทุนจริงๆมันหน้าตาเป็นยังไง ไปกันเลยฮะ
กราฟที่เอามาให้ดูมาจากกองทุนรวม 6 ประเภทตามนี้นะครับ
กลุ่มแรกเป็นกราฟ NAV ไม่มีความผันผวน
ขึ้นตลอดแต่ขึ้นน้อย ได้แก่กองทุนตลาดเงิน และ ตราสารหนี้ระยะสั้น-กลาง
กลุ่มที่สองกราฟ NAV ผันผวนระยะสั้น แต่มีแนวโน้มที่เติบโตเป็นขาขึ้นในระยะยาว
ระยะสั้นอาจจะขาดทุน แต่ ระยะยาวได้กำไรเยอะ ได้แก่กองทุนผสม และ กองทุนหุ้น
กลุ่มที่สามกราฟ NAV ผันผวนทั้งระยะสั้นและระยะยาว
คือเป็นกองทุนอินดี้ไม่สนโลก ได้แก่ กองทุนทองคำ และ กองทุนน้ำมัน
เพื่อให้ง่ายในการเปรียบเทียบมากขึ้น ผมเลือกกองทุนทั้งหมดจาก บลจ. เดียวกัน ก็คือ บลจ.กสิกรไทย นะครับ
อันนี้ไม่ได้โฆษณาหรืออะไรนะ แต่พอดีว่า บลจ.กสิกรมีกองทุนที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม และแต่ละกองทุนเปิดดำเนินงานมาเกิน 10 ปี ทำให้มีข้อมูลมากพอที่จะเอามาเปรียบเทียบ
ก่อนดูกราฟกองทุน สิ่งที่สำคัญมากที่ต้องทำความเข้าใจคือ ตัวเลขที่เห็นเป็นเปอร์เซ็นต์ในกราฟนั้น ไม่ใช่ผลตอบแทนทบต้นต่อปีนะครับ แต่เป็นตัวเลขที่บอกว่า....
“ถ้าเราลงทุนในกองทุนนั้นๆ 100 บาท ในช่วงเวลานั้นๆเงินเราจะเพิ่มหรือลดเท่าไหร่”
จุดประสงค์ก็เพื่อให้เห็นภาพว่า กองทุนแต่ละประเภทจะทำให้เงินเราเพิ่ม หรือ ลดลงได้เร็วแค่ไหน
โดยในแต่ละกองทุนเราจะดูกราฟกัน 4 ช่วงเวลา ได้แก่ 3 เดือน, 1 ปี, 5 ปี และ 10 ปี โดยกราฟในแต่ละช่วงเวลาจะบอกได้ว่า ถ้าเราซื้อกองทุนนี้ตามระยะเวลาบนหัวกราฟ เราจะมีเงินเพิ่มหรือลดลงเท่าไหร่ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราดูกราฟ 3 เดือนแล้วเห็นว่ามันเพิ่มขึ้น 5 % แปลว่า ถ้าเราซื้อกองทุนนี้เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว 100 บาท ตอนนี้ถ้าเราขายเราจะมีเงิน 105 บาท
กราฟ 3 เดือนเราจะดูความผันผวนและผลตอบแทนระยะสั้น ส่วนกราฟ 1 ปีนั้นเป็นระยะกลาง และ กราฟ 5 ปี, 10ปี เป็นระยะยาว
อ่ะ พร้อมแล้วไปดูกันเลย
กองทุนตลาดเงิน (กราฟจากกองทุน K-CASH)
ข้อมูล ณ วันที่ 25 มิ.ย. 2563 จาก https://www.wealthmagik.com/
เนื่องจากเราเริ่มดูกราฟ NAV อันนี้เป็นอันแรก ดังนั้นเราไม่รู้หรอกครับ ว่าในกราฟที่เห็นเงินเพิ่มขึ้นเท่านั้นเท่านี้เปอร์เซ็นต์เนี่ย มันเยอะหรือว่าน้อย ดังนั้นผมขอเฉลยเลยละกัน ผลตอบแทนที่เห็นเนี่ยมันน้อยครับ (น้อยเมื่อเอาไปเทียบกับกองทุนประเภทอื่น)
โอเคว่าถ้าเราซื้อเมื่อ 10 ปีที่แล้ว 100 บาทขายตอนนี้จะกลายเป็น 117.4 บาท แต่กำไรที่ได้มาคือ 17.4% ใน 10 ปีถือว่าน้อยมาก (จริงๆเราสามารถคำนวณให้กลายเป็น เปอร์เซ็นต์ต่อปีทบต้นได้นะครับ เคยเขียนไว้ในซีรี่ย์ออมให้เงินโต ไม่ขอพูดซ้ำในที่นี้) ซึ่งเดี๋ยวเราจะเอาไปเปรียบเทียบกับกราฟกองทุนอื่นแบบนี้
1
อย่างที่เคยคุยกันไปแล้ว จุดเด่นของกองทุนตลาดเงินเนี่ย มันอยู่ที่การเพิ่มขึ้นของ NAV แบบตลอดเวลา (ความผันผวนน้อยมาก) ถึงจะเพิ่มน้อยแต่เพิ่มตลอดนะ สังเกตดูในกราฟ 1 ปี จะเห็นมียึกๆยักๆ นิดหน่อยช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด แต่ก็แค่นิดเดียวครับ
สรุป กองทุนกลุ่มนี้เสี่ยงน้อยสุดแล้ว ความผันผวนแทบไม่มีเลย ผลตอบแทนก็น้อยตามไปด้วย
และเนื่องจากความเสี่ยงมันน้อยที่สุด เราก็จะใช้ประโยชน์ตรงนี้ คือเราจะใช้กองทุนกลุ่มนี้เป็นฐาน เพื่อไปเปรียบเทียบกับกองทุนกลุ่มอื่นๆที่เสี่ยงมากขึ้น ถ้าเราเจอกองทุนกลุ่มที่เสี่ยงมากกว่านี้ แต่ผลตอบแทนน้อยกว่านี้ นั่นแปลว่า กองทุนนั้นไม่น่าสนใจละ
(ถาม) ทำไมล่ะครับ?
(ตอบ) ถ้ากองทุนนั้นเสี่ยงมากกว่า แต่ผลตอบแทนดันทะลึ่งน้อยกว่า เราซื้อก็กองทุนตลาดเงินที่เสี่ยงน้อยกว่าสิครับ
กองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง (กราฟจากกองทุน K-FIXED)
ข้อมูล ณ วันที่ 25 มิ.ย. 2563 จาก https://www.wealthmagik.com/
จากกราฟ 3 เดือน NAV ดิ่งเหวตั้งแต่โควิดมา ใครโชคร้ายเข้าซื้อช่วงนั้น แล้วถือมา 3 เดือนจะขาดทุนไป 1% ซึ่งก็ถือว่าไม่มากนะครับ แต่ถ้าไหวตัวทัน ขายตั้งแต่วันแรกๆก็จะขาดทุนน้อยกว่านี้ (กองทุนประเภทเดียวกันนี้ กองอื่นๆอาจจะขาดทุนมากน้อยไม่เท่ากันนะครับ แต่จะประมาณนี้แหละ ไม่หนีกันมาก)
กราฟ 1 ปี จะเห็นว่าก่อนโควิดมากำไรสูงสุดอยู่ที่ 3.3% แน่ะ และต่อให้ถือไว้จนถึงวันนี้ที่กำไรลดลง เราก็ยังได้กำไรเยอะกว่ากองทุนตลาดเงินนะครับ คือกองทุนตลาดเงิน 1 ปี ได้กำไร 1.1% แต่นี่ได้ 1.6% เลย
ที่บอกนี่ไม่ได้แปลว่าให้ไปซื้อกองทุนนี้แทนกองตลาดเงินนะครับ แค่จะเน้นว่ากองตลาดเงินเนี่ยผลตอบแทนน้อยจริงๆ
จากกราฟ 5 ปี และ 10ปี เราพอจะบอกได้ว่ากองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นและกลาง เคยมีกราฟหน้าตาคล้ายๆกองทุนตลาดเงิน แต่ผลตอบแทนมากกว่าเกือบเท่าตัว จนกระทั่งการมาถึงของวิกฤตโควิด ทำให้กราฟ NAV ปักหัวลงนิดๆในช่วงปลายๆ
และจากกราฟ 10 ปีถ้าเราดูย้อนกลับไป มันเคยมีเหตุการณ์แบบนี้ (NAV ร่วง) เกิดขึ้นช่วงปี 2554 (น้ำท่วมใหญ่) กับปี 2556 (วิกฤตหนี้ยุโรป-ประเทศกรีซ)
เมื่อก่อนผมใช้กองตราสารหนี้ระยะสั้น-กลางเป็นตัวพักเงิน พอช่วงโควิดผมเห็น NAV ตก 5 วันติดๆ ก็เลยขายหนีออกมา แบบที่ยังได้กำไรอยู่เพราะซื้อไว้นานแล้ว ส่วนตัวจะกลับไปซื้ออีกครั้งถ้า NAV เพิ่มติดๆกันซัก 1 เดือน แต่รอบนี้คงซื้อแบบค่อยๆทยอย DCA เอา
2
สรุป ถ้าไม่มีวิกฤตโควิดกองทุนประเภทนี้ความผันผวนมากกว่ากองตลาดเงินนิดหน่อย แต่ผลตอบแทนเยอะกว่าพอสมควร
พักเงินได้ในช่วงเวลาปกติ แต่ถ้ามีวิกฤตก็ต้องคอยดูกันหน่อยนะครับ
กองทุนผสมตราสารหนี้และหุ้น (กราฟจากกองทุน RKBC)
ข้อมูล ณ วันที่ 25 มิ.ย. 2563 จาก https://www.wealthmagik.com/
กองทุนผสมมักจะเป็นการผสมระหว่างตราสารหนี้กับหุ้น และแน่นอนกองทุนไหนที่มีหุ้นเป็นส่วนผสม ความผันผวนจะมากขึ้นแต่ผลตอบแทนก็จะเยอะขึ้นเช่นกัน
กราฟ 3 เดือนบวกโหดมากถึง 12.5% จริงๆแล้วถ้ากองทุนไหนมีการลงทุนในหุ้น ไม่ว่าจะลงมากลงน้อย ระยะเวลาสั้นๆ 3 เดือน – 3 ปี มักจะบอกอะไรไม่ได้ ถ้าโชคดีก็บวกแบบนี้แหละ ถ้าโชคร้ายก็อาจจะลบ 10% ก็มี
กราฟ 1 ปีช่วงที่ขาดทุนเยอะสุดตอนวิกฤตโควิดนั้นเยอะถึง 20% กว่าๆ แต่ปัจจุบันเด้งกลับมาที่ -10%
กราฟ 5 ปี โดยปกติแล้ว ช่วง 5 ปีเราน่าจะเห็นแนวโน้มขึ้นแล้วนะครับ ซึ่งถ้าปิดกราฟช่วงวิกฤตโควิดไว้ จะเห็นกำไรพุ่งไปถึง 22% แต่พอมีวิกฤตมากราฟดิ่งทันที คือต่อให้เราถือมา 5 ปีก็ยังมีช่วงที่ขาดทุนได้ ช่วงที่ขาดทุนหนักสุดคือเกือบๆ -8% แต่ตอนนี้ก็เด้งกลับไปบวกที่เกือบๆ 7%
กราฟ 10 ปีแสดงให้เห็นว่า ถ้าเราถือกองทุนนี้ยาวๆ ขนาดช่วงวิกฤตหนักๆเรายังได้กำไรตั้งเกือบ 50% แน่ะ และทุกวันนี้ยังบวก 74% ส่วนกำไรเยอะสุดก่อนวิกฤตน่าจะอยู่เกือบๆ 100% เลยทีเดียว
สรุป จะเห็นว่าความผันผวนมากขึ้นชัดเจน แตกต่างจากกองทุนตลาดเงินและกองทุนตราสารหนี้มากๆ
อย่างไรก็ตามระยะสั้นถึงจะผันผวน แต่ผลตอบแทนระยะยาวเยอะกว่ากองทุนตลาดเงินและตราสารหนี้แบบไม่เห็นฝุ่น
กองทุนหุ้น (กราฟจากกองทุน KAEQ)
ข้อมูล ณ วันที่ 25 มิ.ย. 2563 จาก https://www.wealthmagik.com/
กองทุนหุ้นล้วนๆ สังเกตดูกราฟเหมือนกองผสมเด๊ะๆ แต่เปอร์เซ็นต์กำไรขาดทุนนั้นห่างกันเท่าตัว
คำถามแรก ทำไมกราฟเหมือนกองผสมเลยล่ะครับ
(ตอบ) เป็นเพราะมาจาก บลจ. เดียวกันครับ และน่าจะบริหารโดยทีมงานเดียวกันด้วย เลยถือหุ้นกลุ่มเดียวกัน ลักษณะกราฟก็เลยเหมือนๆกัน ซึ่งกองทุนที่มาจาก บลจ. เดียวกันไม่จำเป็นต้องถือหุ้นเหมือนกันนะครับ กรณีนี้เป็นเรื่องบังเอิญ
คำถามสอง ทำไมกำไรขาดทุนต่างจากกองผสมเกือบๆเท่าตัว ทั้งๆที่ลักษณะกราฟเหมือนกัน
(ตอบ) เพราะกองผสมมีตราสารหนี้อยู่ด้วยครับ ซึ่งตราสารหนี้เนี่ยมันจะไม่ค่อยขึ้นๆลงๆตามตลาดหุ้น คือมันจะคอยถ่วงไว้ไม่ให้ NAV ลงเยอะมาก หรือ ขึ้นเยอะมากไปตามตลาดหุ้น
ข้อดีของการถ่วงไว้คือ สำหรับท่านไหนที่ไม่อยากเห็นตัวเลขลบเยอะๆ แบบใจยังไม่กล้าแกร่ง กองผสมก็จะเหมาะกว่า แต่ข้อเสียคือเวลามันบวก มันก็จะบวกน้อยกว่าครับ
สรุป กองหุ้นลักษณะกราฟคล้ายกองผสมก็จริง แต่ผันผวนรุนแรงกว่า (ขึ้นได้เยอะกว่า ลงได้แรงกว่า) และผลตอบแทนก็สูงกว่าตามไปด้วย
กองทุนทองคำ (กราฟจากกองทุน K-GOLD)
ข้อมูล ณ วันที่ 25 มิ.ย. 2563 จาก https://www.wealthmagik.com/
ดูกราฟทั้ง 4 กราฟแล้วต้องอุทานว่า อีหยังวะ 5555
ต่อให้เราถือมาอย่างยาวนานนับ 10 ปีก็อาจจะมีช่วงที่ขาดทุนได้ถึง 25% กว่าๆเลยทีเดียว
สรุป กองทุนทองคำนี้จึงเหมาะกับการใช้งานบางประเภทเท่านั้น ซึ่งเราจะมาลงรายละเอียดกันต่อไป
กองทุนน้ำมัน (กราฟจากกองทุน K-OIL)
ข้อมูล ณ วันที่ 25 มิ.ย. 2563 จาก https://www.wealthmagik.com/
ถึงกราฟจะหน้าตาไม่เหมือนกองทองคำเป๊ะๆ แต่ความผันผวนนั้นอารมณ์เดียวกันครับ ดูแย่กว่าด้วยซ้ำไป
สรุป เหมือนกองทุนทองคำ
ได้ดูกราฟ NAV ของจริงกันไปแล้วน่าจะเห็นภาพของกองทุนรวมแต่ละประเภทชัดเจนกันมากขึ้นนะครับ
หลังจากนี้ EP ถัดๆไปเราจะไปเจาะรายละเอียดของกองทุนแต่ละประเภทกัน สินทรัพย์ที่ลงทุนนั้นมีความเสี่ยงอย่างไร ตอนเลือกกองทุนเราต้องคัดแบบไหน หาข้อมูลยังไง เรียกว่าจับมือสอนกันเลยทีเดียว
แต่เดี๋ยวก่อน เพื่อเป็นการปูพื้นให้แน่นๆ EP หน้าเราจะมาคุยกันถึงคำถามที่พบบ่อยสำหรับมือใหม่ครับ
วันนี้สวัสดีครับ ชุบ ชุบ
ออมให้เงินโต วางแผนการเงินด้วยตัวเอง ใช้ภาษาบ้านๆ เข้าใจง่าย อ่านฟรีครับ
อ่านแล้วมีคำถาม ถามได้ที่เพจตลอดเวลา ยินดีตอบคำถามอย่างมากๆครับผม
ถ้าอ่านแล้วชอบ สั่งซื้อหนังสือออมให้เงินโตได้จากช่องทางต่อไปนี้นะครับ
Line : @proudorder
คลิก > https://bit.ly/33z7RLe
หรือ > Lazada : PROUD

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา