11 ก.ค. 2020 เวลา 05:33 • ประวัติศาสตร์
ตรงกบสองปักษ์ชั้น ชาลา ใหญ่แฮ
รูปลั่นถันสมเสถียร แท่นตั้ง
กรกุมวิวิธาวุธ ไว้แค่ ทวารนา
สามศอกสูงถ้วนทั้ง ทกทวารฯ
“ลั่นถัน” ตุ๊กตาจีน
Lan Than the Chinese stone doll
เมื่อผลัดแผ่นดินหรือเปลี่ยนรัชสมัยที่พระเจ้าแผ่นดินทรงปกครอง ในแต่รัชกาลนั้นมักจะเกิดศิลปะแบบพระราชนิยมขึ้น ในรัชกาลที่ก่อนหน้าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นล้วนมีความแตกต่าง แต่เป็นความแตกต่างที่น้อยมากและอาจไม่สามารถมองออกได้
แต่เมื่อผลัดแผ่นดินสู่รัชกาลของพระองค์ ความเด่นชัดทางด้านศิลปะจีนนั้นมีมาก เพราะในรัชกาลของพระองค์ทรงใกล้ชิดสนิทสนมกับพ่อค้าชาวจีนเป็นอย่างมาก โดยมีเรือสำเภาเดินทางแล่นไปมาติดต่อค้าขายกับจีนอยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ศิลปะจีนเข้ามาผสมผสานกับความเป็นสยามในรัชกาลของพระองค์มากที่สุด
ครั้งเมื่อบูรณะวัดพระเชตุพนฯ รัชกาลที่ 3ได้มีการโปรดเกล้าฯให้รื้อเอายักษ์อสูรที่เฝ้าประจำประตูทั้ง 4 ประตูออก แล้วได้นำ “ลั่นถัน” ตุ๊กตาหินจีนมาตั้งแทน รวมไปถึงบริเวณรอบๆของวัดด้วย
โดยลั่นถันส่วนใหญ่ที่นำมาวางประดับจะเป็นตุ๊กตาที่ผสมผสานกันหลากหลายชนิด เนื่องจากว่าคนสยามเรานั้นมิได้รู้เรื่องราวของธรรมเนียมแบบจีนมากนัก ดังนั้นเมื่อเห็นว่า ตุ๊กตาตัวใดงาม รูปใดสะดวกในการขนย้าย ก็บรรทุกเป็นอับเฉาลงเรือสำเภามาใช้ประดับนั้นเองเจ้าค่ะ
หมายเหตุ : อับเฉา คือหินถ่วงน้ำหนักเรือ เพื่อไม่ให้เรือนั้นเบาเกินไป เมื่อถึงสยามแลขึ้นฝั่งแล้วก็จะนำตุ๊กตาลั่นถันที่บรรทุกเป็นอับเฉานั้นขึ้นมาถวายวัดและมอบแก่สถานที่ต่างๆเพื่อใช้ประดับตกแต่ง จึงทำให้เกิดเป็นความนิยมกันขึ้นมาในยุคสมัยนั้นนั่นเองเจ้าค่ะ
โดยตุ๊กลั่นถันที่นำมานั้นอาจจำแนกตามรูปลักษณะได้คราวๆ ดังนี้เจ้าค่ะ
1. รูปขุนนางและกษัตริย์ ซึ่งโดยมากแล้วก็จะเป็นขุนนางฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋นที่มีขนาดใหญ่ รวมไปถึงทหารทั่วไป
2. รูปนักบวช ซึ่งโดยมากก็จะเป็นพวกนักบวชนิกายมหายาน หรือ นักพรตของจีน
3. รูปบุคคล ซึ่งกลุ่มนี้ถือได้ว่ามีเยอะและหลากหลายมาก มีขนาดย่อมๆไม่ใหญ่โต เช่น ผู้หญิง ผู้ชาย นักศึกษา นักปราชณ์ และสัตว์ชั้นสูงที่มีความสวยงาม เป็นต้น
4. รูปเทพ กลุ่มนี้ก็จะได้แก่ รูปเซียนและเทพต่างๆ อย่าง จตุโลกบาล ฮก ลก ซิ่ว เป็นต้น
5. รูปสัตว์เทพ โดยมากแล้วเป็นสิงโตจีนสัตว์เทพ ซึ่งถือได้ว่ามีมากที่สุดในวัด และเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย
6. รูปสัตว์ ในกลุ่มนี้ก็ถือได้ว่ามีมากโขอยู่พอสมควร แต่มักจะมีขนาดไม่ใหญ่โตมาก เช่น เสือ กวาง ควาย ม้า แพะ เป็นต้น
7. รูปชาวตะวันตก แม้กลุ่มนี้จะมีไม่มากแต่ประติมากรรมชิ้นที่มีขนาดใหญ่นั้นถือว่าเป็นเอกอุ ไม่แพ้รูปขุนนางจีนเลยทีเดียว
8. รูปอาคารจำลอง ได้แก่ ศาลเจ้า รูปจำลองของเจดีย์ ซุ้มโขนทวาร ทับหลัง เสามังกร เป็นต้น
9. สิ่งของเครื่องใช้ ได้แก่ แจกัน โต๊ะ ม้านั่ง กระถาง เป็นต้น
หากจะกล่าวว่า “ลั่นถัน” พวกนี้บรรลุเป็นอับเฉาลงเรือสำเภามาจากจีนทั้งหมด ก็เห็นจะเป็นเรื่องที่ผิดกันเสียแล้วกระมังเจ้าค่ะ เพราะจากหลักฐานที่ฉันได้ไปสืบค้นมานั้นมีมูลว่า แท้จริงแล้วสถาปัตยกรรม สิ่งของเครื่องใช้ และตุ๊กตาจีนบางส่วนนั้น ได้นำมาจากจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี สุโขทัย สระบุรี ลพบุรี และชลบุรี เจ้าค่ะ
โดยบันทึกที่ชัดสุดนั้นเห็นจะเป็นส่วนของเจดีย์จีน (ถะ) เจ็ดชั้นเจ้าค่ะ ซึ่งกล่าวว่าล้วนแล้วแต่ใช้หินจากชลบุรี และจากเขาสำเภาลพบุรีเจ้าค่ะ โดยงบประมาณทั้งหมดที่นำมาใช้จ้างช่างจีนทำในสยามนั้น ก็ได้มาจากผลกำไรสะสมจากการค้าสำเภากับจีนนั้นเองเจ้าค่ะ
ดังความในโครงดั้นเรื่องปฎิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส กล่าวว่า
“วางถะเจ็ดชั้นขนาด ในลาน แลฤา
คือพระเจดีย์กลาย กลั่นแกล้ง
อย่างจีนต่างประเทศสถาน ถือฝ่าย เขานา
ศิลาชาติเขียนแสร้งสร้าง เสร็จผจง
บำนาญท่านจ่ายจ้าง เจ๊กกระทำ จีนแฮ
แปรเปลี่ยนมารแบกทรง ทรวดเยื้อง
หินเขาชื่อสำเภา พื้นฉลัก รูปฤา
ถะละแปดรูปเพี้ยนเบื้อง แบบบรรพ์
และนี้ก็คือเรื่องราวและสาระดีๆที่ฉันนำมาฝากกันในวันนี้เจ้าค่ะ หวังว่าพี่ท่านทั้งหลายจะได้ความรู้จากบทความนี้ของฉันไม่มากก็น้อยนะเจ้าค่ะ และหากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวเล่นชมวัดวัง ก็อย่าลืมที่จะแวะไปเยี่ยมลั่นถันที่วัดโพธิ์เพื่อชื่นชมสิ่งมหัศจรรย์อีกหนึ่งของสยามเรานะเจ้าค่ะ
Le Siam
“สยาม … ที่คุณต้องรู้”
บทความที่เกี่ยวข้องที่แนะนำ
ยักษ์วัดโพธิ์คือตัวไหนกันนะ https://www.blockdit.com/articles/5f03382cd831650cc98219f7
ตำนานท่าเตียน https://www.blockdit.com/articles/5f0404d99923570ccf65d466
เขียน, เรียบเรียง กราฟฟิกโดย : Le Siam
ข้อมูลอ้างอิงจาก : ตามรอยตำนานยักษ์วัดแจ้ง และยักษ์วัดโพธิ์ , 2557 Muse Trip, มิวเซียมสยาม และ The Chinese Stone Figurines of Wat Pho, คณะสงฆ์วัดพระเชตุพนฯ
โฆษณา