“ราชวงศ์ทิวดอร์” Ep.2 กษัตริย์นักรักผู้โหดเหี้ยม
“เขาย่อมเปรียบเทียบความว่ายามรัก
แต่น้ำผักต้มขมชมว่าหวาน
ครั้นรักจางห่างเหินไปเนิ่นนาน
แต่น้ำตาลว่าเปรี้ยวไม่เหลียวแล” สุนทรภู่
ทุกท่านครับ นี่คือเรื่องราวภาคต่อของ “ราชวงศ์ทิวดอร์”
เรื่องราวใน Ep.นี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่คลาสสิกที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ
เรื่องราวความรักของเฮนรี่ที่ 8...
เรื่องราวของสตรี 6 คน...
เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างอังกฤษกับศาสนจักรคาทอลิก...
เรื่องราวของบัลลังก์ที่เริ่มสั่นคลอนอีกครั้ง...
เรื่องราวการนองเลือดครั้งใหญ่...
และเรื่องราวการขึ้นสู่บัลลังก์ของควีนองค์หนึ่งที่ต่างได้รับการยกย่องว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในอังกฤษ...
และนี่คือ “ราชวงศ์ทิวดอร์” Ep.2 กษัตริย์นักรักผู้โหดเหี้ยม
โปรดนั่งลงเถิดครับ แล้วผมจะเล่าให้ฟัง...
ภาพจากซีรี่ส์ The Tudors
ใน Ep. ที่แล้วนั้น เฮนรี่ ทิวดอร์เป็นผู้ชนะตอนสุดท้ายในเกมชิงบัลลังก์อังกฤษจากสงครามดอกกุหลาบ
เฮนรี่ ทิวดอร์ได้สถาปนาตัวเองเป็นกษัตริย์เฮนรี่ที่ 7 พร้อมกับสร้างราชวงศ์ทิวดอร์ขึ้นมา
เฮนรี่ที่ 7 ได้ปกครองและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับอังกฤษ เพราะเฮนรี่ที่ 7 เป็นคนที่หยุมหยิมจุกจิกกับเรื่องเงินๆทองๆ
และในท้ายที่สุด เฮนรี่ที่ 7 ก็สวรรคตเมื่ออายุเพียง 52 เท่านั้น เป็นเพราะว่าควีนอลิซาเบธได้จากไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งต้องมาเสียเจ้าชายอาเธอร์ที่เป็นรัชทายาทไปตามๆกัน แถมยังผิดหวังจากการที่จะเอาแคทเทอรีนแห่งอารากอน (ที่แต่งกับเจ้าชายอาเธอร์ ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ของเฮนรี่ที่ 7) มาเป็นควีนองค์ใหม่
หลังจากนั้น เฮนรี่ที่ 7 ก็พยายามมองหาผู้หญิงคนอื่นมาเป็นควีน แต่ก็ไม่สำเร็จซักราย! ทำให้บั้นปลายชีวิตของเฮนรี่ที่ 7 นั้นมีแต่ความผิดหวัง ร่างกายซูบผอม อมโรค แก่กว่าวัยอันควร แล้วสวรรคตในที่สุด
ซึ่งในวาระสุดท้ายก็ยังไม่หมดห่วงเรื่องเงินๆทองๆ มีการกำชับทั้งเจ้าชายเฮนรี่และขุนนางว่า “อย่าใช้เงินเปลืองนะโว้ย!”
หลังเฮนรี่ที่ 7 จากไป เจ้าชายเฮนรี่ที่เป็นโอรสองค์ที่ 2 ก็ได้สืบต่อบัลลังก์เป็นกษัตริย์เฮนรี่ที่ 8
นับว่าเป็นความโชคดีของเฮนรี่ที่ 8 มากครับ ที่จากการหยุมหยิมเรื่องเงินๆทองๆของเฮนรี่ที่ 7 ทำให้อังกฤษในตอนนี้กระเป๋าหนักสุดๆ
1
หลังจากขึ้นบัลลังก์ได้ไม่นาน เฮนรี่ที่ 8 ก็ทำการโอนทรัพย์สินในคลังให้มาอยู่ในการควบคุมของตัวเองทันที! พร้อมๆกับรวบอำนาจจากขุนนางกลับมาสู่ตัวกษัตริย์แบบเบ็ดเสร็จ!
ใช่แล้วครับ เฮนรี่ที่ 8 ได้นำอังกฤษเข้าสู่ “ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์” นั่นเอง
ภาพจาก History (เฮนรี่ที่ 8 กับแคทเทอรีนแห่งอารากอน)
หลังจากนั้น เฮนรี่ที่ 8 ก็ทำการเสกสมรสกับแคทเทอรีนแห่งอารากอนที่เคยเป็นพี่สะใภ้ของตัวเองมาก่อน ซึ่งวันแต่งนั้น เฮนรี่ที่ 8 อายุ 18 ส่วนแคทเทอรีนอายุ 23
ถึงแม้ว่าแคทเทอรีแห่งอารากอนจะมีอายุมากกว่าเฮนรี่ที่ 8 หรือเคยเป็นหม้ายมาก่อน แต่เฮนรี่ที่ 8 ก็ไม่ได้รังเกียจเลยล่ะครับ ตรงกันข้ามกลับมีความปราถนาและรักแคทเทอรีนอย่างแท้จริง!
ความรักระหว่างเฮนรี่ที่ 8 กับแคทเทอรีนแห่งอารากอนนั้นถือได้ว่าอบอุ่นและมั่นคงสุดๆ ทั้งคู่ต่างเป็นสามีภรรยาที่ดีต่อกัน ซึ่งใช้เวลาอยู่ร่วมกันกว่า 24 ปีเลยล่ะครับ
แต่สุดท้ายปัญหามันก็เกิดขึ้น เมื่อแคทเทอรีนแห่งอารากอนดันไม่มีโอรสให้เฮนรี่ที่ 8...
ที่จริงแล้วแคทเทอรีนท้องทั้งหมด 5 ครั้ง แต่ทว่ามีธิดาเพียงองค์เดียวที่อยู่รอดมาถึงปัจจุบัน คือ เจ้าหญิงแมรี่
จากการที่แคทเทอรีนไม่มีโอรสให้เฮนรี่ที่ 8 ซักทีนี่แหละครับ ทำให้ความรักที่เคยหวานชื่นเริ่มที่จะจืดจางลงไปเรื่อยๆ
และจุดแตกหักก็ได้เกิดขึ้นจากการเข้ามาของหญิงสาวคนหนึ่ง
หญิงสาวที่ชื่อว่า “แอน โบลีน”
ภาพจาก Bax of Things (แอน โบลีนในซีรี่ส์ The Tudors และในประวัติศาสตร์)
แอน โบลีน เป็นหญิงสาวที่ถือได้ว่ามาจากตระกูลผู้ดีพอตัวเลยล่ะครับ รูปร่างหน้าตาของแอนนั้นไม่ได้ถือว่างดงามแบบอ้าปากค้าง แต่ตรงกันข้ามเลย คือ แอนไม่ได้เป็นคนสวยซักเท่าไหร่
แต่ความพิเศษของแอน โบลีนไม่ได้อยู่ที่รูปร่างหน้าตาครับ แต่อยู่ที่บุคลิก ท่าทาง และมันสมอง แอนเป็นคนที่ชอบพูด ชอบแสดงออก และมีความคิดเล่ห์เหลี่ยมที่เหนือชั้น ซึ่งถึงแม้รูปร่างหน้าตาจะธรรมดาสามัญ แต่ก็สามารถทำให้เฮนรี่ที่ 8 ตกหลุมรักอย่างหัวปักหัวปำ!
แอน โบลีนในตอนแรกนั้นถูกนำตัวเข้ามาเป็นนางกำนัลของแคทเทอรีนแห่งอารากอน ในช่วงที่เฮนรี่ที่ 8 เริ่มเบื่อหน่ายแคทเทอรีนไปแล้ว ซึ่งตัวของเฮนรี่ที่ 8 ก็ได้มีความสัมพันธ์กับนางสนมนางกำนัลอยู่หลายคน แต่ก็เป็นเพียงความสัมพันธ์ทางกายเพียงชั่วคราว เมื่อเบื่อแล้วหญิงเหล่านั้นก็ถูกเขี่ยตกกระป๋องอย่างรวดเร็ว...
เฮนรี่ที่ 8 นั้นมองข้ามแอน โบลีนอยู่นานเลยล่ะครับ เพราะไม่ใช่คนที่สะดุดตา แต่แล้วในที่สุดเฮนรี่ที่ 8 ก็เริ่มมองเห็นความงามในแบบฉบับแอน โบลีน ที่ไม่เหมือนหญิงใดที่เฮนรี่ที่ 8 เคยพบเจอมา
ยิ่งเมื่อเฮนรี่ที่ 8 ได้ลองคุยกับแอน โบลีนแล้ว ยิ่งเหมือนเป็นการจุดไฟแห่งความใคร่ความต้องการในตัวของผู้หญิงคนนี้ มีการเขียนจดหมายหากันที่เนื้อหาชวนให้มดตอมหลายฉบับ
แต่สิ่งที่ทำให้เฮนรี่ที่ 8 ยิ่งหลงแอนแบบโงหัวไม่ขึ้น คือ แอน โบลีนนั้น “เล่นตัว” ไม่ยอมพลีกายให้เฮนรี่ที่ 8 ง่ายๆเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ
แอน โบลีนเพียงแค่ใช้มารยาหญิงยั่วยวนอยู่แบบนั้นจนทำให้เฮนรี่ที่ 8 แทบบ้าเลยทีเดียว!
จนในที่สุด แอนก็ได้เป็นคนที่ใกล้ชิดเฮนรี่ที่ 8 ย่ิงกว่าแคทเทอรีนแห่งอารากอนซะอีก
จากการที่แคทเทอรีนแห่งอารากอนไม่มีโอรสซักที...
บวกกับการที่แอน โบลีนได้โปรยเสน่ห์ให้เฮนรี่ที่ 8 หลงจนโงหัวแทบไม่ขึ้น...
ในที่สุด เฮนรี่ที่ 8 ก็ตัดสินใจครับว่า “ข้าจะแต่งงานใหม่กับแอน โบลีน!”
แต่ทว่า อังกฤษในตอนนั้นอยู่ภายใต้ความเชื่อของคาทอลิก ที่หากเฮนรี่ที่ 8 จะแต่งงานใหม่ ต้องมีการหย่ากับแคทเทอรีนแห่งอารากอนซะก่อน ซึ่งการหย่านั้นต้องขออนุญาตจากสันตะปาปาถึงจะสามารถหย่าได้
ปัญหามันเกิดขึ้น เมื่อสันตะปาปาไม่ยอมให้หย่า!
ภาพจาก Smithsonian Institution (การหย่าของเฮนรี่ที่ 8 กับแคทเทอรีนแห่งอารากอน)
เมื่อสันตะปาปาไม่ยอม เฮนรี่ที่ 8 ก็โกรธมาก! เลยตัดสินใจว่า “ถ้าท่านสันตะปาปาไม่ยอมให้หย่า งั้นไม่ง้อก็ได้!” ว่าแล้วก็นำอังกฤษออกจากการเป็นคาทอลิก แล้วตั้งนิกายใหม่ขึ้นมาซะเลย คือ Church of England แล้วก็ทำการหย่ากับแคทเทอรีนแห่งอารากอนโดยไม่จำเป็นต้องไปขอสันตะปาปา...
เมื่อหย่าแล้ว เฮนรี่ที่ 8 ก็ไม่รอช้า รีบแต่งกับแอน โบลีนทันที พร้อมตั้งให้แอนเป็นควีนของอังกฤษ
1
เฮนรี่ที่ 8 มีความสุขมากที่ในที่สุดก็ได้แอน โบลีนมาครอบครอง ชีวิตรักของทั้งคู่ก็อบอุ่นเช่นเคย จนกระทั่งแอน โบลีนได้คลอดลูกออกมา ซึ่งทั้งเฮนรี่ที่ 8 ขุนนางและประชาชนต่างตั้งความหวังไว้สูงมากว่าต้องเป็นโอรสแน่นอน!
แต่เด็กที่คลอดออกมานั้นดันเป็นธิดาน่ะสิครับ ความหวังของเฮนรี่ที่ 8 ในการที่จะมีโอรสก็ดับวูบลงอีกครั้ง แต่ก็ยังคิดครับว่า “ไม่เป็นไร ครั้งหน้ายังมี”
ถึงแม้ธิดาองค์นี้จะทำให้หลายคนผิดหวัง แต่ต่อมาก็เป็นที่รักของครอบครัว เพราะมีรูปร่างน่ารักน่าชัง มีผิวสีขาวและผมสีแดงเพลิง โดยเฮนรี่ที่ 8 ได้ตั้งชื่อให้ว่า “อลิซาเบธ”
1
แต่หลังจากที่แอนคลอดอลิซาเบธ สุขภาพก็เริ่มทรุดโทรมลงเรื่อยๆ อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างแอน โบลีนกับเจ้าหญิงแมรี่ (ธิดาของแคทเทอรีน) เรียกได้ว่าย่ำแย่มาก เจ้าหญิงแมรี่แค้นแอน โบลีนเข้ากระดูกดำ เพราะเป็นคนแย่งพ่อไปจากแม่ของตัวเอง
จากสุขภาพที่แย่ลง ทำให้แอน โบลีนต้องแท้งลูกถึง 2 ครั้ง! ทำให้ร่างกายของแอนไม่สามารถมีลูกได้อีกต่อไป คราวนี้แหละครับ ความหวังที่แอน โบลีนจะมีโอรสให้เฮนรี่ที่ 8 ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ซะแล้ว
จากความผิดหวัง ทำให้แอนกลายเป็นคนขี้เหวี่ยงอารมณ์ร้าย เฮนรี่ที่ 8 เริ่มเบื่อหน่ายแล้วพยายามปลีกตัวออกห่างไปพลอดรักครั้งใหม่กับหญิงสาวที่ชื่อว่า เจน ซีย์มัวร์ ซึ่งเป็นนางกำนัลของแอน โบลีน (เดจาวูชัดๆเลยนะครับ)
ยิ่งเมื่อเฮนรี่ที่ 8 เริ่มลึกซึ้งและจริงจังกับเจน ซีย์มัวร์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งอยากจะกำจัดแอน โบลีนมากเท่านั้น จึงมีการพยายามอ้างข้อหาและสร้างหลักฐานว่า “แอน โบลีนคบชู้ และสมคบคิดกับชู้เพื่อโค่นล้มบัลลังก์อังกฤษ!” อีกทั้งยังมีการใส่ร้ายอีกว่า “แอน โบลีนเป็นแม่มด ต้องกำจัดมันเท่านั้น!”
หลังจากนั้นแอน โบลีนก็ถูกจับไปขังในหอคอยแห่งลอนดอน ถูกโบยและถูกจับตัดหัวต่อหน้าสาธารณชนในที่สุด...
ภาพจาก Pinterest (การประหารแอน โบลีน)
เฮนรี่ที่ 8 นั้นเข็ดกับความฉลาดที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงของแอน โบลีน
จึงมีความพอใจเจน ซีย์มัวร์ ที่เอาใจเก่ง สุภาพ ยอมทุกอย่าง และที่สำคัญคือ ฉลาดน้อยกว่าแอน โบลีน
ทำให้หลังจากแอน โบลีนถูกตัดหัวนั้น เฮนรี่ที่ 8 ก็แต่งกับเจน ซีย์มัวร์ทันที...
และที่สำคัญที่สุด สิ่งที่เจน ซีย์มัวร์ได้มอบให้เฮนรี่ที่ 8 นั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถให้ได้มาก่อน นั่นก็คือ “โอรส”
เจน สามารถมีโอรส คือ เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดให้เฮนรี่ที่ 8 ได้ในที่สุด (กว่าจะมีได้) แต่เมื่อเจนได้คลอดลูกออกมาหลังจากนั้น 7 วันก็สิ้นพระชนม์กะทันหัน สร้างความเสียใจให้กับเฮนรี่ที่ 8 สุดๆเลยล่ะครับ ถึงขนาดไม่ยอมมีควีนองค์ใหม่ไปอีก 2 ปี
แน่นอนครับว่า เมื่อเหล่าขุนนางเห็นเฮนรี่ที่ 8 เศร้าไม่เป็นอันทำการทำงาน เลยคิดจะหาควีนองค์ใหม่มาให้ โดยเล็งหญิงสาวคนหนึ่งไว้ นั่นคือ แอนแห่งคลีฟ (คลีฟเป็นแคว้นหนึ่งในเยอรมนี)
ทางอังกฤษจึงสู่ขอแอนแห่งคลีฟมาเป็นเจ้าสาวให้เฮนรี่ที่ 8 ซึ่งระหว่างที่แอนแห่งคลีฟเดินทางมาอังกฤษ เฮนรี่ที่ 8 ก็อยากเห็นหน้าเจ้าสาวจนทนไม่ไหว เลยแอบลอบไปดูหน้าซักหน่อย...
แต่เมื่อแอนแห่งคลีฟเห็นเฮนรี่ที่ 8 (ซึ่งเป็นคนแปลกหน้าสำหรับแอน) ปะปนมากับข้าราชบริพาน ก็ตะโกนดังลั่นว่า “เจ้าแก่อ้วนนั่นมันเป็นใครน่ะ เหมือนจะไม่ใช่คนของเรานะ นำตัวออกไปเร็วๆเลย มันขวางทาง!”
จากเหตุการณ์นี้ทำให้เฮนรี่ที่ 8 ไม่ปลื้มเจ้าสาวคนใหม่อย่างแรง! พร้อมอุทานว่า “สวยก็ไม่สวย ยังจะปากพล่อยอีก!”
การแต่งกับแอนแห่งคลีฟครั้งนี้ทำให้เฮนรี่ที่ 8 เรียกได้ว่า จำใจสุดๆ เพราะได้ตกลงกับฝ่ายของเจ้าสาวไปแล้ว ซึ่งหลังจากแต่งไป เฮนรี่ที่ 8 ก็ไม่เคยร่วมเตียงกับแอนแห่งคลีฟแม้แต่ครั้งเดียว!
หลังจากแต่งไปได้ 20 วัน เฮนรี่ที่ 8 ก็จัดการหย่ากับแอนแห่งคลีฟพร้อมชดเชยเงินให้จำนวนมหาศาล เป็นการเตะแอนแห่งคลีฟออกไปจากบัลลังก์อังกฤษในที่สุด
1
เหล่าขุนนางก็ยังไม่ละความพยายาม จึงควานหาหญิงสาวคนอื่นมาประเคนอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ได้เล็งไปที่ลูกผู้ดีอายุ 16 คนหนึ่งที่ชื่อว่า “แคทเทอรีน โฮเวิร์ด”
1
ภาพจาก Smithsonian Magazine (แอนแห่งคลีฟ)
แคทเทอรีน โฮเวิร์ดคนนี้ เรียกได้ว่า “เป็นคาสโนวี่” ตัวแม่เลยล่ะครับ ผ่านประสบการณ์พบเจอชายหลายคนมาอย่างโชกโชนถึงแม้จะอายุเพียง 16...
เฮนรี่ที่ 8 รู้อยู่แล้วครับว่าแคทเทอรีน โฮเวิร์ดคนนี้ไม่ใช่หญิงบริสุทธิ์แน่นอน แต่เฮนรี่ที่ 8 ก็มองข้ามข้อนี้ไป เพราะติดใจในความสาวและลีลารักมากประสบการณ์ของแคทเทอรีนอย่างโงหัวไม่ขึ้น
แต่หลังจากที่แคทเทอรีนขึ้นเป็นควีนแล้ว ด้วยความเป็นวัยรุ่น ก็ยังคงไม่ละทิ้งแนวทางคาสโนวี่ของตัวเอง กลางค่ำกลางคืนก็มีการแอบย่องออกมาหาชายอื่นภายในวังแบบไม่ซ้ำหน้ากันเลยซักคืนเดียว! ทั้งขุนนาง มหาดเล็ก ครู ข้าราชการฝ่ายใน ต่างโดนแคทเทอรีนล่าแต้มจนเกลี้ยง
จนมีคนส่งสาร์นไปถึงเฮนรี่ที่ 8 เกี่ยวกับการกระทำของควีนองค์นี้ ซึ่งในตอนแรกเฮนรี่ที่ 8 ก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมเชื่อ แต่ในที่สุดก็ต้องยอมจำนนต่อทั้งพยานและหลักฐานที่พูดไปในแนวทางเดียวกันว่าแคทเทอรีน โฮเวิร์ด เล่นชู้
เฮนรี่ที่ 8 จึงสั่งให้ตัดหัวคนที่เคยมีความสัมพันธ์กับแคทเทอรีนทั้งหมด พร้อมๆกับจำใจสั่งให้ตัดหัวแคทเทอรีน โฮเวิร์ดอีกด้วย
หลังจากต้องสั่งตัดหัวแคทเทอรีน โฮเวิร์ด เฮนรี่ที่ 8 ก็เสียใจแบบที่ไม่เคยเสียใจให้กับหญิงสาวคนไหนมาก่อน...
ในตอนนี้เฮนรี่ที่ 8 เริ่มที่จะแก่ลงไปเรื่อยๆ อาการป่วยก็เริ่มปรากฏออกมา เฮนรี่ที่ 8 จึงต้องการหาหญิงสาวที่จะมาดูแลตัวเองในบั้นปลาย
และหญิงสาวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเฮนรี่ที่ 8 เป็นคนสุดท้าย คือ “แคทเทอรีน พาร์”
ภาพจากซีรี่ส์ The Tudors (แคทเทอรีน โฮเวิร์ดในซีรี่ส์ The Tudors และในประวัติศาสตร์)
ความรักของเฮนรี่ที่ 8 กับแคทเทอรีน พาร์นั้นแตกต่างจากหญิงสาวคนอื่นๆที่ปราถนาในความดูดดื่มและร้อนแรง (อาจจะยกเว้นแอนแห่งคลีฟ)
แคทเทอรีน พาร์สำหรับเฮนรี่ที่ 8 นั้นเหมือนเป็นผู้ดูแลและที่พักพิงในบั้นปลายชีวิต พร้อมทั้งเป็นแม่เลี้ยงที่คอยดูแลลูกๆของเฮนรี่ที่ 8 คือ เจ้าหญิงแมรี่ เจ้าหญิงอลิซาเบธและเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด
และในที่สุด จากสุขภาพที่ย่ำแย่เพราะร่างกายที่ถูกใช้งานมาอย่างโชกโชน ก็ทำให้เฮนรี่ที่ 8 สวรรคตตอนอายุ 55 ซึ่งเป็นการปิดฉากเรื่องราวสุดคลาสสิคของราชวงศ์อังกฤษไปในที่สุด
ซึ่งแคทเทอรีน พาร์ก็เป็นผู้ที่อยู่เคียงข้างเฮนรี่ที่ 8 จนวาระสุดท้าย...
หลังจากเฮนรี่ที่ 8 สวรรคต เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด (โอรสของเจน ซีย์มัวร์) ก็ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 6 ซึ่งตอนนั้นมีอายุได้เพียง 9 พรรษาเท่านั้น
ทำให้เกิดการแย่งอำนาจกันระหว่างขุนนางว่าใครจะเป็นผู้สำเร็จราชการ ซึ่งผู้ที่ชนะคือ เอ็ดเวิร์ด ซีย์มัวร์ (มีศักดิ์เป็นลุงของเอ็ดเวิร์ดที่ 6)
แต่ถึงแม้จะได้ตัวผู้สำเร็จราชการ ความขัดแย้งระหว่างขุนนางก็ยังไม่จบครับ โดยมีการแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว คือ
ขั้วของโทมัส ซีย์มัวร์ (น้องชายเอ็ดเวิร์ด ซีย์มัวร์)
และขั้วของจอห์น ดัดลีย์
ทั้งสองขั้วมีการต่อสู้ห้ำหั่นกัน ตัวของโทมัสมีการเอาตัวเองเข้าไปใกล้ชิดกับเจ้าหญิงอลิซาเบธ (ธิดาของแอน โบลีน) จนทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งทีเดียวครับ โทมัสหวังดันให้เจ้าหญิงอลิซาเบธขึ้นครองบัลลังก์แล้วมีตัวของโทมัสอยู่เคียงข้าง
แต่ติดตรงที่โทมัสนั้นเป็นคนรักของแคทเทอรีน พาร์ ที่เป็นแม่เลี้ยงของเจ้าหญิงอลิซาเบธ ซึ่งหลังจากเฮนรี่ที่ 8 จากไป แคทเทอรีน พาร์ก็มาแต่งงานกับโทมัส เลยเกิดเป็นรักสามเส้าที่รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมา
แต่โทมัสมีความทะเยอทะยานสูงมาก ถึงขนาดมีการเตรียมกองกำลังจะยึดอำนาจรัฐประหารโดยขอความร่วมมือจากเจ้าหญิงอลิซาเบธ
แต่ทว่า เจ้าหญิงดันไม่ยอมน่ะสิครับ! ทำให้โทมัสถูกจับตัดหัวในที่สุด
ภาพจาก HistoryCollection (เจ้าหญิงอลิซาเบธกับโทมัส ซีย์มัวร์)
การกระทำของโทมัสทำให้เครดิตของเอ็ดเวิร์ดที่เป็นผู้สำเร็จราชการลดลงอย่างมาก จนจอห์น ดัดลีย์ก็ทำการชิงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการมาได้ในที่สุด
จอห์น ดัดลีย์ต้องการที่จะโค่นล้มบัลลังก์ทิวดอร์ แล้วให้สายของดัดลีย์ขึ้นบัลลังก์แทน
ซึ่งบังเอิญพอดีที่เมื่อเอ็ดเวิร์ดที่ 6 อายุได้ 15 ก็ป่วยเป็นวัณโรคแล้วสวรรคตในที่สุด...
เมื่อจอห์นเห็นโอกาสก็ได้เอา “เจน เกรย์” ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ผู้ดีมีสายเลือดของทิวดอร์ ขึ้นเป็นควีนของอังกฤษ...
แต่ดูเหมือนจะมีรีแอคชั่นต่อต้านจากทั้งขุนนางและประชาชนสูงกว่าที่คิดครับ ทำให้เจน เกรย์เป็นควีนได้เพียง 9 วันก็โดนโค่นและจับตัดหัว พร้อมๆกับจอห์น ดัดลีย์
บัลลังก์จึงตกมาสู่ทิวดอร์สายตรงเหมือนเดิม โดยเจ้าหญิงแมรี่ (ธิดาของแคทเทอรีนแห่งอารากอน) ได้ขึ้นเป็นควีนแมรี่
ซึ่งควีนแมรี่นี่แหละครับ เป็นผู้ที่นำอังกฤษเข้าสู่ยุคแห่งการนองเลือดครั้งใหญ่...
ภาพจาก Ancient Origins (ควีนแมรี่)
แคทเทอรีนแห่งอารากอนผู้เป็นแม่ถูกทิ้งอย่างไม่ใยดี...
การเป็นลูกนอกสมรส...
การถูกละเลย...
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ได้หล่อหลอมให้ควีนแมรี่กลายเป็นคนที่เย็นชา เก็บกด เงียบขรึมและอมทุกข์
ควีนแมรี่แค้นพ่อของตัวเอง คือ เฮนรี่ที่ 8 อย่างมาก และรังเกียจสิ่งที่พ่อสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะคริสต์นิกาย Church of England ที่ถือว่าเป็นนิกายนอกรีตสำหรับควีนแมรี่
ดังนั้น ควีนแมรี่จึงนำพาอังกฤษกลับไปอยู่ภายใต้คาทอลิกและสันตะปาปาอีกครั้ง โดยใช้วิธีการที่รุนแรง บังคับให้คนกลับมานับถือคาทอลิก
“ใครที่นับถือนิกายอื่นนอกจากคาทอลิก ต่างโดนสังหารหมู่ ตัดหัว หรือเผาทั้งเป็น!”
ควีนแมรี่แค้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้แม่ของตัวเองต้องตกอับ...
ควีนแมรี่จึงได้ระบายมันออกมาโดยการย้อมแผ่นดินอังกฤษให้เต็มไปด้วยเลือด...
ควีนแมรี่ได้สร้างยุคสมัยแห่งความหวาดกลัวขึ้นมาจนได้รับการขนานนามว่า “Bloody Mary”
1
แต่อังกฤษยังโชคดีอยู่ที่ควีนแมรี่ปกครองไปได้แค่ 5 ปี ก็เริ่มป่วยแล้วสวรรคตกะทันหัน...
ในวาระสุดท้ายนั้นควีนแมรี่ต้องจำใจยอมยกบัลลังก์ให้กับเจ้าหญิงอลิซาเบธ ซึ่งเป็นลูกของคนที่เกลียดที่สุด พร้อมกำชับอย่างหนักแน่นว่า “ให้อังกฤษเป็นคาทอลิกต่อไป ห้ามเอา Church of England กลับมาเด็ดขาด!”
และแล้วเมื่อควีนแมรี่สวรรคต เจ้าหญิงอลิซาเบธที่เป็นธิดาของแอน โบลีนและเป็นลูกนอกสมรสของเฮนรี่ที่ 8 ก็ได้ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์อังกฤษเมื่ออายุ 25 พรรษา ในนาม “ควีนอลิซาเบธที่ 1”
ซึ่งจะเป็นควีนองค์สุดท้ายของราชวงศ์ทิวดอร์...
ควีนที่จะนำพาอังกฤษไปสู่ยุคสมัยใหม่อย่างแท้จริง...
และจะเป็นควีนที่ได้รับการขนานนามว่า “ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ”
1
ภาพจาก All About History (ควีนอลิซาเบธที่ 1)
ใน Ep.ต่อไป ผมจะนำพาทุกท่านไปพบกับเรื่องราวเต็มๆของควีนอลิซาเบธที่ 1
เรื่องราวของการสร้างอังกฤษขึ้นมาใหม่อีกครั้ง...
เรื่องราวของการเข้าสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการของอังกฤษ...
เรื่องราวการไต่เต้าขึ้นไปสู่การเป็นมหาอำนาจ...
ยุทธนาวีอาร์มาดา...
Virgin Queen...
ขุนนางข้างบัลลังก์...
การสิ้นสุดของราชวงศ์ทิวดอร์...
ใน Ep.3 The Golden Age
ภาพจากภาพยนตร์ Elizabeth
อ้างอิง
Meyer, G.J. The Tudors: The Complete Story of England's Most Notorious Dynasty. Delacorte Press, 2010.
Tudor History: A Captivating Guide to the Tudors, the Wars of the Roses, the Six Wives of Henry VIII and the Life of Elizabeth I. London : Independently, 2019.
Weir, Alison. The Children of Henry VIII. London : Ballantine Book : 1997.
Weir, Alison. The Six Wives of Henry VIII. London : Grove Press, 1991.
    Mai Metaprayoon
    สนุกมากจริงๆ เลยค่ะ ^^ ว่าแต่ “แคทเทอรีนแห่งอารากอน” ตอนหย่าแล้ว เป็นยังไงต่อเหรอคะ 😉 24 ปี ยาวนานมากจริงๆ เท่ากับว่าแต่งงานครั้งแรกอายุ...ดูเพิ่มเติม