12 ส.ค. 2020 เวลา 23:32 • หุ้น & เศรษฐกิจ
Free Float คืออะไร สำคัญยังไงกับนักลงทุน ?
สำหรับนักลงทุนรายใหม่ๆ อาจจะสงสัยว่า Free Float คืออะไร และมันสำคัญยังไง มาหาคำตอบกันเลยค่ะ
Free Float คือ ปริมาณการถือครองหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย โดยจะวัดเป็นเปอร์เซ็นต์การถือครอง
ยกตัวอย่าง Free Float 40% แปลว่า รายย่อยถืออยู่ 40 % ส่วนอีก 60 % เป็นรายใหญ่หรือเจ้าของเป็นผู้ถือ
โดยทั่วไป จะแบ่งนักลงทุนที่ถือหุ้นเป็น 3 ประเภท ได้แก่
📌 ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
📌 ผู้ถือหุ้นรายย่อย
📌 ผู้ถือหุ้นที่เป็นเจ้าของเอง (จัดเป็นรายใหญ่)
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้กำหนดให้สัดส่วนหุ้น Free Float ของบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทัพย์ จะต้องไม่น้อยกว่า 15% และมีผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่น้อยกว่า 150 ราย
1
หากบริษัทใดมีจำนวนหุ้นที่ถือโดยรายย่อย ( Free Float ) น้อยกว่า 15% เมื่อครบปีที่ 1 จะถูกประกาศชื่ออยู่ในรายการบริษัทที่มี Free Float ต่ำกว่าเกณฑ์
1
จากนั้นหากยังแก้ปัญหาไม่ได้เมื่อครบปีที่ 2 จะถูกประกาศให้บริษัทเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนและขึ้นเครื่องหมาย NC (Non – Compliance) พร้อมทั้งหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ (SP) จนกว่าจะได้รับคำชี้แจงถึงแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวของบริษัท
1
และหากในปีที่ 3 บริษัทดังกล่าวไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนหุ้นให้นักลงทุนรายย่อยได้เกินกำหนด บริษัทนั้นก็จะถูกย้ายไปอยู่ในกลุ่ม NPG (NPG หรือ Non Performing Group) และขึ้นเครื่องหมาย SP จนกว่าปัญหาดังกล่าวจะได้รับการแก้ไข
1
หุ้นที่มี Free Float สูง หรือ ต่ำ จะเป็นอย่างไร
ถ้าหุ้นที่มี Free Float สูงๆ 👉 แสดงว่า ปริมาณการถือครองหุ้นของรายย่อยถืออยู่จำนวนมาก อาจจะสามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ได้ เช่น เจ้าของปล่อยหุ้นออกมาเยอะ ทำให้หุ้นที่เหลือส่วนใหญ่อยู่ในมือของรายย่อยแทน (อาจมีนัยสำคัญบางอย่างที่เจ้าของขายหุ้นออกมา) บางบริษัทอาจเป็นเพราะกิจการมีแนวโน้มไม่ดีผู้บริหารเลยไม่ถือไว้ หรืออาจจะเป็นเหตุผลอื่นก็ได้
แต่ถ้าหุ้นที่มี Free Float ต่ำๆ 👉 แสดงว่า หุ้นส่วนใหญ่อยู่ในมือของเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และราคาหุ้นสามารถถูกควบคุมได้ด้วยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เวลาที่หุ้นเกิดการเปลี่ยนแปลง จะส่งผลให้ราคาหุ้นมีการเปลี่ยนแปลงแบบรุนแรงด้วย เมื่อเจ้าของหุ้นต้องการให้ราคาหุ้นขึ้นหรือลง ทิศทางราคาก็จะเคลื่อนไหวอย่างหวือหวามากกว่าหุ้นที่มี Free Float สูง
3
ถ้าถามว่า หุ้นที่มี Free Float แบบไหนที่น่าลงทุนกว่ากัน เรามีข้อมูลมาเปรียบเทียบให้ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา ดังนี้
หุ้นที่มี Free Float ต่ำ
>> เหมาะกับการถือลงทุนระยะยาว ซึ่งถ้ามองในระยะยาว หุ้นเหล่านี้มีโอกาสเติบโตได้ดีกว่าหุ้นที่มี Free float สูง เพียงแต่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานสักหน่อย แต่เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่จะได้รับ ก็ถือว่าคุ้มค่า
>> มักจะมีสภาพคล่องของหุ้นต่ำ เพราะเจ้าของหรือรายใหญ่เป็นผู้ถือ จึงทำให้เจ้าของหรือรายใหญ่สามารถควบคุมราคาหุ้นได้ง่าย
หุ้นที่มี Free Float สูง
>> เหมาะกับการลงทุนระยะสั้นหรือเก็งกำไร เพราะมีสภาพคล่องสูง
>> ราคาหุ้นมักจะขึ้นลงตามคนส่วนใหญ่หรือรายย่อยในตลาด
คำถามอื่นเกี่ยวกับ Free Float ที่พบบ่อย
Free Float อยู่ที่เท่าไร ถึงจะดี : โดยทั่วไปควรอยู่ที่ประมาณ 40-70%
จะดูค่า Free Float ได้ที่ไหน : หาดูได้จากข้อมูลหุ้นรายตัวจากเว็บ Setrade.com
การดู Free Float เป็นอีกวิธีหนึ่งในการตัดสินใจเพื่อเก็งกำไรหรือลงทุนยาว สำหรับนักลงทุน ถ้าถามว่า วิธีนี้จะได้ผลจริงหรือ อาจจะเปลี่ยนจากคำถาม แล้วลองลงมือทำดู โดยการสังเกตอาการดูด้วยตนเองก็ได้ค่ะ เพราะการลงทุน ก็เหมือนศิลปะอย่างหนึ่ง ไม่มีอะไรตายตัว ไม่มีสูตรสำเร็จ ถ้าใครสามารถปรับเปลี่ยนจนเจอวิธีการที่ใช่ เป็นแนวทางของตัวเองได้ ก็ถือว่าคุณคือ ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนระดับหนึ่งแล้วล่ะค่ะ
เรียบเรียงโดย : ลงทุนในบัญชีและภาษี
ขอบคุณทุกการไลค์ แชร์ คอมเม้นท์ และการติดตามนะคะ 😊😘

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา