1 ต.ค. 2020 เวลา 04:30 • ความคิดเห็น
อาชีพ “ครู” และโรงเรียนสารสาสน์
โพสต์นี้เป็นโพสต์นอกเรื่องนะครับ แต่อยากเขียน แชร์มุมมองของตัวเองในข่าวดังที่เกิดขึ้น
ตัวผมเองนั้นก็ได้ติดตามข่าวดังเรื่องโรงเรียนสารสาสน์ และเพิ่งจะได้ดูรายการโหนกระแส เทปที่มีการโทรสัมภาษณ์พิบูลย์ ยงค์กมล ประธานเครือสารสาสน์
ท่านพิบูลย์เป็นตัวอย่างหนึ่งของการ “พลิกวิกฤตให้เป็นหายนะอย่างแท้จริง”
ออกตัวก่อนว่าทั้งหมดนี้คือความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ เป็นเพียงความเห็นของตัวเองคนเดียว ใครมองต่างจากนี้ ก็ไม่ได้ผิดอะไร
ตัวผมเองนั้น ชีวิตการเรียนที่ผ่านมา ก็เคยเจอทั้งครูที่ดีและครูที่ไม่ดี พ่อกับแม่ของผมก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยทั้งคู่
1
สำหรับอาจารย์ที่ดี ในปัจจุบันก็ยังเคารพนับถือ ส่วนอาจารย์ที่ไม่ดี ก็ไม่นับถือ เจอก็ไม่ยกมือไหว้
ผมคิดว่าอาจารย์หลายท่านที่ทุ่มเทให้กับการเรียนการสอน บางคนยอมเสียสละไปสอนตามโรงเรียนต่างจังหวัดที่ห่างไกล ทั้งๆ ที่มีโอกาสในชีวิตที่ดีกว่า คนเหล่านี้มีจิตวิญญาณความเป็นครูอย่างแท้จริง สมควรระลึกถึงบุญคุณ ยกย่อง
แต่พูดตรงๆ ว่าอาจารย์ (บางคน) ที่ทำตามหน้าที่ ไม่ได้มีปัญหาอะไร จะมาบอกว่ามีบุญคุณ ต้องสำนึกในบุญคุณ เพื่อ? ในเมื่อเงินเดือนของอาจารย์ มันก็มาจากเงินค่าเทอมของนักเรียน
ตัวผมเองนั้น เคยเรียนอยู่ที่อเมริกา แต่ที่นั่นไม่มีการลำเลิกบุญคุณอาจารย์ บอกว่าอาจารย์มีบุญคุณ ต้องให้ความเคารพอย่างสูง แต่มองว่าคืออาชีพๆ หนึ่ง มีเกียรติ ศักดิ์ศรีไม่ต่างจากอาชีพอื่นๆ
1
พ่อแม่ผมก็เป็นอาจารย์ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าต้องได้รับความเคารพเหนือใคร
ผมคิดว่าบางทีเราให้ค่ากับอาชีพใดอาชีพหนึ่งสูงกว่าความเป็นจริง ที่พูดนี่ไม่ได้ดูถูกอาชีพครูนะครับ พ่อแม่ผมก็เป็นอาจารย์ อาชีพนี้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เพียงแต่ผมรู้สึกว่าบางทีเรามองอาชีพนี้ในบริบทที่มันแปลกเกินไปหรือเปล่า
สมัยเรียนผมก็เป็นติวเตอร์ และเคยมีน้องที่เรียนด้วย สอบผ่าน มาขอบคุณผม พูดเวอร์เกินความเป็นจริง ผมยังต้องเบรคๆ ไว้และบอกว่าผมไม่ได้มีบุญคุณอะไร คุณจ้างผม ผมสอนคุณ ไม่ได้สอนฟรีๆ ดังนั้นการที่คุณสอบผ่าน ผมก็ไม่กล้าลำเลิกบุญคุณหรืออวดอ้างว่าตัวเองดีนะ เพราะคุณจ่ายเงิน ผมไม่ได้สอนฟรี
จะคิดว่าเป็นเรือจ้างก็อาจจะได้ แต่ผมคิดว่าในเมื่อรับเงินมาแล้ว ก็ต้องทำให้ดีที่สุด สอนให้เขาได้ความรู้ให้เยอะที่สุด เพราะเขาก็เสียเงินมาแล้ว เราก็ต้องทำให้คุ้มกับเงินที่เขาอุตส่าห์เสียมา ต้องพยายามทำให้เขาสอบผ่าน ให้เขาได้ความรู้เยอะที่สุด
และอย่างที่บอก ในชีวิต ผมเคยเจอทั้งครูที่ดี และครูที่แย่
สำหรับครูที่แย่ (แต่แย่ยังไงนี่ ถ้าให้เล่าคงยาว เอาเป็นว่าไม่ดีล่ะครับ เด็กหลายคนก็ไม่ชอบ) ผมก็ไม่เคารพ เวลาเจอก็ไม่ยกมือไหว้ เคยมีคนถามว่าทำไมไม่ไหว้ เขาเป็นครูนะ ผมก็ตอบว่า
“เขาไม่ใช่ครู เขาเป็นแค่คนรับจ้างสอน ไม่ได้มีจิตวิญญาณความเป็นครู แค่รับเงินมาสอน ซึ่งเงินนั้นก็เงินนักเรียนนี่แหละไม่จำเป็นต้องเคารพนับถืออะไรขนาดนั้น”
ผมรู้ว่าประโยคนี้คงฟังดูแรง ไม่ดีซักเท่าไร แต่อาจารย์คนนี้ ผมคิดว่าคำพูดนี้เหมาะสมแล้ว เพราะพฤติกรรมแกแย่จริงๆ ไม่สมควรเรียกว่าอาจารย์ด้วยซ้ำ
ส่วนอาจารย์อีกคน เป็นอาจารย์สมัยมัธยมปลาย แกทุ่มเทให้กับนักเรียน แกเป็นคนดุ ผมก็เคยโดนดุ แต่แกทุ่มเทเกินหน้าที่จริงๆ
หากนักเรียนคนไหนเรียนไม่ดีจริงๆ แม้แต่เวลาเลิกเรียนแล้ว แกควรได้กลับบ้าน ไปพักผ่อน แกก็ไม่กลับ แต่จะเรียกนักเรียนมาสอนพิเศษต่างหาก (ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น) ฟรี และติดตามผลการเรียนนักเรียนอย่างเข้มงวด ทั้งๆ ที่จริงๆ แกไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้
ทุกวันนี้ ผมยังคงติดต่อกับอาจารย์อยู่ แม้จะห่างๆ ไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่เจอ ผมจะยกมือไหว้แกทุกครั้ง ยังคงเรียกว่า “อาจารย์” อย่างไม่รู้สึกกระดากปาก และเคารพนับถืออย่างจริงใจ
สำหรับข่าวเรื่องโรงเรียนสารสาสน์ที่เกิดขึ้นนั้น จากการฟังสัมภาษณ์คุณพิบูลย์ (ขอไม่เรียกว่าอาจารย์นะครับ) ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโรงเรียนถึงเป็นอย่างนี้ และคิดว่าในอนาคต พ่อแม่ที่จะส่งบุตรหลานมาเรียนที่นี่ คงต้องคิดหนักมากแน่ๆ ที่แน่ๆ ถ้าผมมีลูก ผมไม่กล้าส่งเข้าเรียนที่นี่แล้ว ต่อให้เป็นสาขาอื่นก็ตาม
cr.กูแชร์
และหากตัดเรื่องความเป็นครูออก คำพูดของคุณพิบูลย์ที่ให้สัมภาษณ์นั้น ก็แสดงให้เห็นเลยว่าบางคนนี่แก่เพราะอยู่นาน แต่ไม่ได้มีความคิดอะไรเลยจริงๆ ถ้าผมเป็นลูกหลานท่านคงกุมขมับ ยิ่งพูด โรงเรียนยิ่งแย่ (และเชื่อว่าหลายๆ คนก็คงคิดเหมือนผม)
ตอนดูเทปนี้ ผมเผลอหลุดอุทาน “ค_ย” ออกมาเลยครับ และขอยกนิ้วให้เลย (แต่นิ้วอะไร ไปคิดเอาเองนะครับ)
เรื่องนี้นี่ เห็นใจพ่อแม่ผู้ปกครอง สงสารทั้งเด็ก ทั้งพ่อแม่ ส่วนผู้บริหารและอาจารย์ในโรงเรียน อันนี้ไม่รู้จะสงสารทำไม ทำตัวเองทั้งนั้น
อาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจหลายคน แต่ก็ต้องย้ำอีกทีว่าเป็นความเห็นส่วนตัวครับ ไม่มีผิด ไม่มีถูก
โฆษณา