21 ต.ค. 2020 เวลา 10:59 • การศึกษา
จัดพอร์ตการลงทุนอย่างไรดี 💦
รู้ไหมคะว่า เราควรจัดพอร์ตยังไงที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับตัวเรามากที่สุด วันนี้ เรามีเทคนิคจัดพอร์ตง่ายๆมาฝาก ซึ่งมี 4 ขั้นตอนด้วยกันค่ะ
ภาพ Freepik
📌 ขั้นตอน 1
เข้าใจตัวเองก่อนว่าจัดพอร์ตเพื่ออะไร
โดยพอร์ตของเราหน้าตาจะเป็นยังไง ก็ขึ้นอยู่กับ “ความสำคัญ” และ “ระยะเวลา” ของเป้าหมายของเราค่ะ
1
เช่น เก็บเงินเป็นค่าปลูกบ้านในอีก 10 ปี ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญ แต่มีระยะเวลาออมนาน ก็พอจะแบ่งเงินไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น หรือกองทุนรวมหุ้น สัก 30-50% ของเงินลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น ที่เหลือก็ลงทุนในเงินฝากหรือตราสารหนี้
แต่ถ้าเป็นเป้าหมายระยะยาว อย่างแผนเกษียณ มีเวลาเก็บออมเป็นสิบๆ ปี ก็อาจจะมีสัดส่วนของหุ้นหรือกองทุนรวมหุ้นมากหน่อยเกินครึ่งหนึ่งของพอร์ตก็สามารถทำได้ค่ะ
📌 ขั้นตอน 2
จัดพอร์ตให้ดี ต้องกันเงินเผื่อฉุกเฉินด้วย
ก่อนจะนำเงินลงทุนไปจัดพอร์ต ควรกัน “เงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน” ไว้สักก้อนหนึ่ง เผื่อถ้าเราจำเป็นต้องใช้เงิน
เช่น เจ็บป่วย ซ่อมบ้าน ซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ แต่เราเอาเงินทั้งหมดไปลงทุน เราอาจต้องขายสินทรัพย์ที่เราลงทุนไว้เพื่อเอาเงินมาใช้จ่าย เช่น ขายหุ้น ถ้าเป็นช่วงหุ้นขาลง เราอาจต้องขายแบบขาดทุน ทำให้กระทบกับแผนลงทุนที่เราตั้งใจไว้ได้
ดังนั้น ควรสำรองเงินฝากออมทรัพย์ หรือกองทุนรวมความเสี่ยงต่ำอย่างกองทุนรวมตลาดเงิน เมื่อต้องใช้เงินจะได้เอามาใช้จ่ายได้ทันทีค่ะ
📌 ขั้นตอน 3
จัดพอร์ตทั้งที ต้องแบ่งสัดส่วนเงินลงทุนให้เหมาะสม
เมื่อเลือกได้แล้วว่าเราควรจัดสรรเงินลงทุนของตัวเองยังไงดี สิ่งที่เราควรทำถัดไปก็คือ กำหนดกรอบการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภท
1
เช่น มีสัดส่วนหุ้นไทย 40% และกำหนดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยให้อยู่ในช่วง ±10%
ดังนั้น ถ้าหุ้นขึ้นจนทำให้หุ้นไทยในพอร์ตมีสัดส่วนสูงเกิน 50% (40% + 10%) ก็ควรขายหุ้นส่วนเกินออกไปให้สัดส่วนหุ้นไทยกลับมาอยู่ที่ 40% แล้วนำเงินที่ได้ไปลงทุนในตราสารหนี้แทน
หรือในทางกลับกัน ถ้าหุ้นตกจนทำให้หุ้นไทยในพอร์ตมีสัดส่วนต่ำกว่า 30% (40% - 10%) ก็ต้องนำเงินไปซื้อหุ้นเพิ่ม อาจเป็นเงินทุนก้อนใหม่หรือขายตราสารหนี้ในพอร์ตมาซื้อก็ได้
การจัดพอร์ตให้ดีควรพิจารณา “ความเสี่ยงที่ยอมรับได้” ซึ่งอาจจะลงทุนในสินทรัพย์ในแต่ละประเภท เช่น เงินฝากธนาคาร ตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารอนุพันธ์ กองทุนรวม และขอแนะนำว่าควรมีการกระจายการลงทุนไปต่างประเทศด้วย เพราะเราไม่ควรลงทุนกระจุกอยู่สิ่งเดียว ที่เดียวหรือเฉพาะภายในประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยในประเทศ เช่น ภาวะเศรษฐกิจ การเมือง เป็นต้น
2
📌 ขั้นตอน 4
ติดตามข่าวสาร ปรับพอร์ตลงทุนให้ทันสถานการณ์
หมั่นติดตามข่าวสารอยู่เสมอ ทั้งข่าวเศรษฐกิจ การเมือง ในและต่างประเทศ เพื่อปรับพอร์ตลงทุนของเราให้สอดคล้องกับสภาวะการลงทุน เช่น เมื่อเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว ตลาดหุ้นจีนก็มีแนวโน้มสดใส เราก็สามารถนำเงินไปลงทุนในตลาดหุ้นจีน เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น เป็นต้น
💦.....เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับเทคนิค 4 ขั้นตอนในการจัดพอร์ตลงทุน อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญ คือต้องกันเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินให้เพียงพอก่อนนำเงินไปจัดพอร์ตการลงทุนตามเป้าหมายด้วยนะคะ และสำรวจระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ จะได้ไม่เกิดข้อผิดพลาดชนิดที่เรียกว่ายอมรับไม่ได้เกิดขึ้นในภายหลังค่ะ
1
โชคดีในการลงทุนทุกท่านค่ะ 😊😉
Cr. ธนาคารกสิกรไทย
เรียบเรียงโดย : ลงทุนในบัญชีและภาษี
ช่องทางอื่นในการติดตาม เพจลงทุนในบัญชีและภาษี
ขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามนะคะ 🙏🙏😘😘

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา